เรื่องเล่าตำนาน พระมหาเจดีย์ชเวมอดอ เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศเมียนมา

         หากใครที่เคยศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศพม่าหรือไม่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของประวัติความเป็นมาของประเทศพม่าสถานที่สำคัญและสถานที่เก่าแก่ของประเทศพม่าเชื่อว่าหลายคนนั้นต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของพระมหาเจดีย์ ชเวมอดอกันมาบ้างแล้วเนื่องจากว่ามหาเจดีย์องค์นี้นั้นเป็นอีกหนึ่งในห้าของมหาเจดีย์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีความงดงามมีความเก่าแก่โบราณเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

           สำหรับความเก่าแก่ของมหาเจดีย์องค์นั้นว่ากันว่ามีอายุอานามมามากกว่า 2000 ปีมาแล้วซึ่งแน่นอนว่าเนื่องจากอายุที่เก่าแก่นี้ย่อมมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียวที่สำคัญพระมหาเจดีย์องค์นี้นั้นยังได้รับการตรวจสอบและว่าเป็นมหาเจดีย์ที่มีการสร้างเอาไว้สูงที่สุดในประเทศพม่าเลยก็ว่าได้

โดยความสูงของพระมหาเจดีย์องค์นี้นั้นมีการวัดแล้วสูงถึง 154 เมตรเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามสำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะเดินทางไปกราบไหว้สักการะพระมหาเจดีย์ชเวมอดอนั้นจะต้องเดินทางไปยัง ที่เมืองพระโคหรือหงสาวดี

         สิ่งที่สำคัญที่ทำให้มหาเจดีย์องค์นี้เป็นที่นับหน้าถือตาของคนชาวเมียนมาร์และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวได้ก็เพราะว่าชาวเมืองเมียนมาร์นั้นต่างก็พากันเชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุและพระเขี้ยวแก้วของพระโคตมะพุทธเจ้า  โดยมีการสันนิษฐานว่าเจดีย์ชเวมอดอ สร้างโดยพ่อค้าชาวมอญจึงมีสถาปัตยกรรมแบบมอญทุกประการ

  นอกจากนี้ยังมีการสร้างพระมหาเจดีย์องค์นี้ขึ้นในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง  มีการเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อว่าพระองค์จะเสด็จมานมัสการเจดีย์ชเวมอดอ ทุกครั้งก่อนออกรบ  และทุกครั้งที่มากราบไหว้เจดีย์ชเวมอดอ ก็จะประสบกับชัยชนะทุกครั้งไป

         อย่างไรก็ตามว่ากันว่าตลอดระยะ 2000 ปีที่ผ่านมานั้นพระมหาเจดีย์ชเวมอดอนั้นต้องประสบกับแผ่นดินไหวหลายครั้งในปีคริสต์ศักราช 1917 แผ่นดินไหวรุนแรงจนทำให้ยอดพระเจดีย์พังลงมาแต่ยอดฉัตรยังคงสภาพเดิมไม่แตกกระจายเชื่อกันว่านี่คือจุดอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์นักท่องเที่ยวสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดเจดีย์ที่หักลงมาเปรียบดังการค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปจากนั้นให้เอามือและหน้าผากแตะที่พระธาตุองค์เดิมที่หักและอธิษฐานพรจะสัมฤทธิ์ผล 

     ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เรื่องของตำนานและความเชื่อแต่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวเมียนมาร์อีกหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยหากมีโอกาสก็จะพากันเดินทางไปที่พระมหาเจดีย์ชเวมอดอแห่งนี้เพื่อไปทำการเคารพสักการะและมีโอกาสนำหน้าผากไปแตะเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อที่มีการเล่าขานกัน

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

ตำนาน เทพเจ้าของประเทศญี่ปุ่น แล้วก็ ศาลเจ้าสิงสถิต ขลังสุดในประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็น หนึ่งในประเทศที่ได้มีความเชื่อเรื่องเทพเจ้า แล้วก็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว จนกระทั่งตอนนี้อิทธิพลของความศรัทธาเดิมจะลดลงไปบ้าง แต่ว่าเราก็ยังคงได้มองเห็นเรื่องราวของเทพเจ้าของประเทศญี่ปุ่นผ่านทางสื่อต่างๆมากมายเช่นอยู่ในมังงะ อนิเมะ เกม แล้ว

ก็หนังอยู่ตลอด ประเภทที่ว่ามองเห็นปุบปับพวกเราจะคุ้นเลยว่าเป็นเทวดาองค์ไหน ด้วยเหตุดังกล่าวเราเลยเก็บรวบรวมเอา เทพเจ้าประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง มาฝากผู้ใดที่สนใจเรื่องราวตำนานเทพของญี่ปุ่น

 

  1. อิซานามิ (Izanami) และอิซานางิ (Izanagi) เทพ และเทพีแห่งการสร้าง

คู่เทพที่การสรรสร้าง อิซานามิแล้วก็อิซานางิ ที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นพระแม่ และก็พระพ่อของเทพเจ้าที่อยู่ในญี่ปุ่นทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ตามความศรัทธาของศาสนาชินโตแล้วทั้งสององค์นี้นับเป็นเทวดาชาย-หญิงคู่แรกของโลก โดยทั้งคู่สร้างโลกขึ้นมาจากการกวนหอกศักดิ์สิทธิ์ที่ประดับโดยการใช้อัญมณีอยู่ระหว่างสรวงสวรรค์ แล้วก็โลก เมื่อใดที่น้ำจากปลายหอกหยดลง ก็จะก่อกำเนิดผืนแผ่นดิน รวมทั้งเกาะบนโลกขึ้น

