ตำนานเมืองลับแล

          อันที่จริงแล้ว ตำนานเมืองลับแล นั้นมีการพูดถึงกันในหลายจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดในแถบภาคอีสานซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภูตผีปีศาจหรือสถานที่เล่นรับอย่างเช่นสถานที่ที่มีการเชื่อมต่อระหว่างเมืองมนุษย์กับเมืองบาดาลซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของพญานาค 

          อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งเร้นลับนั้นไม่ได้มีความเชื่อเฉพาะในจังหวัดในแถบของภาคอีสานเพียงเท่านั้นแต่ยังมีความเชื่อสำหรับจังหวัดในแถบของภาคเหนือซึ่งมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องสิ่งเร้นลับซึ่งความเชื่อที่ว่านั้นคือความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเมืองลับแลซึ่งเชื่อกันว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเข้าไปในเมืองนั้นได้หากคนในเมืองลับแลไม่อนุญาตให้ต้องไป

ตำนานเมืองลับแล และถ้าหากใครได้หลงเข้าไปในเมืองลับแลเราก็จะไม่สามารถกลับออกมาสู่โลกมนุษย์ได้อีกเลยดังนั้นหลายคนจึงค่อนข้างที่จะอยากเจอเมืองลับแลในขณะเดียวกันก็พากันหวาดกลัวที่จะหลงเข้าไปในเมืองลับแลด้วยเช่นเดียวกันเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าหากมีโอกาสได้หลงเข้าไปในเมืองลับแลแล้วพวกเขาจะสามารถขับออกมาได้หรือไม่

 

สำหรับจังหวัดในภาคเหนือที่มีการเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเมืองลับแลนั้น 

คือจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งหลายคนคงเข้าใจว่าจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นอยู่ในแถบทางภาคอีสานแต่แท้ที่จริงแล้วจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นอยู่เป็นภาคเหนือตอนล่างดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าตำนานของเมืองลับแลนั้นเกี่ยวข้องกับจังหวัดในภาคเหนือนั่นเองซึ่งมีเรื่องเล่ากันหลายแบบเกี่ยวกับ ตำนานเมืองลับแลหลายแบบแต่โดยทั่วไปแล้วจะมีการพูดถึงการเข้าไปในป่าหากมีการได้ไปข้ามเครือเขาหลงก็จะหลงเข้าไปในเมืองลับแลและจะไม่สามารถปรับออกมาได้อีกเลย

ซึ่งเคยมีตำนานว่าไว้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งที่เผลอเข้าไปในเมืองลับแลหลังจากนั้นเขาก็ได้แต่งงานกับหญิงสาวในเมืองลับแลแต่เนื่องจากว่าเขาทำการผิดคำพูดที่ให้คำสัญญาไว้กับหญิงสาวในเมืองลับแลทำให้ในที่สุดเขาก็ถูกขับไล่ออกจากเมืองลับแล

         และถึงแม้ว่าเขาจะพยายามที่จะเดินกลับไปทางเดิมที่เขาเคยเดินไปเขาก็ไม่สามารถหาเมืองลับแลได้อีกเลยดังนั้นเขาจึงมาเล่าเรื่องนี้ให้กับคนในหมู่บ้านฟังว่าเขาได้มีโอกาสเคยเข้าไปในเมืองลับแลและคนในเมืองลับแลเองก็สามารถออกมาหาซื้อข้าวของเพื่อกลับไปใช้ในหมู่บ้านเมืองลับแลของตนเองได้ซึ่งว่ากันว่าคนในเมืองลับแลมักจะปะปนมาอยู่กับชาวบ้านทั่วไปแต่ไม่มีใครรู้ว่าคนไหนกันแน่ที่เป็นชาวเมืองลับแล และถึงแม้เรื่องนี้จะหาข้อพิสูจน์ไม่ได้แต่ตำนานเมืองลับแลก็ยังคงมีการพูดถึงและกล่าวขานกันจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub สล็อตฟรี

ประเพณี trick or treat 

        ประเพณี trick or treat  หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่าหลอกหรือเลี้ยง  เป็นประเพณีที่เกิดขึ้นในประเทศแถบยุโรปซึ่งประเพณีนี้ว่ากันว่ามีมาอย่างยาวนานก่อนที่จะมีคริสตศักราชเกิดขึ้นเลยทีเดียวสำหรับประเพณีนี้นั้นจะมีการจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน  โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการจัดประเพณีขึ้นในวันที่ 2 ของเดือนซึ่งวันอังคารนั้นชาวยุโรปมีความเชื่อว่าเป็นวัน   All Souls 

 

      สำหรับในวันดังกล่าวนั้นชาวเมืองจะพากันตกแต่งประดับประดาบ้านของตนเองให้มีความน่ากลัวโดยมักจะมีการนำโคมไฟมาติดตกแต่งบริเวณหน้าบ้านซึ่งคงไปนั้นจะทำมาจากฟักทองและยังมีการนำฟางข้าวมาทำเป็นตุ๊กตาหุ่นฟางวางประดับตกแต่งควบคู่กับตะเกียงฟักทองนั่นเอง  แน่นอนว่าในวันนี้ชาวเมืองจะมีการทำขนมเค้กขึ้นซึ่งขนมเค้กในวันดังกล่าวนั้นชาวเมืองเชื่อว่าเป็นขนมเอาไว้ให้กับเหล่าวิญญาณทั้งหลายที่กลับมาเยี่ยมบ้านได้กิน โดยชาวเมืองเชื่อว่าหากญาติพี่น้องยิ่งทำขนมเค้กเยอะและนำไปบริจาคผลบุญจากการบริจาคขนมเค้กในวันดังกล่าวจะส่งผลให้วิญญาณนั้นไปสู่สรวงสวรรค์นั่นเอง

