การเป็นศิลปินแบบเรียบง่าย

ในบางครั้งสำหรับศิลปินบางคนก็ไม่ได้ต้องการเป็นศิลปินที่โด่งดังหรือไม่ได้มีจุดขายในเพลงเพื่อการตลาดเท่านั้น เพราะศิลปินบางคนอาจจะต้องการเป็นศิลปินที่เรียบง่าย ได้ร้องเพลง ได้เล่นดนตรีในแบบที่ตัวเองชอบและที่สำคัญได้ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆอารมณ์รวมทั้งความรู้สึกออกมาผ่านเสียงเพลงและดนตรีนั่นเอง

สำหรับศิลปินที่เรียบง่ายนั้นพวกเขาไม่ได้หวังในความมีชื่อเสียงมากมายเพียงแต่อย่กให้เพลงของเขาเป็นที่รู้จักและเป็นเพลงที่มีคนได้รับฟัง เพลงเหล่าน้มักจะถูกถ่ายทอดมาจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือเหตุการณ์ต่างๆรอบตัวที่เขานั้นได้พบเจอก็ล้วนเป็นสิ่งที่นำมาสร้างสรรค์เป็นเพลงทั้งสิ้น ผลงานเหล่านี้จึงนับว่าค่อนข้างเป็นผลงานที่มีคุณภาพ

แต่ในบางครั้งผลงานเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยาก เพราะเนื่องจากเป็นผลงานที่ถูกสร้างสรรค์ออกมาใช่เพลงหรือผลงานที่ตามกระแสนั่นเอง จึงทำให้การที่จะเข้าถึงเพลงเหล่านี้ได้จะต้องเป็นคนที่ค่อนข้างมีความชื่นชอบในดนตรีแนวที่แปลกไปจากแนวเพลงที่เป็นกระแส

สำหรับศิลปินที่เรียบง่ายและถือได้ว่าเป็นต้นแบบของศิลปิที่เรียบง่ายได้เลยก็ว่านั้นก็คงจะนึกถึงใครไม่ได้นอกจาก Boy Imagine ถือว่าเป็นหนึ่งศิลปินที่มีการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและผลงานแต่ละชิ้นนั้นถือว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าอย่างมาก เขานั้นไม่ได้เป็นศิลปินที่ร้องเพลงหรือเล่นดนตรีเท่านั้น แต่เขาเป็นศิลปินผู้ซึ่งสร้างสรรค์แนวเพลงและแนวดนตรีที่มีความแตกต่าง

เพราะเขามักจะแต่งเพลงจากหนังสือหรือปรัชญาการใช้ชีวิตต่างๆที่เขานั้นได้อ่านเจอมาหรือในบางครั้งก็นำปรัชญาที่เขามองว่าเป็นคำสอนหรือเป็นสิ่งเตือนใจที่ดีก็นำปรัชญาบทนั้นๆมาใส่และสร้างสรรค์ดนตรีตามแบบฉบับของเขาลงไป เพราะสิ่งนี้มันจึงทำให้เพลงและดนตรีของเขาโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์

Boy Imagine เขานั้นชื่นชอบในการร้องเพลงและเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วเขานั้นมักจะสร้างสรรค์ดนตรีและเพลงอยู่เสทอ ซึ่งเพลงของเขามีหลากหลายเพลงมาก ไม่ว่าจะเป็นเพลง รอยเขียนบนหาดทราย เพลงยินดี เพลงชายสามคนและอื่นๆอีกมากมาย ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นศิลปินที่มีการสร้างสรรค์ผลงานมายาวนานแล้วแต่ผลงานของเขานั้นเพิ่มจะเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง

และที่บอกว่าเขานั้นเป็นศิลปินเรียบง่ายก็เนื่องจากว่าเขานั้นร้องเพลงและแต่งเพลงขึ้นมาเขามักจะใช้สถานที่และการเล่นแบบที่เป็นการเล่นและการร้องแบบแท้จริง มันทำให้รู้สึกถึงความเรียลความสมจริงในอารมณ์ความรู้สึกของเพลงนั้นจริงๆ เขาจึงถือได้ว่าเป็นศิลปินที่เรียบง่ายและมีชีวิต

เพื่อการแต่งเพลงและร้องเพลงเพื่อความสุขจริงและที่สำคัยเข้านั้นยังคงตัวตนในการทำเพลงใหม่ๆในความเป็นตัวเองอยู่เสมอและไม่มีการตามกระแสแต่อย่างใด ถือว่าเป็นหนึ่งศิลปินที่น่าชื่นชมอย่างมาก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    Gclub มือถือ