ตามตำนานเชื่อว่าแหล่งกำเนิดของญี่ปุ่นนั้นอยู่ที่เกาะอาวาจิ ก็เลยได้มีการตั้งศาลเจ้าโอโนะโคโระ (Onokoro Shrine) ขึ้น เพื่อที่จะเอาไว้เครพบูชาเทพอิซานางิ แล้วก็อิซานามิ รวมทั้งเนื่องจากว่าเทพทั้งคู่เป็นคู่รักกัน ศาลเจ้าที่นี้ก็เลยมีชื่อเสียงในฐานะศาลเทพเจ้าแห่งความรัก ซึ่งจะมีเสาอินาริสีแดงที่มีความสูง 21.7 เมตรเป็นแลนด์มาร์คของตรงนี้เลย

  1. อามาเทราสึ (Amaterasu) สุริยเทพแห่งญี่ปุ่น

เทพอามาเทราสึ หรือโอมิคามิ (Omikami) เป็นเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ แล้วก็แสงไฟ โดยว่ากันว่าจักรพรรดิของคนญี่ปุ่นนั้นสืบสกุลมาจากเทพองค์นี้ รวมทั้งธงชาติประเทศญี่ปุ่นมีเครื่องหมายของพระอาทิตย์ด้วย ถือว่าเป็นเทพเจ้าที่เป็นรากฐานของพิธีบูชาสำคัญต่างๆจำนวนมากเลยของศาสนาชินโต

และในศาลเจ้าสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอามาเทราสึ จะเป็นศาลเจ้าอามาโนะ อิวาโตะ ที่อยู่ในจังหวัดมิยาซากิ ซึ่งได้เป็นถ้ำที่อามาเทราสึหนีไปหลบซ่อนในขณะที่ได้เกิดปัญหากับเทพซูซาโนโอที่เป็นน้องชาย จนกระทั่งทำให้ทั่วทั้งจักรวรรดิจะต้องเจอกับความมืดมิด บรรดาเทพเจ้าต่างๆพากันหาเล่ห์เหลี่ยมให้นางยอมออกมา โดยที่ทำการจัดงานสนุกสนานหน้าถ้ำ แล้วก็ติดกระจกหันไปทางถ้ำให้สะท้อนงานสังสรรค์เพื่อล่อให้เธอออกมามองนั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

อินเดียเตรียมขีปนาวุธพร้อมรบกับ จีน

อินเดียเตรียมขีปนาวุธ สำหรับในช่วงที่ผ่านมาก็จะมีกระแสความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง จีน กับใต้หวัน เป็นระยะๆ ซึ่งจีนเองก็ได้พยายามที่จะแสดงแสนยานุภาพทางทหารว่ามีความแข็งแกร่งมากกว่าใต้หวัยพอสมควรเลยแล้วก็ล่าสุด จีนก้ได้มีการแสดงแสนยานุภาทางอาวุธยุทโธปกรณ์อีกครั้ง

โดยเป็นการทดสอบระเบิดใต้น้ำเพื่อโจมตีทำลายท่าเรือเป็นครั้งแรกเลย ซึ่งก็มีการคาดการณ์เป็นครั้งแรกเลยว่าระเบิดโจมตีใต้น้ำที่มีการทดสอบกันรอบนี้ถือเป็นระเบิดที่ทรงพลังเป็นอย่างมากจนทำให้สื่อจีนเขาได้คาดการณ์ว่าอาจจะเป็นการซ้อมที่เตรียมเอาไว้ในอนาคตข้างหน้า

หากเกิดมีการสู้รบกันเกิดขึ้นระหว่างจีนกับสหรัฐ สหรัฐก็จะถูกจีนใช้อาวุธตัวนี้เข้าไปโจมตีทั้งท่าเรือแล้วก็เครื่องบินที่บรรทุกรถต่างๆด้วย ไม่ใช่แต่เฉพาะจีนกับสหรัฐเท่านั้น แต่ปรากฏว่าจีนกับอินเดียความสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยดี

เพราะว่าล่าสุดถ้ามองไปอีกด้านหนึ่งตอนนี้ทางอินเดียก็มีความพร้อมในการทดสอบแล้วก็พัฒนาอาวุธรุ่นใหม่เช่นเดียวกันล่าสุดมีการทดสอบขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์รุ่นที่5 ที่สามารถยิงได้ไกลถึง5,000กิโลเมตรหมายความว่าถ้ายิงจากอินเดีย

สามารถยิงไปถึงจีนได้อย่างสบายๆตรงนี้เองได้สร้างความตึงเครียดให้กับทั้งสองประเทศก็คือ จีน กับ อินเดีย ซึ่งที่ผ่านมามีการส่งกำลังทหารไปประชิดพื้นที่ตามแนวชายแดนรอยต่อของทั้งสองประเทศในช่วงที่ผ่านมากันพอสมควร ช่วงนี้มีการแสดงแสนยานุภาพซ้อมรบ ซ้อมในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ของหลายๆประเทศแทบจะเป็นรายสัปดาห์กันเลย