        อย่างไรก็ตามเทศกาลหรือ ประเพณี trick or treat   นี้ส่วนใหญ่เด็กๆมักจะชอบเพราะเมื่อถึงช่วงเวลาตอนกลางคืนเด็กๆจะได้ถูกแต่งตัวให้มีลักษณะคล้ายกับผีและเดินไปเคาะตามบ้านเรือนพร้อมกับพูดคำว่า trick or treat ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกผู้ใหญ่ทั้งหลายก็มักจะให้เด็กๆนั้นหยิบขนมที่พวกเขาเตรียมไว้นั่นก็คือการให้ขนมเค้กนั่นเองแต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำขนมเค้กแจกเด็กๆในเทศกาลประเพณี trick or treatนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนมาใช้เป็นลูกอมแทนนั่นเอง

       แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้เทศกาลนี้มีสีสันและเกิดความสนุกสนานดังนั้นบางบ้านจึงให้เด็กๆนั้นใช้เป็นวิธีการหลอกผีแทนที่จะมอบขนมหวานให้นั่นเอง  สำหรับ  ประเพณี trick or treatในอดีตนั้นหากบ้านไหนไม่ยอมนำขนมออกมาให้กับผีที่มาเคาะประตูบ้านหลังดังกล่าวนั้นจะถูกกลั่นแกล้งโดยกลุ่มคนที่แต่งกายเป็นผีกะเอาไข่ไก่ มาวางขว้างปาที่บริเวณหน้าบ้าน หรืออาจจะมีการกลั่นแกล้งในรูปแบบอื่นๆแต่ไม่ได้รุนแรงมากนักเพราะถือว่าเป็นการละเล่น

        อย่างไรก็ตามเมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป ประเพณี trick or treat จึงได้มีการมารวมเข้ากับเทศกาลวันฮาโลวีนดังนั้นในปัจจุบันนี้ ประเพณี trick or treat จึงมักกระทำขึ้นในวันที่ 31 เดือนตุลาคมซึ่งเป็นวันเดียวกับเทศกาลวันฮาโลวีนนั่นเอง  และประเพณี trick or treat นี้จะมีการจัดกันเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น สำหรับประเทศอื่นๆนั้น จะมีการจัดการตกแต่งตัวเองให้มีความคล้ายผี มีการแต่งบ้านและร้านค้าให้น่ากลัว แต่ไม่ได้ร่วมเล่นประเพณี trick or treat 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

ลางบอกเหตุร้ายหรือดีจากความเชื่อของวันศุกร์ที่ 13 วันแห่งหายนะ 

           เกี่ยวกับเรื่องราวความเชื่อของโชคลางต่างๆ. ลางบอกเหตุร้ายหรือดี  เจอว่าไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศต่างก็มีความเชื่อไม่แตกต่างกันมากนักอย่างตัวของประเทศไทยเองก็มีความเชื่อว่าหากทำสิ่งนั้นแล้วจะต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ดีหรือถ้าหากทำเรื่องต่อไปนี้แล้วจะมีแต่โชคลาภต่างประเทศเองก็เช่นเดียวกันความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของโชคลางต่างๆหรือการมีลางบอกเหตุก็เป็นสิ่งที่ชาวต่างประเทศมีความเชื่อมั่นไม่ต่างจากคนไทยดังนั้นวันนี้เราจะมาดูเกี่ยวกับเรื่องของเหตุการณ์ต่างๆที่ชาวต่างประเทศมองว่านี่คือรางบอกเหตุว่าจะเป็นเหตุร้ายหรือเหตุดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันที่ 13 ของวันศุกร์

       ลางบอกเหตุร้ายหรือดี  ว่ากันว่าหากเดือนไหนวันที่ 13 ตรงกับวันศุกร์ไม่ควรที่จะกางร่มในบริเวณที่ไม่มีแดดเพราะคนชาติตะวันตก เชื่อกันว่าหากไม่มีแดดแล้วกางร่มจะทำให้เทพเจ้าพระอาทิตย์โกรธเอาได้   และเมื่อเทพเจ้าพระอาทิตย์โปรดส่งผลทำให้มีแต่ปฏิบัติตามมามีแต่เรื่องที่จะโชคร้ายดังนั้นคนชาติตะวันตกหรือคนอเมริกันจึงไม่นิยมกางร่มในบริเวณพื้นที่ที่ไม่มีแดดนั่นเอง  

      ความเชื่อต่อมาเกี่ยวกับเรื่องของกระจก  ว่ากันว่ากระจกนั้นไม่ใช่เอาไว้เพื่อส่องให้เห็นใบหน้าอันสวยงามของตนเองเพียงเท่านั้นแต่ความเชื่อของคนในสมัยโบราณของคนอเมริกันยังมีการเชื่อกันว่ากระจกสามารถเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณได้ดังนั้นหากใครก็ตามที่ทำกระจกแตกจึงมีความเชื่อกันว่าวิญญาณที่อยู่ในกระจกนั้นจะหลุดออกมาและแน่นอนว่ามันจะส่งผลให้คนที่ทำกระจกแตกนั้นเกิดความโชคร้ายเพราะเผลอไปปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกมานั่นเอง   ว่ากันว่าคนที่ทำกระจกแตกหรือกระจกร้าวนั้นจะโชคร้ายไปหลายปีเลยทีเดียว   อย่างไรก็ตามวิธีการแก้เคล็ดสำหรับไม่ให้วิญญาณร้ายออกมาก่อกวนคนที่ทำกระจกแตกหรือกระจกร้าวได้นั้นเชื่อกันว่าควรจะต้องหาสิ่งของมาปิดกระจกจะช่วยให้ความโชคร้ายนั้นลดน้อยลงได้นั่นเอง