เดเมียน เฮิร์สท์ ผู้บุกเบิกงานศิลปะ

คุณเดินเข้าไปในห้องแสดงงานศิลปะ มุ่งมาดว่าจะพบภาพลายเส้นขนาดใหญ่บนผนัง รูปภาพที่เขียนด้วยสีน้ำมันชั้นหนึ่ง บางทีอาจเป็นภาพวิวที่คุณสัมผัสได้ถึงความเงียบเหงา หรือทำให้สมองโล่ง บางทีอาจเป็นภาพป่าเขียวขจีที่คุณรู้สึกได้ถึงฝนที่เพิ่งจะโรย บางทีอาจเป็นภาพบุคคลสำคัญที่คุณสามารถเชื่อมโยงตัวเองกับบุคคลในรูปภาพได้

หรือบางทีอาจเป็นภาพใครบางคนที่คุณไม่รู้ว่าเขายิ้มเพราะอะไร หากคูนมองหาสิ่งเหล่านี้ในงานของเดเมียน เฮิร์สท์ คุณจะไม่เจอภาพพวกนั้นในสถานที่นี้เลย สิ่งที่คุณจะได้เจอมีเพียงแค่ตู้ที่ทำจากกระจกขนาดใหญ่ที่ข้างในนั้นมีฝูงปลาที่กำลังว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางสิ่งของต่างๆ ที่เขาต้องการจะสื่อ

คุณตระหนกตกใจแน่หากได้เห็นผลงานของเขาคนนี้ และมันจะเป็นความตระหนกตกใจผสมกับความแปลกใจ แต่ใจเย็นๆ ไว้ อย่าพึ่งผลีผลามออกมาจากห้องดังกล่าว ไม่ว่าคุณจะเห็นศิลปะใดๆ ไม่ว่าในตู้กระจกใสขนาดใหญ่นั้นจะเปลี่ยนจากฝูงปลา เป็นเพียงปลาฉลามชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ตัวหนึ่งลอยนิ่งไม่เคลื่อนไหวอยู่ในตู้นั้น

Damien Hirst ผู้สร้างงานศิลปะรูปแบบนี้เป็นคนอังกฤษ เขาได้นำปลามาใช้ในงานศิลปะของเขาโดยเริ่มตั้งแต่ปี 1999 ผลงานที่โด่งดังมีชื่อว่า Love Lost ซึ่งมันไม่ใช่ภาพวาดแต่เป็นตู้กระจกขนาดใหญ่ และภายในนั้นคุณจะพบฝูงปลา ซึ่งเป็นชนิดปลาคาร์ฟสีดำจากแอมะชอนที่ว่ายวนอยู่รอบข้าวของต่างๆ อันมีเตียงตรวจคนไข้เกี่ยวกับแผนกของสูติ มีการห้อยเสื้อกาวน์แบบวางกับพื้นและก็เครื่องเพชรพลอยนานาของหญิงคนหนึ่ง

วิธีทำงานศิลปะของ เขาได้รับอิทธิพลมาจากกรรมวิธีเลือกใช้วัตถุหรือข้าวของที่มีอยู่เดิมทีแล้ว เอามาจัดโชว์ขึ้นเป็นงานศิลปะ ขั้นตอนนี้มีชื่อเรียกว่า Ready Made Method

เดเมียน ได้ทำผลงานที่ผู้ชมไม่เคยพบมาก่อนด้วยการเปลี่ยนวัตถุที่มีมาแรกเริ่มอย่างหนัก ปลาในงานศิลปะของเขาก็เลยไม่ได้ตีความเป็นแค่ปลาฝูงหนึ่งเท่านั้น มันถูกตีความหมายใหม่จากสิ่งที่เคลื่อนในน้ำ หายใจทางเหงือก มีครีบและก็หาง ไปสู่ส่วนประกอบทางศิลป์

ผลงานของเดเมียน เฮิร์สท์ นั้นอาจจะเรียกได้ว่าแปลกกว่าผลงานของศิลปินทั่วไปมาก มันทั้งน่าสนใจ แปลกใจ และน่าตะลึง แต่ที่สำคัญ คือมันช่างเป็นการพัฒนาศิลปะขึ้นมาอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน อาจะเรียกได้ว่า เขานี่แหละที่เป็นผู้เปลี่ยนแปลงงานศิลปะแบบเดิมๆ ที่เป็นภาพวาด ให้กลายเป็นศิลปะที่มีชีวิต ทำให้มุมมองทางด้านศิลปะของหลายๆ คนเปลี่ยนไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    gclub