ซึ่งเรามาดูที่อินเดียกันก่อนเลย กองทัพอินเดียด้ำการทดสอบ ขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ Agni-5 รุ่นที่5และเป็นรุ่นในปัจจุบันนี้มีพิสัยทำการระหว่าง5,000-8,000กิโลเมตรเป็นการทดสอบขึ้นเมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมานี้เอง ขีปนาวุธ Agni-5 มีน้ำหนักราว50ตันมันสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์น้ำหนัก1ตันความเร็ว24MACHหรือประมาร30,000กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เพราะฉะนั้นแล้วถือได้ว่าเป็นสุดยอดอาวุธเลยที่จะช่วยให้อินเดียก้าวสู่มหาอำนาจในภูมิภาค  ทางเข้า Gclub มือถือ  และเป็นการลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธระหว่างอินเดียกับคู่แข่งคนสำคัญอย่างประเทศจีนด้วย ซึ่งการทดสอบในครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบครั้งที่5แล้วนับตั้งแต่ปี2555เป็นต้นมา

นอกจากนี้ในอนาคตอินเดียไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้เพราะว่าเขากำลังพัฒนาขีปนาวุธ Agni-5 เป็นรุ่นที่6คือมีการตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะทำให้มันมีพิสัยทำการมากขึ้นระหว่าง11,000-12,000กิโลเมตรแล้วก็สามารถติดตั้งเข้าได้กับฐานยิงไม่ว่าจะเป็นทั้งภาคพื้นดินและรวมไปถึงเรือดำน้ำอีกด้วย

ประวัติศาสตร์เรืออาลิซาเบธ

ซึ่งวันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับเรือรบมาฝากกัน  ประวัติศาสตร์เรืออาลิซาเบธ โดยเรือรบที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้มันคือเรือSMSอาลิซาเบธโดยเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษหรือว่าสหราชอาณาจักรนั่นเองและเราก็เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยเห็นเรือบรรทุกเครื่องบินกันมาตั้งแต่ยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่1ครั้งที่2จนถึงสมัยปัจจุบันมันก็จะมีความคล้ายคลึงกันนั่นก็คือ

องค์ประกอบหลักๆของมันที่เรามองแล้วเรารู้เลยว่ามันเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินคืออะไรคือมันจะมีด่านฟ้าเรือที่สามารถเป็นรันเวย์ให้กับเครื่องบินได้และมันก็จะมีหอบังคับการถูกติดตั้งเอาไว้อยู่ด้านขวาหนึ่งหอแต่เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้มันมีความแตกต่างอะไรกับเรือบรรทุกเครื่องบินทั้งไป

ซึ่งเราอยากให้คุณดูดีๆมันมีหอบังคับการถึง2อันด้วยกันและมันมีเอาไว้เพื่ออะไรถึงสองอันเรียกได้ว่าแปลกมากๆเลย เพราะว่าเรือบรรทุกเครื่องบินของประเทศอื่นๆไม่ว่าจะเป็น จีน อเมริกา รัสเซีย หรือแม้กระทั่งไทย ก็มีหอบังคับการแค่อันเดียวเดี๋ยวเรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย

หลายคนก็อาจจะคิดกันไปว่าหอบังคับการทั้งสองอันมันถูกสร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลที่ว่าเผื่อหอบังคับการที่อันหนึ่งถูกโจมตีระเบิดไปยังเหลือหอบังคับการสำรองอีกอันหนึ่งเอาไว้ใช้ควบคุมเรือได้หรือเปล่าต้องบอกเลยว่าไม่ถูก เหตุผลหลักๆของมันที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเพราะว่าเจ้าหอบังคับการเป็นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อครอบท่อไอเสียของเรืออีกที

โดยเราต้องพูดถึงท่อไอเสียของเรือก่อนว่าเรือลำนี้ถูกออกแบบมาให้มีห้องเครื่องถึง2อันเพราะว่าในสงครามโลกครั้งที่2มันเคยมีเหตุการณืที่ตอปิโดของพวกฝั่ง อักษะ เข้ามาโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษแล้วโดนห้องเครื่องพอดีนั่นจึงทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินลำนั้น

ไม่สามารถใช้การต่อไปได้เลยไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยเหตุผลนี้เรือรุ่นใหม่ของอาลิซาเบธจึงออกแบห้องเครื่องให้อยู่ห่างกันสองที่หากห้องเครื่องหนึ่งเกิดขัดข้องหรือใช้การไม่ได้ขึ้นมามันก็ยังสามารถมีอีกห้องเครื่องหนึ่งในการเดินเรือต่อไปได้แล้วมันก็เป็นความจำเป็นของห้องเครื่องว่ามันจะต้องมีท่อที่คอยเอาไว้ระบายไอร้อนไอเสียออกไป

ซึ่งการที่จะดักท่อไอเสียสองอันให้มันมาเจอกันแล้วก็ออกมาเป็นปล่องเดียวมันจะทำให้กินพื้นที่ภายในเรือเป็นอย่างมากเลยเพราะรอคิดดูว่าท่อมันจะต้องมีความใหญ่มากๆเลยถูกไหมพื้นที่ของท่อไอเสียนั้นมันสามารถนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