           อีกหนึ่งความเชื่อที่ถือว่าเป็นความเชื่อแบบหายนะนั่นก็คือมีความเชื่อกันว่าใครก็ตามที่ทำเกลือหก  จะเจอแต่เรื่องที่ไม่ดีเจอแต่สิ่งที่เป็นโชคร้าย  ด้วยความเชื่อนี้มาจากการที่มีการเล่าเกี่ยวกับเรื่องสาวกคนหนึ่งที่ชื่อยูดาสในวันที่เกิดเหตุวันที่ 13 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่มีการนั่งกินอาหารกับพระเยซูในวันสุดท้ายนั้นเขาได้ทำเกลือหก

ตอนที่กำลังนั่งกินอาหารอยู่  หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเพราะเป็นเหตุการณ์ที่ได้กินอาหารเป็นมื้อสุดท้ายในวันดังกล่าวนั่นเองดังนั้นจึงมีการเชื่อว่าหากใครก็ตามเผลอทำเกลือหกลงพื้นแล้วก็วิธีการแก้อาถรรพ์นั้นให้หยิบเกลือดังกล่าวที่ทำหกโยนกับข้ามไปด้านหลังของตนเองโดยให้โอนผ่านทางหัวไหล่ว่ากันว่าจะสามารถแก้อาถรรพ์ความโชคร้ายได้และจะเจอกับความโชคดีแทนนั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ufabetฝ่ายบริการ

ตำนานภูตผีโยวไค 

              สิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติเรามักจะเรียกว่าภูตผีปีศาจ   สำหรับในประเทศญี่ปุ่นเองก็เรียกสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ว่าภูตผีปีศาจเส้นเดียวกัน  ตำนานภูตผีโยวไค  สำหรับภาษาญี่ปุ่นเราเรียกภูตผีปีศาจเหล่านี้ว่าโยวไค  โดยตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นแล้ว โยวไค นั้นจะมีทั้งด้านดีและด้านร้ายซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเราจะเจอกับโยวไค ที่ดีหรือร้ายนั่นเอง   และสำหรับภูตผีปีศาจหรือ โยวไค ในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ วิญญาณของมนุษย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่า โยวไค นั้น สามารถเป็นอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณของคนหรือมีลักษณะคล้ายกับวิญญาณของสัตว์  

          ตามความเชื่อของคนโบราณของประเทศญี่ปุ่นเชื่อว่า  ตำนานภูตผีโยวไค  นั้น สามารถที่จะแปลงร่างได้ซึ่งอาจจะแปลงร่างเป็นสัตว์หรืออาจจะแปลงร่างเป็นมนุษย์ปะปนไปอยู่ในฝูงชนก็ว่าได้ทำให้เรานั้นอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเดินสวนผ่านไปผ่านมานี้เป็นคนจริงๆหรือว่าเป็นเพียงแค่โยวไค นั้นเอง  ว่ากันว่าหากเป็นโยวไคแล้วแล้วก็พวกมันจะมีอำนาจและมีพลังที่อยู่เหนือธรรมชาติสามารถที่จะเสกสรรค์อะไรก็ได้หรือแปลงกายเป็นอะไรก็ได้  ในประเทศญี่ปุ่นมีการแบ่งแยกโยวไคออกเป็นทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกัน 

          สำหรับโยวไคประเภทแรกก็คือประเภท  โอบาเกะ  สำหรับประเภทนี้นั้นว่ากันว่าเป็นประเภทที่สามารถแปลงกายได้หรือแปลงร่างได้ส่วนมากแล้วเราจะมักเห็นโยวไค กลายร่างเป็นมนุษย์ส่วนใหญ่นั้นก็มักจะกลายร่างเป็นมนุษย์ผู้หญิง  หรือบางทีก็เลือกที่จะกลายร่างเป็นสัตว์แต่ส่วนใหญ่ก็เลือกเกือบเป็นสัตว์ที่น่ารักเช่นแมวเป็นต้น

      สำหรับโยวไค ประเภทออกมาก็คือ โอนิ  สำหรับประเภทนี้นั้นชาวบ้านเชื่อว่าโยไคประเภทนี้จะมีลักษณะคล้ายกับยักษ์ซึ่งจะมีทั้งเขี้ยวและปากที่กว้างที่สำคัญบริเวณหัวของโยวไค ชนิดนี้นั้นจะมีเขาอยู่ 2 เขาส่วนร่างกายนั้นจะมีสีแดงหรือไม่ก็เป็นสีน้ำตาล   เขาส่วนร่างกายนั้นจะมีสีแดงหรือไม่ก็เป็นสีน้ำตาล  ไม่สวมเสื้อ แต่จะใส่เพียงผ้า่เตี่ยวเท่านั้น  ซึ่งผ้าเตี่ยวนั้นจะทำมาจากหนังของเสือ   แน่นอนว่าในมือของพวกมึงจะต้องมีการถืออาวุธด้วยซึ่งอาวุธส่วนใหญ่ไม่เป็นกระบองก็อาจจะเป็นแบบนั้นเอง  เรียกได้ว่า โยวไค สายพันธุ์นี้จะเป็นสายพันธุ์โหดร้ายและเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายนั่นเองส่วนใหญ่เชื่อกันว่า โยวไค สายพันธุ์นี้จะอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ 