ศิลปะสมัยใหม่แบบบารอก

ศิลปะสมัยใหม่ เป็นการสร้างสรรค์ที่มีแนวคิดในการสร้างสรรค์ที่แตกต่างออกไปจากในยุคสมัยศิลปะแบบเก่า การเกิดศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมานั้น เกิดจากการที่ศิลปะในยุคก่อนหน้านี้นั้นเริ่มได้รับความนิยมในการชมและการสร้างสรรค์น้อยลงไปมากเนื่องจากหารสร้างสรรค์ที่มีการสร้างสรรค์ในแบบเดิมๆทำให้ผู้คนเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานศิลปะเหล่านี้นั่นเอง

จึงทำให้เกิยุคฟื้นฟูศิลปะด้วยการพัฒนาแนวคิดด้านการสร้างสรรค์ให้มีความแตกต่างไปจากศิลปะแบบเดิม จึงเรียกยุคนั้นว่ายุคแห่งศิลปะสมัยใหม่ และสิลปะในสมัยใหม่นั้น ก็มีหลสกหลายประเภทที่มีการคิดค้นแนวคิดสร้างสรรค์ที่มีทั้งความสวยงสมและความน่าสนใจภายในศิลปะแบบใหม่นั้นด้วย

ศิลปะที่ได้ถือกำเนิดในสมัยใหม่นั้นได้แก่  Baroque Art ศิลปะแบบบารอกนั้นเป็นศิลปะที่เกิดขึ้นในชาวงศวรรษที่17ถือว่าเป็นช่วงที่เริ่มเกิดศิลปะสมัยใหม่ขึ้นและศิลปะแบบบารอกก็เป็นศิลปะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปะสมัยใหม่ที่น่าสนใจด้วย ศิลปะแบบบารอกนั้น เป็นศิลปะที่เกิดขึ้นและเป็นศิลปะในแบบฉบับของยุโรป ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่กษัตริย์ในยุโรปมีอำนาจต่างๆในการบริกหารสิ่งต่างๆอย่างสมบูรณ์

ทำให้ในยุคนั้นเป็นยุคที่คนชนชั้นกลางมีฐานะที่มั่งคั่งและค่อนข้างจะรำรวยกันเป็นส่วนใหญ่ ผลงานที่มีการสร้างสรรค์ทางด้านศิลปะนั้น จึงเป็นผลงานที่มีความหรูหรา โดดเด่นและฟุ้งเฟ้ออย่างมากและเป็นสิ่งที่ตอบสนิงสำหรับคนชั้นสูง โดยในยุคนั้นถือว่าศิลปะเป็นสิ่งที่กลับมาได้รับความนิยมในการชมและสร้างสรรค์มากขึ้นอีกครั้ง

เพราะเนื่องจากฐานะที่ดีทำให้คนในแทบทุกชนชั้นมีโอกาสที่จะเข้าถึงในผลงานางด้านศิลปะที่มากขึ้นนั่นเอง และความหรูหราก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานของเหล่าชนชั้นสูงหรือชนชั้นที่มีฐานะที่สามารถจะเป็นเจ้าของสิ่งที่เผ็นผลงานศิลปะเหล่านี้ได้

ศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในยุคนั้นที่น่าสนใจและเป็นสิ่งที่ค่อนข้างตอบสนองคนในยุคนั้นได้อย่างดี เช่น พระราชวังแวร์ซายที่ตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศส เป็นพระราชวังที่มีการนำศิลปะเข้ามาใช้ในการตกแต่งและก่อสร้าง โดยภายในและภายนอกนั้นบ่งบอกถึงความหรุหราของความเป็นศิลปะแบบบารอกได้เป็นอย่างดี และถือว่าสถานที่แห่งนี้นั้น เป็นสถานที่มีได้รับความนิยมในการไปท่องเที่ยวในปัจจุบันด้วย

เนื่องจากสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศผรั่วเศสและยังเป็นสถานที่ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญของฝรั่งเศสอีกด้วย ไม่เพียงความสวยงามของความเป็นศิลปะแบบบารอกเท่านั้น แต่คามเป็นมาของพราชวังแห่งนี้นั้นก็ถือว่ามีความเป็นมาที่น่าวนใจด้วย

ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยงามในเรื่องของความเป็นศิลปะแวยังเป็นสิ่งที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากอย่างยาวนานด้วย ถ้าหากมีโอกาศไปเที่ยวฝรั่งเศสแล้วนั้นสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับศิลปะสถานที่หนึ่งเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020