เพราะฉะนั้นทางกองทัพอังกฤษจึงตัดสินใจที่จะสร้างท่อไอเสียสองอันให้มันแยกออกจากกันแล้วก็ขึ้นมาบนด้านฟ้าเรือทั้งคู่เลยและถ้าจะมีแค่ท่อไอเสียอย่างเดียวมันก็ออกจะประหลาดไปหน่อยเขาจึงออกแบบแทนที่จะเป็นท่อไอเสียอย่างเดียวสร้างหอควบคุมมาอีกอันเลยดีกว่าทำให้เรือลำนี้มีหอบัญชาการสองอัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub

ภัยพิบัติในยุคโมเสส สะท้อนปัจจุบัน

สำหรับเรื่องนี้ได้กล่าวถึงชายผู้หนึ่งชื่อว่าโมเสสเขาได้เป็นคนที่ถูกรับเลือกมาจากเทพเจ้า  ภัยพิบัติในยุคโมเสส  เพื่อให้มาช่วยชนชาติของเขานั้นก็คืออิสราเอลเพื่อที่จะนำเอาออกไปจากดินแดนอียิปต์แต่ทว่าใช่จะเอาออกไปได้ง่ายๆฟาโรห์อียิปต์เขาก็ไม่ยอมสิ

นอกจากนี้โมเสสก็เลยต้องนำภัยพิต่างๆเพื่อที่จะมาเสดงถึงนำอาจขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่จะทำให้ฟาโรห์ยอมใจอ่อนและได้ปล่อยชนชาติของเขาไป

ซึ่งทุกครั้งที่โมเสสสัมแดงทฤธิ์ของพระเจ้าฟาโรห์ก็ดื้อไม่ยอมฟังไม่ยอมปล่อยชนชาตินี้ไปจนกระทั่งทำให้โมเสสต้องแสดงภัยพิบัติถึงสิบครั้งกว่าฟาโรห์จะยอมปล่อยแล้วภัยพิบัติที่โมเสสได้นำมาแสดงในแต่ละอย่างนั้นมันได้เป็นเรื่องราวที่อยู่เหนือธรรมชาติที่ไม่มีใครสามารถอธิบายได้

เนื่องจากนี้จนได้มาถึงในยุคปัจจุบันที่เหล่านักวิทยาศาสตร์เขาได้ค้นหาเกี่ยวกับคำตอบทั้งหมดและก็ได้เปลี่ยนความเชื่อที่ทำให้คนเห็นว่าโมเสสเขาเป็นเพียงแค่นักมายากล

แต่ถึงอย่างไรก็ตามที่เรายังสงสัยและคิดว่านักวิทยาศาสตร์ยังอธิบายได้ไม่เคลียร์

ดังนั้นแล้วจึงได้อาศัยความสร้างสรรค์ของทุกคนมาช่วยกันคิดว่านี่มันเป็นเพียงเล่นกลหรือว่าเป็นอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าจริงๆและมันจะมีอะไรกันบ้างไปดูกัน แม่น้ำเลือดซึ่งพระเจ้าได้บอกว่าให้โมเสสยกไม้เท้าขึ้นจากนั้นได้ทำการตีลงไปที่แม่น้ำหลังจากที่ได้ตีไปแล้ว

จากนั้นแม่น้ำทั้งหมดก็ได้กลายเป็นสีเลือดและไม่ได้เป็นสีเลือดธรรมดาน้ำที่ได้อยู่ในแม่น้ำก็ได้ส่งกลิ่นเหม็นอย่างกับอึของเราเลยจนชาวบ้านอียิปต์ดื่มน้ำกินน้ำไม่ได้เลยส่วนพวกปลาที่ได้อยู่ในแม่น้ำได้จมลงแม่น้ำตายไปหมด

เพราะฉะนั้นแล้วนักวิทยาศาสตร์ก็ได้อธิบายเอาไว้ว่ามันก็ไม่ใช่อะไรที่วิเศษมันได้เกิดขึ้นมาจากทางธรรมชาติชนิดหนึ่งคือว่าด้านใต้แม่น้ำมันก็จะมีสาหร่ายชนิดหนึ่งถ้าหากแม่น้ำมีความอุดมสมบูรณ์อย่างเพียงพอและก็มีอุณหภูมิที่พอเหมาะโดยสาหร่ายชนิดนี้มันได้ผลิตดอกออกมาเป็นสีแดงมันจึงได้ทำให้แม่น้ำนั้นกลายมาเป็นสีเหมือนเลือดเลย

นอกจากนี้ในความร้ายกาจของเจ้าสาหร่ายชนิดนี้มันก็จะสามารถปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งออกมาด้วยมันก็เลยทำให้ระดับออกซิเจนที่อยู่ในน้ำลดน้อยลงไปพอออกซิเจนน้อยลงพวกปลาน้อยใหญ่ที่ได้อาศัยอยู่ในแม่น้ำก็หายใจไม่ออกแล้วก็ตายแต่ดูเหมือนกับว่าเรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์เขาจะอธิบายได้ไม่หมด

ซึ่งในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเขาไม่ได้กลายถึงแค่เพียงแม่น้ำเท่านั้นแต่ยังได้กล่าวถึงหนองบึงสระน้ำรวมถึงน้ำที่ได้อยุ่ในภานะด้วย

 