       และ โยวไค อีกเส้นหนึ่งก็คือ สึโกะโมงามิ    สำหรับโยวไคประเภทนี้นั้น  ว่ากันว่าเกิดมาจากข้าวของเครื่องใช้ไม่ว่าจะเป็นจานชามซึ่งมีความเก่าแก่โบราณที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้แล้วและถูกนำไปทิ้ง หรือถูกนำไปเก็บเอาไว้ในห้องเก็บของภายหลังจะมีวิญญาณมาจากอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้แต่โดยส่วนใหญ่แล้วโยวไคชนิดนี้จะมีอันตรายกับมนุษย์  

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ตำนานอาถรรพ์ ของละครเรื่อง  Macbeth   ผู้แต่งโดย เช็คสเปียร์ 

            หากพูดถึงเช็คสเปียร์เชื่อว่าหลายคนที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องของวรรณกรรมละครเวทีย่อมรู้จักชื่อคนผู้นี้กันเป็นอย่างดีเพราะเขาเปรียบเสมือนเป็นบิดาแห่งวงการละครเวทีเลยก็ว่าได้ผลงานของเชคสเปียร์นั้นมีมากมายหลายเรื่อง  ตำนานอาถรรพ์  และแต่ละเรื่องนั้นก็ตั้งชื่อเสียงให้กับเช็คสเปียร์เป็นอย่างมากและถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายร้อยปีแต่ผลงานของเชคสเปียร์ก็ยังคงมีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง

        อย่างไรก็ตามว่ากันว่ามีผลงานของเชคสเปียร์เรื่องหนึ่งซึ่งมีการแต่งขึ้นมาในช่วงสมัยยุคที่มีพ่อมดแม่มดอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ด้วยละครที่เช็คสเปียร์ได้มีการแต่งขึ้นมานั้นมีการกล่าวถึงอภินิหารและคำสาปมนต์ดำของเหล่าบรรดาพ่อมดแม่มดทั้งหลาย  ทำให้ละครเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดเป็นเรื่องราวอาถรรพ์เกิดขึ้นเมื่อบรรดาเหล่าพ่อมดแม่มดตัวจริงที่ได้รู้เรื่องบทละครของเชคสเปียร์เรื่องนี้เกิดความไม่พอใจที่เช็คเทียนนั้นได้นำเรื่องราวของพวกเขามาเปิดเผยให้กับประชาชนคนอื่นได้รับรู้ 

      สำหรับบทละครที่มีเรื่องราวอาถรรพ์นั้นมีชื่อเรื่องว่า  Macbeth  ว่ากันว่าหลังจากที่มีการนำบทละครเรื่องนี้มานำแสดงคนที่เล่นเป็นตัวละครตัวเอกจะได้รับผลจากคำสาปของบรรดาพ่อมดแม่มด ทั้งหลายทำให้คนที่แสดงในเรื่อง Macbeth ต่างก็พากันเสียชีวิตอย่างเช่นคนที่ได้รับผลจากคำสาปคนแรกนั่นก็คือ  ฮัล เยอร์ริดจ์  ซึ่งเธอได้แสดงบนเวทีครั้งแรกหลังจากแสดงเสร็จเธอก็เสียชีวิตลงอยู่หลังเวทีนั่นเอง

       นอกจากนี้เรื่องราว ตำนานอาถรรพ์ ของละครเรื่องดังกล่าวยังมีการพูดถึงกันอย่างต่อเนื่องและถึงแม้ว่าระยะเวลาจะผ่านมาอีก 400 ปีให้หลังซึ่งได้มีคนนำละครเรื่องดังกล่าวของเชคสเปียร์มาแสดงใหม่อีกครั้งหนึ่งแต่ทุกครั้งที่มีการวางตัวผู้แสดงโขนที่จะแสดงในบทละครดังกล่าวก็มีอันเป็นไปไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหรือแม้แต่บางคนก็ฆ่าตัวตายเองหรือบางคนก็เจ็บไข้ได้ป่วยทำให้ในที่สุดก็ไม่มีใครกล้าที่จะแสดงบทละคร เรื่อง Macbeth อีกเลย 

         อย่างไรก็ตามในช่วงปีคริสตศักราช 1947 ได้ มีการนำบทละครของเชคสเปียร์เรื่อง Macbeth กลับมาสร้างใหม่อีกครั้งหนึ่งและคนที่รับบทตัวเด่นในละครเรื่องนี้ก็คือ  ฮาโรลด์  ทอร์แมน   และเรื่องราวอาถรรพ์ก็ยังคงเกิดขึ้นเมื่อระหว่างที่เขากำลังแสดงอยู่บนเวทีนั้นปรากฏว่ามีฉากหนึ่งซึ่งจะเป็นฉากต่อสู้และต้องใช้ดาบต่อสู้กันปรากฏว่าฉากดังกล่าวนั้นเกิดอุบัติเหตุเปิดขึ้นทำให้เขาถูกแพงจริง

         และเสียชีวิตลงตรงกลางเวทีนั้นเองซึ่งในขณะที่เขาเสียชีวิตนั้นผู้ชมที่เข้ามาชมบทละครดังกล่าวไม่มีใครรู้เลยว่าเขาได้เสียชีวิตลงแล้วเพราะทุกคนต่างก็คิดว่ามันคือการแสดงของเขาและเขาแสดงได้สมบทบาทจริงๆแต่หลังจากที่การแสดงสิ้นสุดลงนั่นเองทำให้ทุกคนจึงได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาถูกแทงและเสียชีวิต  ทำให้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงไม่มีใครกล้าที่จะนำบทละครเรื่องMacbeth  มาสร้างอีกเลย 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    บาคาร่า sa gaming

ตำนานหนูน้อยหมวกแดง

เวลาเราพูดถึงเรื่องราวตำนานพื้นบ้านหรือตำนานในพื้นที่ต่างๆคือจะบอกว่าในแต่ละพื้นที่มันมีอยู่เยอะแยะมากมายและในแต่ละพื้นที่มันก็แตกต่างกันออกไปด้วย

ซึ่งในประเทศไทยที่เราอยู่ในตอนนี้มันก็มีอยู่หลากหลายจำพวกมากแต่มันจะอยู่จำพวกหนึ่งที่ใช้คำว่าตอนที่เรายังเด็กๆอยู่นั้นเรามักจะได้ยินเรื่องราวเหล่านี้จากพ่อแม่จากในห้องสมุดที่เราเอาไว้อ่านกันและใช้คำว่าเรื่องราวเหล่านี้ค่อนข้างที่จะน่ารักและเนื้อหาค่อนข้างที่จะดีมาก

โดยนิทานเรื่องนั้นนั่นก็คือนิทานอีสป นั่นเองคือ นิทานอีสปที่เราจะพูดถึงอยู่ตรงนี้มันใช่ว่ามันแค่สองสามเรื่องมันมีอยู่เยอะแยะมากมายถ้ายกตัวอย่างเช่นลูกหมูสามตัว กระต่ายกับเต่าราชสีห์กับหนูหรืออะไรอีกเยอะแยะมากมายที่ตอนเด็กๆเราก็เคยจะได้ยินกันและจะบอกว่าเนื้อหารูปภาพหรือข้อคิดต่างๆในนิทานอีสปใช้คำว่าเขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับเด็กโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้คุณเชื่อหรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้วต้นฉบับจริงๆของนิทานอีสปหลายๆเรื่องนั้นมันไม่ได้น่ารักอย่างที่คิดเลยและหนึ่งในนิทานอีสปที่เป้นใมนรูปแบบนั้นก็คือเรื่อง หนูน้อยหมวดแดง นั่นเอง เวลาที่เราพูดถึงหนูน้อยหมวกแดงเราเชื่อเลยว่าหลายๆคนก็อาจจะรู้จักกันอย่างแน่นอน

เพราะในยุคปัจจุบันก็จะมีอย่างดิสนีย์เขาได้นำเอามาทำเป็นหนังนำมาทำเป็นการ์ตูนแล้วก็ถ้าเกิดว่าย้อนกลับไปก็จะเป็นนิทานอีสปที่อยู่ในหนังสือที่เราหาอ่านได้ทั่วไปและเนื้อหาของหนูน้อยหมวกแดงถ้าใครไม่เคยได้ยินเราสรุปให้เอาคร่าวๆมันก็จะเป็นประมาณว่าได้มีหนูน้อยคนนึงถูกว่างานจากคุณแม่ให้นำขนมมาให้คุณยายจากอีกหมู่บ้านหนึ่งที่จะต้องเดินผ่านป่าใหญ่ไปหลังจากนั้นก็จะเจอบ้านของคุณยาย

ซึ่งในระหว่างทางที่กำลังเดินไปนั้นอยู่ก็ได้พบกับหมาป่าแล้วก็ได้ชวนหนูน้อยหมวกแดงคนนี้คุยกันไปคุยกันมาหลังจากนั้นก็ได้บุกไปที่บ้านคุณยายจากนั้นก็กินยายเป็นอาหารและหลังจากนั้นก็ปลอมตัวเป็นคุณยายแล้วก็หรอกหนูน้อยหมวกแดงจนสุดท้ายก็ได้กินหนูน้อยหมวกแดงเข้าไป

ดังนั้นในตอนท้ายของเรื่องเจ้าหมาป่าก็ได้เผยหลับภายในบ้านของคุณยายแล้วก้มีนายพรานมาทำการผ่าท้องของหมาป่าแล้วก็ได้ยัดหินเข้าไปในท้องของหมาป่าหลังจากนั้นหมาป่าก็ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองมีหินอยู่ในท้องสุดท้ายเร่องนี้ก็จบลงด้วยดีก็คือเจ้าหมาป่าตัวนั้นมันได้ตายลงไปนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ทดลองเล่นสล็อต gclub

เกาะผีอาถรรพ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

ซึ่งถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เรื่องราวในอดีตของเกาะแห่งนี้ดูจะค่อนข้างจะน่ากลัวนิดหนึ่งแต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มลงทุนว่าจ้างเรือของชาวบ้านมาลอยคออยู่บริเวณที่เกาะแห่งนี้เพื่อที่จะจับปลาหรือว่าสัตว์ทะเลอยู่บ่อยครั้งมันก็เป็นเพราะว่าเกาะแห่งนี้มันค่อนข้างที่จะเงียบสงบไม่มีผู้คนเข้ามารบกวนนั่นเอง

โดยทำให้ทะเลแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์ทะเลน้อยใหญ่มากมายโดยที่นักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้เกงกลัวต่อสิ่งลี้ลับแต่อย่างใดแต่ก็จะมีกฎข้อห้ามสำคัญอยู่นั่นก็คือจะต้องออกจากเกาะแห่งนี้ก่อนที่ฟ้าจะมืดลงนั่นเอง