สนับสนุนโดย.  gclub เว็บตรง

ตำนานที่ฝรั่งได้พูดถึงกันอยู่บ่อยๆ

ตำนานที่ฝรั่งได้พูดถึงกันอยู่บ่อยๆ สำหรับเรื่องนี้กจะอยู่ในประเภทของน้ำคลองกับ พระนางเรือล่ม โดยเรื่องทั้งหมดนี้ก็ได้มีความเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงพระบรมวงศานุวงศ์ของไทยว่าครั้งหนึ่งเคยมีเจ้าหญิงฝรั่งเขาจะใช้คำว่าเจ้าหญิงแต่ประเทศไทยเราจะใช้คำว่าพระธิดา

โดยพระธิดาก็ได้ผลัดตกลงไปในสระน้ำแต่พระองค์ทรงกลับว่ายน้ำไม่เป็นถึงแม้ว่าพระองค์จะมีผู้ติดตามอย่างมากมายแล้วก็ตามเพียงแต่ว่าทุกคนไม่กล้าที่จะกระโดดน้ำลงไปช่วยเหลือพระองค์และได้ทำให้พระธิดาได้จมน้ำและเสียชีวิตไปในที่สุดเพราะสาเหตุอะไรที่ทำให้ผู้ไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือพระธิดา

ซึ่งตามกฎมณเฑียรบาลในอดีตนั้นห้ามมิให้ใครที่ไม่มีเชื้อพระวงศ์สัมผัสถูกเนื้อต้องตัวอย่างเด็ดขาดไม่อย่างนั้นแล้วบุคคลที่เข้าไปโดนเนื้อต้องตัวของพระธิดานั้นก็จะถูกประหารชีวิตทั้งตระกลูและนี่มันก็ได้กลายมาเป็นสาเหตุที่ได้ทำให้ผู้ติดตามไม่กล้าลงไปช่วยนั่นเอง

นอกจากนี้ข้อมูลบางส่วนตำนานเรื่องดังกล่าวทางพวกฝรั่งเขาได้คิดกันว่ามันน่าจะมาจากประเทศญี่ปุ่นแต่ที่จริงแล้วมันมาจากประเทศไทยของเรานี่เองและมันก็ได้เป้นเรื่องจริงที่ได้เกิดขึ้นมาและมันได้เป็นเรื่องของ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ที่ชาวบ้านอย่างพวกเราๆเรียกกันว่า พระนางเรือล่ม 

เนื่องจากนี้พระนางก็ได้สิ้นพระชนม์ด้วยอุบัติเหตุเรือเรือพระประเทียบล่มในตำบลบางพุธอำเภอปากเกล็ดจังหวัดนนทบุรีปัจจุบันนี้คือวัดกู้ในขณะที่พระนางได้ล่มลงไปแล้วนั้นพระนางก็ได้ตกลงไปในคูน้ำในช่วงนั้นก็ได้มีการออกคำสั่งไม่ให้ใครก็ตามห้ามลงไปช่วยเหลืออย่างเด็ดขาดเพราะว่ามันจะเป็นการขัดต่อกฎมณเฑียรบาลที่ถูดตั้งขึ้นมานั้นเองที่ห้ามผู้ใดถูกเนื้อต้องตัวพระวรกายอย่างเด็ดขาดไม่อย่างนั้นหัวขาดทั้งโครต

ดังนั้นในเวลาต่อมาชาวบ้านจึงได้พากันช่วยสร้างศาลของพระนางเรือล่มขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรในครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

เพราะฉะนั้นแล้วก็ยังได้มีเรื่องที่สยองอยู่อีกอย่างเช่นลัดดาแลนด์ได้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฝรั่งได้พูดถึงกันอยู่บ่อยๆอย่างลัดดาแลนด์มันได้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีผีดุดมากที่สุดของประเทศไทยเราเลยก่อนที่มันจะกลายมาเป็นผีสยองขวัญที่พึ่งออกฉายในปี2011ที่ผ่านมา

โดยเรื่องมันได้เริ่มมาจากในครอบครัวหนึ่งที่ได้ย้ายเข้าไปในอยู่ในหมู่บ้านที่มีชื่อว่าลัดดาแลนด์ครอบครัวที่ดูเหมือนจะพร้อมหน้าพร้อมตาก่อนที่เรื่องราวสยองขวัญจะเริ่มขึ้นกับครอบครัวเขาหนังเรื่องดังกล่าวถึงว่ามีความสยองขวัญพอสมควรและได้ถูกพูดถึงกันมาที่สุดในเว็ปของฝรั่ง

 

สนับสนุนโดย.  gclub

The Siren Headมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือไม่?