สำหรับข้อมูลตรงส่วนนี้ก็คือประวัติความเป็นมากคร่าวๆของเกาะขามน้อยหรือเกาะผีแห่งนี้และเรื่องราวที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้มันก็จะเป้นเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อส่วนบุคคลยังไงก็ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชมคือต้องบอกแบบนี้ว่าเรื่องราวของเกาะผีแห่นี้จะค่อนข้างเรื่องลือไปทางด้านความน่ากลัวความสยดสยองอยู่บ้าง

เพราะฉะนั้นแล้วใช่ว่าจะไม่เคยมีใครมานอนพักแรมบนเกาะแห่งนี้เพราะว่ายังมีคนบางกลุ่มที่ชื่นชอบความท้าทายแล้วก็อยากจะเข้ามาท้าพิสูจน์เรื่องราวลี้ลับแห่งนี้

ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็จะว่าจ้างคนให้มาส่งแล้วก็ค้างคืนอยู่บนเกาะแห่งนี้อยู่บ่อยๆตัวอย่างเช่นยูทูปเบอร์ชื่อดังแนวท้าผีพิสูจน์เรื่องลี้ลับที่มีชื่อว่าก็อตดราก้อนนั่นเองเรียกได้ว่าช่องนี้มีเอกลักษณ์ที่โด่งเด่นเรื่องความใจเด็นโดยที่เขานั้นได้เข้ามาค้างอยู่บนเกาะแห่งนี้เพียงลำพัง

นอกจากนี้ในคืนนั้นเองเขาก็ได้พบกับเรื่องลี้ลับต่างๆมากมายไม่ว่าจะมาในรูปแบบของเสียงครวญครางเสียงสวดเสียงกระดิ่งหรือแม้แต่เงาแวปไปแวปมาตามป่าเรียกได้ว่าใครใจไม่แข็งพออาจจะถึงขั้นสติแตกจนเป็นบ้าไปเลยก็ได้

เนื่องจากนี้ยังไม่พอเขาก็ยังได้เดินสำรวจรอบๆเกาะแล้วก็พบกับเศษซากโครงกงระดูกมนุษย์อยู่ใต้ผืนทรายของเกาะแห่งนี้เป็นจำนวนมากจากข้อมูลตรงนี้ก็พอที่จะยืนยันประวัติความเป็นมาของเกาะแห่งนี้ว่าเคยเป็นสุสานที่เคยฝังศพจำนวนมากว่ามันคือเรื่องจริงนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้วยังเคยมีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาเกาะแห่งนี้เพื่อท้าทายจนได้พบกับเรื่องราวประหลาดเกิดขึ้นนั่นก็คือพวกเขาได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากป่าว่า “พวกมึงมาทำไม” ก่อนที่พวกเขาจะเห็นร่างกายคนใส่ชุดคุมคลายกับคนมุสลิมปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขานั่นเองชาวบ้านท้องถิ่นยังได้ระบุว่าปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนได้พบเจอเรื่องประหลาดภายในเกาะแห่งนี้อยู่เรื่อยมา

 

สนับสนุนโดย.    ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี se

อารยธรรม บาสเตต (Bastet) ที่มีหน้าเป็นแมว

ทาสแมวเมื่อเราได้พูดถึงแมวแล้วเราเชื่อว่าหลายคนเข้าใจว่าแมวเพิ่งจะมาเป็นสัตว์เลี้ยงให้กับมนุษย์ได้ไม่นานแต่จริงๆแล้วแมวเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์มานานแสนนานมากแล้วอาจจะนานเกือบจะเท่าหมาเลยทีเดียวถามว่าทำไมเพราะว่าในสมัยก่อนตอนที่มนุษย์ได้เกิดการปฏิวัติเกษตรกรรมเริ่มเพาะปลูกอะไรต่างๆมนุษย์ก็จะต้องมียุ้งฉางใช้ไหม

สำหรับเอาไว้เก็บพืชพรรณธัญญาหารอะไรต่างๆและแน่นอนสิ่งที่ตามมาจากการที่เก็บพืชพรรณธีญญาหารไว้รวมกันก็คือยังไม่ใช่แมวและสิ่งนั้นก็คือพวกสัตว์ฟันแทะต่างๆโดยเฉพาะหนูแน่นอนว่าเอาข้าวมากองรวมกันไว้เยอะๆพวกหนูมันก็จะต้องเข้ามาใช่ไหม

ดังนั้นสิ่งหนึ่งก็ตามหนูเข้ามานั่นก็คือพวกแมวป่านั่นเองพวกแมวที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของหนูก็มีการเข้ามาจีบหนูอะไรต่างๆในยุ้งฉาง

ซึ่งก็ได้ทำให้นักประวัติศาสตร์ได้สันนิษฐานว่าคนสมัยโบราณน่าจะเรียนรู้จากสิ่งนี้แหละว่าถ้าเราเลี้ยงแมวป่าไว้แมวป่ามันก็จะมาจับหนูกินเราก็จะไม่มีศัตรูพืชอะไรต่างๆยุ่งฉางของเรามันก็จะปลอดภัยดังนั้นเขาก็เลยคาดกันว่ามนุษย์ก็เลยเริ่มเลี้ยงแมวมาตั้งแต่สมัยนั้นและก็เลี้ยงมาเรื่อยๆแต่ถามว่าวิวัฒนาการของแมวมันพีคช่วงไหนต้องบอกเลยว่ามาพีคในสมัยอียิปต์โบราณ

เพราะว่าในสมัยอียิปต์โบราณได้มีการเลี้ยงแมวกันอย่างกว้างขวางและนอกจากการเลี้ยงแมวแล้วชาวอียิปต์โบราณยังมีการบูชาแมวอีกด้วยถามว่าทำไมต้องบูชาแมวเราจะรู้กันว่าเทพของอียิปต์มีหลากหลายแบบมีทั้งที่น่าตาเป็นมนุษย์แล้วก็ทั้งที่น่าตาเป็นสัตว์ต่างๆ เช่น เทพอนูบิสก็มีหน้าเป็นหมาแต่ว่าในอียิปต์โบราณยังมีเทพอยู่กลุ่มนึงที่หน้าของเขานั้นจะเป็นสิงห์ไม่ว่าจะเป็นเทพที่เป็นผู้ชายหรือว่าเทพีที่เป็นผู้หญิงและในบรรดาเทพที่หน้าเป็นสิงห์ทั้งหมดมีเทพีอยู่องค์หนึ่ง ชื่อว่า บาสเตต (Bastet) แต่เดิมเทพีองค์นี้มีหน้าเป็นสิงห์แต่ว่าหลังจากที่เวลาผ่านพ้นไป

นอกจากนี้ต้องบอกเลยว่าระยะเวลาของอารยธรรมอียิปต์นี่ไม่ได้สั้นเลยและยาวมากเราจะเห็นได้ว่าอารยธรรมอียิปต์นี่อยู่มานานมาก

ดังนั้นในยุคสมัยแรกๆเนี่ยเขาอาจจะเชื่อว่า บาสเตต หน้าตาเป็นสิงห์โต แต่พอมายุคสมัยหลังๆเขาเปลี่ยนเขาเปลี่ยนเขาเชื่อไปว่าบาสเตตมีหน้าตาเป็นแมวและชาวอียิปต์ก็เลยบูชาแมงวกันอย่างกว้างขวางนอกจากเลี้ยงและก็บูชาด้วยถามว่าเขาบูชากันไปถึงไหนต้องบอกว่า บาสเตต นั้นเป็นเทพีองค์ค่อยข้างที่จะสำคัญเพราะว่ามีความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับการดูแลผู้หญิงคลอดลูกอะไรประมาณนี้เรียกได้ว่าเทพีเป็นสามัญประจำบ้านของอียิปต์เลย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

ตำนานหลวงปู่ทวดสมัยยังเป็นทารก  ถูกขนานนามทารกอัศจรรย์

           สำหรับตำนานหลวงปู่ทวดนั้นเป็นตำนานเก่าแก่อายุมากกว่า 400 ปีมาแล้วซึ่งในสมัยนั้นเป็นสมัยของพระมหาธรรมราชาตอนปลาย  ซึ่งยังอยู่ในช่วงของสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นเอง  ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเนิ่นนานแล้วแต่ลูกศิษย์ลูกหาของหลวงปู่ทวดก็ยังคงจำฝังใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของหลวงปู่ทวดโดยเฉพาะประวัติเกี่ยวกับทารกมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในช่วง 400 ปีก่อนที่ผ่านมา  ตามตำนานระบุไว้ว่าในช่วงที่หลวงปู่ทวดเกิดนั้นเกิดในช่วงปีพุทธศักราช 2127 โดยเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ในตำบลชุมพล   โดยในตอนที่หลวงปู่ทวดเกิดมานั้นหลวงปู่ทวดเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน 

          พ่อกับแม่ต้องเช่าที่นาของชาวบ้านเพื่อปลูกนาหาเลี้ยงชีพของตนเองแต่พ่อกับแม่ของหลวงปู่ทวดนั้นเป็นคนดีอยู่ในศีลในธรรมดังนั้นเมื่อคลอดหลวงปู่ทวดออกมาได้มีการตั้งชื่อหลวงปู่ทวดในช่วงตอนเกิดใหม่ๆว่าเด็กชายปู   ด้วยความที่พ่อกับแม่นั้นมีฐานะยากจนเวลาที่พ่อกับแม่ออกไปทำนานั้นจึงต้องนำหลวงปู่ทวดออกไปเลี้ยงด้วยโดยแม่ของหลวงปู่ทวดจะเอาผ้าขาวม้าผูกทำเป็นเปลแล้วถึงเชือกระหว่างต้นไม้ 2 ต้นให้หลวงปู่ทวดนั้นนอนอยู่ในเปลหลังจากที่ไกวเปลจนหลวงปู่ทวดนอนหลับแล้วพ่อกับแม่ก็จะออกไปทำนาซึ่งอยู่ใกล้ๆกับที่หลวงปู่ทวดนอน

          โดยตอนที่หลวงปู่ทวดยังคงเป็นทารกนั้นหลวงปู่ทวดเป็นเด็กน่ารักไม่ร้องไห้งอแง  มีอยู่วันหนึ่งในขณะที่หลวงปู่ทวดนอนอยู่ในเปลและพ่อกับแม่กำลังทำงานอยู่นั้นปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาให้นมแม่ของหลวงปู่ทวดเดินมาที่เปรย์เพื่อต้องการที่จะเอานมให้กินแม่ของหลวงปู่ทวดมองไปในเปลเห็นงูตัวใหญ่เหลืออยู่บนตัวของหลวงปู่ทวดซึ่งในขณะนั้นหลวงปู่ทวดยังเป็นทารกแต่ก็ไม่ได้ร้องไห้งอแงแต่อย่างใดด้วยความตกใจแม่ของหลวงปู่ทวดจึงได้วิ่งไปตามสามีและคนอื่นๆให้มาช่วยกันขับไล่งู