สำหรับเปรตหัวลำโพงหรือว่า The Siren Headมีตัวตน  ตัวนี้มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งเรื่องมันได้เกิดที่สหรัฐอเมริกาในปี1966เขาได้พากันเที่ยวขับรถไปได้สักระยะหนึ่งพวกเขาก็เกิดพบที่ฝังศพและจากนั้นเขาทั้งสองก็ได้พากันลงไปถ่ายรูปที่บริเวณนั้นจากนั้นสามีของเธอเขาได้เห็นรูปร่างเสาไฟฟ้าประหลาดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในจุดเดียวกันกับที่พวกเขานั้นอยู่

ซึ่งเสาไฟฟ้าที่เขาได้เห็นกันตรงนั้นมีส่วนปลายที่เป็นลำโพงมันกับว่ามันเป้นเสาที่คอยแจ้งเตือนอะไรสักอย่างแต่เสาที่พวกเขานั้นเห็นมีรูปร่างที่คล้ายกับต้นไม้และถ้ามองดูดีๆก็จะมีรูปร่างคล้ายกับแขนและขาอยู่เหมือนกันแต่ในช่วงที่เขาทั้งสองได้เห็นอยู่นั้นมันไม่ได้ขยับหรือไม่ได้ส่งเสียงแต่อย่างใดๆเขาก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นศิลปะหรือว่าจะมีคนสร้างมันขึ้นมาเพื่อการถ่ายรูปกับเสาไฟฟ้าต้นนี้

เนื่องจากนี้อยู่เหตุที่ไม่คาดคิดมันก็ได้เกิดขึ้นนั่นก็คือเสาไฟฟ้าต้นนั้นเริ่มขยับตัวอย่างช้าๆจนทำให้สองสามีภรรยคู่นั้นได้รู้สึกตัวว่าเสาไฟฟ้าตนนี้มันไม่ใช่เสาไฟฟ้าธรรมดาแล้วและหลังจากนั้นเจ้าเสาไฟฟ้าต้นนี้มันก็ได้ปล่อยเสียงสัญญาณเตือนออกมาแน่นอนแล้วว่าสองสามีภรรยาคู่นี้ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนและได้เห็นเสาไฟฟ้าแปลกๆนั้นขยับเขาก็กลัวจนก้าวขาแทบไม่ออกเลยแต่สุกท้ายพวกเขาก็ต้องวิ่งหนีอยู่ดี

เพราะฉะนั้นแล้วในการวิ่งหนีของทั้งคู่นี้เสาไฟฟ้าต้นนี้ก็ได้วิ่งตามพวกเขาจนสุกท้ายแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็ได้หายไปอย่างไม่มีร่องรอยเหลือเอาไว้แต่เพียงกล้องฟิล์มที่ตกอยู่และได้มีคนมาพบเจอพร้อมกับรูปถ่ายที่ที่งสองคนนั้นเขาได้ถ่ายภาพเอาไว้นั่นเอง

โดยตรงนี้ก็ได้เป็นข้อมูลที่เก่ามากที่สุดที่เกี่ยวกับเปรตหัวลำโพงหรือThe Siren Headที่เราได้ไปเจอมาแต่ถามว่ามันยังมีข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้และการพบเจอเปรตหัวลำโพงตัวนี้อยู่อีกหรือไม่เราต้องขอบอกก่อนเลยว่ามันมีและมันก็ได้มีอยู่อีกหลายเหตุการณ์เลยแต่มันก็จะมีอยู่หนึ่งเหตุการณ์ที่เรารู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและไม่น่าจะสามารถแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเองได้

ซึ่งมันได้เป็นเหตุการณ์ที่นักเดินป่าได้ถูกทำลายโดนสัตย์ประหลาดที่เขานั้นได้อ้างว่าสัตวประหลาดตัวนั้นเป็นสัตว์ที่มีหัวเป็นลำโพงและรูปร่างคล้ายกับต้นไม้ตัวสูงใหญ่ไซเรนเฮดนั่นเองและข้อมูลตรงนี้มันก็ได้มีบันทึกเอาไว้เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

ตำนาน Beelzebub

      ตำนาน Beelzebub  Beelzebub หรือเบลเอเซบลู  เป็นปีศาจตนหนึ่งในความเชื่อของคริสและกรีช ได้ชื่อว่าราชาแห่งแมลงวันเป็นหนึ่งในผู้ปกครองนรกแต่ Beelzebub เคยเป็นเทพของชาวซีเรีย ต่อมาก็มากลายเป็นตัวร้ายในยุคของกษัตริย์  อาฮาซิอาร์

เมื่อมี นักบวชผู้หนึ่งได้บอกกับพระองค์ว่าเมื่อใดที่Beelzebub มาเยือนเมืองนี้จะเกิดโรคระบาดไปทั่วผู้คนจะล้มตายเป็นจำนวนมากและซากศพจะกองสูงเหนือหลังคาบ้านผู้คนจึงเชื่อว่า Beelzebub เป็นเทพแห่งโชคร้าย นั่นเอง  และถ้าหากว่าที่ไหนมีซากศพที่นั่นมีแมลง 

         Beelzebub จึงกลายมาเป็นปีศาจเห็นแมลงวันในที่สุดส่วนในคัมภีร์ไบเบิลพันธสัญญาใหม่ระบุว่า Beelzebub เป็นผู้ปกครองปีศาจหรือเจ้าชายแห่งปีศาจจัดอยู่ในกลุ่มเทวทูตตกสวรรค์เดิมที่แล้ว Beelzebub เคยสอนมนุษย์ให้เลิกใช้สิ่งของ  เรื่องอาหารการกินแต่แล้วก็ถูกขับจากสวรรค์เพราะก่อกบฏขึ้นซาตานก็ได้มาชวนให้เป็นพวกกลายมาเป็นผู้ปกครองนรก จากเดิมที่เคยสอนมนุษย์ จึงกลายมาเป็นปีศาจที่มาล่อลวงจิตใจของมนุษย์ 

          ผู้ใดที่ได้บูชา Beelzebub แล้วเขาจะปรากฏตัวในรูปของแมลงวันในทุกที่ที่มันไปจะมีฝูงแมลงวันบินตามไปด้วย ซึ่งในทุกที่ที่ Beelzebub จะมีแต่โรคร้ายผู้คนเชื่อกันว่าเขาจะมาดลบันดาลที่มีแต่โรคร้าย  Beelzebub มีความแตกต่างจากซาตาน  เนื่องจากว่าพลังอำนาจของ Beelzebub  ไม่ได้มาจาก ซาตาน

แต่แยกการปกครองส่วนหนึ่งไปและเป็นหนึ่งในเทวทูตตกสวรรค์ที่เรียกว่า ซาตาน เช่นเดียวกับลูซิเฟอร์และเทวทูตตกสวรรค์ ซามาเอล  เทวูตตกสวรรค์ เมื่อปรากฏบนโลกทั้งทีก็เป็นรูปหัวยักษ์หรือแพะตัวผู้ที่มีหางยาวเวลาโกรธจะพ่นไฟจากปากเป็นตัวแทนของบาปแห่งความตะกละ  

          สำหรับสัญลักษณ์ของความตะกละก็คือหมู Beelzebub มีถูกตั้ง ฉายาว่าจอมทำลายล้างเนื่องจากเป็นผู้นำเสนียดจัญไรต่างๆมาสู่มนุษยชาติได้ในสำรับของไพ่ทาโร่ Beelzebub  เขาจะเป็นตัวแทนไพ่ของThe Moon  ซึ่งเป็นตัวแทนของ ความสับสนความวุ่นวายความไม่สบายใจนั้นเอง 

      ตำนาน   Beelzebub  กล่าวว่าเขาคือเจ้าแห่งแมลงวันซึ่งเมื่อที่ไหนมีโรคร้ายไม่ว่าจะเป็นไข้รากสาดหรือแม้แต่ติดต่อกับโรคหรือโรคบิดก็เป็นสาเหตุเพราะว่า Beelzebubได้เดินทางไปเยือนยังสถานที่เหล่านั้นทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมา

ซึ่ง มีตำนานความเชื่อของชาวเพเกนมีการเชื่อกันว่า Beelzebubนั้นเขาคือ 1 ใน 3 ตนที่เป็นเจ้าแห่งนรกและBeelzebub  เป็นปีศาจที่ไปปกครองดินแดนทางภาคใต้ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแถวทวีปแอนตาร์กติกาหรือแม้แต่แอฟริกามักจะมีโรคร้ายเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ เพราะทางดินแดนตอนใต้นั้นเป็นสถานที่เหมาะอย่างยิ่งแก่การฟักตัวของเชื้อโรคนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

เมื่อเราเสียชีวิตไปแล้วเราจะเกิดเป็นผีเปรตจริงหรือไม่?

เวลาเราพูดถึงความเชื่อเรื่องของชีวิตหลังความตายว่ามันมีอยู่จริงๆหรือเปล่าในแต่ละคนในแต่ละศาสนาเขาก็จะมีความคิดที่แตกต่างกันออกไปยกตัวอย่างเช่นศาสนาพุทธเราเวลาเราตายไปถ้าเราทำดีก็จะได้ขึ้นสวรรค์และเราก็จะได้ขึ้นนิพพาน

ถ้าหากเราทำชั่วเยอะๆเราก็จะตกนรกแล้วก็จะต้องไปชดใช้กรรมอยู่ในนั้นหรือศาสนาคริสต์ถ้าเราเสียชีวิตไปเราเราก็จะไปอยู่กับพระเยซูหรือถ้าเราทำชั่วเยอะๆเราก็จะต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนชดใช้กรรมบนโลกไปเรื่อยๆหรือแม้แต่ทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันเขาก็มีการวิจัยชีวิตหลังความตายกันอยู่ด้วย

ซึ่งมันก็จะมีข้อมูลอยู่หนึ่งตัวที่เขาบอกว่านักวิทยาศาสตร์ได้เคยทดลองเสมือนว่าตัวเองได้เสียงชีวิตไปแล้วและดึงตัวเหล่านั้นกลับมาด้วยอุปกรณ์อะไรสักอย่างหนึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้ให้แต่ละคนบรรยายว่าพวกเขานั้นได้พบเจออะไรมาบ้างโดยคนเหล่านั้นที่เขาได้กลับเข้ามาได้แต่ละคนได้พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าเขาได้เห็นตัวเองนอนอยู่และเห็นคนอยู่รอบข้างอยู่ยืนล้อมตัวอยู่เหมือนกับตัวเขาได้เป็นวิญญาณและลอยอยู่บริเวณนั้นนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้วอย่างที่เราได้บอกไปนั่นในแต่ละพื้นที่ในแต่ละศาสนาเขาก็จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันแต่ถ้าในประเทศไทยเราต้องขอบอกว่ากว่า80-90%เราจะนับถือศาสนาพุทธกันและศาสนาพุทธเขาจะสอนให้คนทำความดีถ้าใครทำชั่วตบตีพ่อแม่ดุด่าพ่อแม่หรือรักขโมยของวัดคนเหล่านั้นจะตกนรกและจะต้องมาเกิดเป็นสิ่งมีชวิตหนึ่งที่น่ากลัวและมีน่าตาที่อัปลักษณ์และจะต้องใช้กรรมไปจนกว่าจะหมด