          หลังจากที่มีการไล่งูตัวใหญ่นั้นออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแม่ของหลวงปู่ทวดก็มาดูร่างของทารกว่ามีร่องรอยของการถูกงูกัดหรือไม่แต่ไม่ว่าจะพลิกซ้ายพลิกขวาก็ไม่ปรากฏว่ามีร่องรอยของการถูกงูกัดตายอย่างไรที่สำคัญในระหว่างที่งูอยู่ในนั้นหลวงปู่ทวดไม่ร้องไห้นอนหลับสบายปกติแต่ที่น่าอัศจรรย์ใจเกิดขึ้นก็คือบริเวณในเปลของหลวงปู่ทวดนั้นมีลูกแก้วดวงหนึ่งซึ่งส่องแสงแวววาว และนับตั้งแต่ครอบครัวของหลวงปู่ทวดได้ลูกแก้วนั้นมาพ่อแม่ของหลวงปู่ทวดทำอะไรก็มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองจนทำให้ครอบครัวนั้นร่ำรวยขึ้นตามลำดับนั้นเอง

        และนี่เป็นเรื่องราวในสมัยแรกเกิดของหลวงปู่ทวดที่มีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นจนได้ฉายาว่าทารกอัศจรรย์นั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.    เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50

ตํานานไอ้ด่างเกยชัยจังหวัดนครสวรรค์

        สำหรับตำนานเกี่ยวกับเรื่องของจระเข้นั้นที่จังหวัดนครสวรรค์ก็มีตำนานของจระเข้ที่มีความโหดเหี่ยมและน่ากลัวเป็นอย่างมากซึ่งชาวบ้านขนานนามจระเข้ตัวนี้ว่าไอ้ด่างเกยชัย ซึ่งตำนานของไอ้ด่างเกยชัยนั้นเกิดขึ้นในสมัยของรัชกาลที่ 5 ว่ากันว่าจระเข้ตัวนี้มีความโหดเหี่ยมและร่างกายตัวใหญ่มากซึ่งมีการร่ำลือกันว่า กรมสมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพเดินทางขึ้นมาที่จังหวัดนครสวรรค์เพื่อมาดูจระเข้ตัวดังกล่าวเลยทีเดียว โดยจระเข้ไอ้ด่างนี้มันอาศัยอยู่ใน  แม่น้ำน่าน 

       ตำนานการเล่าขานกันว่าตรงบริเวณที่วัดแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าวัดเกยชัย ซึ่งสถานที่ตั้งของวัดนั้นอยู่ติดกับแม่น้ำโดยแม่น้ำดังกล่าวนั้นเป็นแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันนั่นก็คือแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน  ตรงบริเวณนี้ทุกปีในช่วงเวลานั้นจะมีน้ำมาก  อย่างไรก็ตามตรงบริเวณนี้ชาวบ้านมักจะมีการสูญหายอยู่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็นคนที่พายเรือผ่านไปผ่านมาตรงจุดนี้หรือแม้แต่คนที่มาเล่นน้ำตรงบริเวณหน้าวัดแห่งนี้ก็มักจะสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุ 

       ในช่วงแรกๆนั้นชาวบ้านไม่รู้ว่าคนที่หายตัวนั้นหายตัวไปที่ไหนแต่หลังๆมาพบว่ามีคนหายตัวมากขึ้นและบางครั้งก็มีเศษซากชิ้นส่วนของมนุษย์ลอยตามน้ำมาทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าถ่ายใต้น้ำบริเวณนี้น่าจะมีตัวอะไรอยู่ใต้น้ำที่คอยกัดกินทุกคนอย่างแน่นอน  ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะได้แค่ตัวดังกล่าวนั้นมากินคนมานานแค่ไหนแต่รู้ว่ามีชาวบ้านค่อยๆทยอยหายไปทีละคนสองคนจนในที่สุดก็สามารถสืบรู้ได้ว่าที่ชาวบ้านหายไปนั้นถูกจระเข้กิน  นี่คือจุดเริ่มต้นของตำนานไอ้ด่างเกยชัย 

       ซึ่งนอกจากจะมีคนเห็นมันลากคนไปกินในน้ำแล้วในบางวันยังเห็นว่าจระเข้ได้มีการขึ้นมานอนตรงบริเวณริมตลิ่งทำให้ชาวบ้านนั้นพากันหวาดกลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว หลังจากน้ั้นก็ไม่มีใครลงเล่นน้ำบริเวณนั้นอีกเลย  ซึ่งหลังจากที่มันไม่มีคนให้กิน จระเข้จึงเริ่มออกหากินด้วยการขึ้นมาบนบก ไปกินเป็ด และไก่ รวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวอื่นอื่น 

        และเหตุการณ์ที่ทำให้ไอ้ด่างกลายมาเป็นตำนานนั่นก็เพราะว่ามีอยู่วันหนึ่งมีแม่ลูกคู่หนึ่งท่าเรือมาในคลองดังกล่าวแล้วไอ้ด่างได้ทำการล่มเรือซึ่งทำให้แม่ปรับลงไปในน้ำและไอ้ด่างลากแม่ไปกินลูกชายที่เห็นเหตุการณ์เป็นไปตามพี่ชายให้มาช่วยกันปราบไอ้ด่างโดยใช้หอกแทงไปที่ตัวจระเข้จนมันได้รับบาดเจ็บแต่มันยังไม่ตายหลังจากนั้นมันขึ้นมาบนบกเพื่อมาพักรักษาตัวในระหว่างนั้นเองมีทหารเดินทางมาที่จังหวัดนครสวรรค์และเมื่อมาเจอตัวจระเข้ขนาดใหญ่ทางด้านทหารจึงได้มีการใช้อาวุธปืนยิงไปที่จระเข้ตัวดังกล่าวจนมันสิ้นชีพนับตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นตำนานของจังหวัดนครสวรรค์นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  sagame