เนื่องจากนี้สิ่งที่มีชีวิตเหล่านี้ที่มีคนได้ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากเพราะหลายๆคนได้คิดว่าเมื่อเราได้เสียชีวิตไปเราอาจจะเกิดเป็นนสิ่งที่มีชีวิตตัวนั้นก็เป็นได้โดยสิ่งมีชีวิตตัวนั้นนั่นก็คือ “เปรต” นั่นเองโดยคำว่าเปรตที่เราได้พูดถึงตรงนี้เราเชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะเห็นภาพในรูปแบบของตัวใหญ่เท่าต้นตาลผมยาวคอยาวผอมโทรมผิวดท้อโตมือเท่าใบลานแต่ปากเท่ารูเข็มหิวอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่วามารถกินอะไรได้

นอกจากนี้ได้เป็นผลจากวิบากกรรมหนักหนาสาหัสจนต้องทำให้ปากเล็กเท่ารูเข็มและจะต้องมาขอส่วนบุญจากคนอื่นใช่ไหมแต่เราจะบอกว่าตามข้อมูลที่เราได้ไปหามามันได้เป็นแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็ต์หรือเปล่าเราขอบอกก่อนเลยว่ามันไม่ใช่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝากเงิน ออโต้

ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

   สำหรับ ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ นั้นเป็นตำนานที่โด่งดังมากในภาคอีสานซึ่งตำนานนี้พูดถึงประวัติความเป็นมาและสาเหตุสำคัญในการที่มีการสร้างพระธาตุก่องข้าวน้อย  โดยตำนานได้มีการพูดถึงครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่ด้วยกันสองคนโดยมีผู้เป็นแม่ที่เป็นหญิงที่แก่ชราแล้วกับลูกชายที่กำลังอยู่ในวัยทำงาน

      โดยทั้งคู่นั้นมีอาชีพทำนาซึ่งในทุกๆเช้านะลูกชายจะต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดเพื่อไปไถนาหลังจากนั้นผู้เป็นแม่ก็จะตื่นขึ้นมาทำอาหารแล้วนำกับข้าวไปส่งให้ลูกชายกินในตอนเช้าทุกๆเช้าแต่เราอยู่มาวันหนึ่งปรากฏว่าผู้เป็นแม่นั้นทำอาหารไปส่งลูกช้าเนื่องจากว่าอายุมากแล้ว  ส่วนทางด้านลูกชายนั้นก็รอแม่ตั้งแต่เช้าจนสายจนเที่ยงแม่ก็ยังไม่มาสักทีซึ่งเขาเองนั้นก็หมดแรงเหนื่อยจากการทำงานและหิวข้าวมากแล้วเมื่อเราแม่แล้วแม่ไม่มาก็เกิดอาการหงุดหงิด

            เมื่อถึงเวลาเที่ยงผู้เป็นแม่ก็รีบเอาข้าวมาส่งให้ลูกซึ่งแน่นอนว่าผู้เป็นแม่ไม่ได้เล่าถึงสาเหตุของการมาส่งข้าวช้าแต่ด้วยความที่ลูกชายนั้นมีอาการหิว โซ และอยู่ในอารมณ์โมโหจึงไม่ได้มีการถามไถ่ถึงสาเหตุของการที่แม่มาส่งข้าวช้าและยังพาลโกรธผู้เป็นแม่   มองเห็นข้าวที่แม่เตรียมมาให้กินนั้นมีแค่นิดเดียวก็ทำให้ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่คิดว่าข้าเพียงแค่นี้ไม่พอให้ทำให้เขาหายหิว

          แล้วด้วยความที่โกรธแม่มากที่แม่มาช้าและยังเอาข้าวมาให้น้อยเขาจึงได้เอาคันไถซึ่งอยู่ใกล้มือฟาดไปที่ตัวแม่ของเขาเองโดยเข้าฟาดไปหลายทีแบบไม่ยั้งไม่ได้สนใจเลยว่าแม่จะล้มลงหมดสติไปแล้วหลังจากนั้นเมื่อตีแม่จนน้ำใจเขาก็ไปนั่งกินข้าวจนกินอิ่มแล้วแต่ข้าวที่แม่เตรียมมาให้ก็ยังคงเหลืออยู่เขาเริ่มสำนึกได้ว่าเขาใช้ความรุนแรงกับแม่มากเกินไปจึงได้หันมาดูแม่

         แต่เมื่อหันกลับมาเห็นแม่ก็เห็นว่าแม่นอนหมดสติและเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็เห็นว่าแม่ของเขานั้นเสียชีวิตแล้ว  ซึ่งหลังจากที่เขาหายโมโหหิวแล้วและรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปเขาก็เสียใจกับการกระทำในครั้งนี้ของเขามาก  ดังนั้นเขาจึงได้มีการสร้างพระธาตุก่องข้าวน้อยขึ้นที่กลางนาตรงบริเวณที่แม่ของเขาเสียชีวิตเพื่อเป็นการชดเชยความผิดที่เขาได้มีการฆ่าแม่ของเขาเป็นการสร้างพระธาตุขึ้นมาเพื่อใช้บาปกรรมที่เขาได้ทำขึ้นมานั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