ตำนานวัดมะกอก

           สำหรับวัดมะกอกนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ราชเทวี ตรงบริเวณถนนพญาไทที่นั่งจะมีวัดเล็กๆวัดหนึ่งที่ชื่อว่าวัดมะกอก เพิ่งมาถึงนี้เป็นวัดที่เก่าแก่มานานแล้วหลายร้อยปีปัจจุบันวัดแห่งนี้มีการเรียกชื่อใหม่โดยใช้ชื่อว่าวัดอภัยทายาราม สำหรับการก่อสร้างวัดแห่งนี้นั้นไม่ได้มีหลักฐานที่แน่นอนชัดเจนมีเพียงแค่หลักศิลาจารึกเท่านั้นซึ่งมีการระบุเอาไว้ว่ามีการสร้างไว้มามากกว่า 200 ปีแล้ว

สำหรับวัดมะกอกนั้นเป็นวัดเล็กเล็กที่เกิดจากการที่พระสงฆ์มารวมตัวกันช่วยกันสร้างวัดขึ้นมา จังหวัดไหนเป็นวัดที่เกิดขึ้นในช่วงของพระเจ้าตากสินในช่วงแรกนั้นวัดแห่งนี้ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนักและเป็นวัดไม่ค่อยมีความเจริญรุ่งเรืองจนเมื่อพระยาเหม็นซึ่งเป็นพระโอรสของพระเจ้าตากสินมาพบเข้าจึงได้มีการสั่งให้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่และตั้งชื่อใหม่ว่าวัดอภัยทายาราม

มีตำนานเล่าถึงการชราคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่าเป็นวิญญาณที่อาศัยอยู่ภายในวัดโดยมีการตั้งชื่อเอาไว้ว่าลุงเชยโดยมีเรื่องเล่าจากเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้มีการนำดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมาลุงเชยในศาลาพร้อมทั้งเล่าให้ชาวบ้านฟังว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องนำดอกไม้มากราบไหว้ลุงเชยนั้นก็เพราะว่าก่อนหน้านั้น 2-3 วัน

พวกเขาเข้ามาภายในบริเวณวัดและเนื่องจากว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นจึงมีการพูดจาหยอกล้อและพูดจาไม่ดีทำให้ตกมีช่วงเวลากลางคืนนั้นพวกเขาก็ฝันเหมือนกัน พวกเขาเดินเข้าไปในวัดแห่งหนึ่งและภายในวัดแห่งนั้นก็มีชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานใช้ชราคนดังกล่าวก็เดินเข้ามาที่กลุ่มวัยรุ่นด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจพร้อมทั้งกับออกกลุ่มวัยรุ่นนั้นว่าพวกเขาพูดจาลบหลู่ชายชราหลังจากที่แก๊งวัยรุ่นนั้นตื่นขึ้นมา

จึงได้มีการพูดคุยกันและทำให้รู้ว่าทุกคนที่อยู่ในแก๊งและไปที่วัดดังกล่าวฝันเหมือนกันหมดทุกคน เด็กวัยรุ่นจึงได้พากันนำดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมาลุงเชยซึ่งตามคำบอกเล่าของชาวบ้านบอกว่าลุงเชยนั้นเป็นร่างของชายชราที่ไม่เน่าเปื่อยถูกเก็บไว้ในโลงแก้วภายในศาลาในบริเวณวัดประกอบด้วยร่างของลุงเชยนั้นมีอายุเก่าแก่มากกว่าร้อยปีมาแล้ว

ซึ่งในครั้งแรกที่ชาวบ้านได้เห็นร่างของลุงเชยนั้นร่างของลุงเชยถูกจัดเก็บไว้ในโกดังหลังจากนั้นชาวบ้านจึงได้ช่วยกันนำมาใส่โลงแก้วเก็บเอาไว้และนำมาไว้ที่ศาลาภายในวัดแห่งนี้ และชาวบ้านต่างก็พากันมากราบไหว้ขอพรบนบานศาลกล่าวทางซึ่งก็ได้สมหวังทุกคนไป แต่ถ้าไม่ดีและพูดจาไม่ดีลุงเชยก็จะไปเข้าฝันเหมือนกับที่กลุ่มวัยรุ่นเจอแบบนี้นี่เอง

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ทดลองเล่นสล็อต gclub

ความรักที่น่าสงสารของคลีโอพัตตราราชินีแห่งอียิป

โดยเรื่องราวในตำนานนั้นมีอยู่ว่า ในประเทศอียิปมีเมืองสองเหมือนที่เป็นเมืองเพื่อนบ้านที่สนิทกันพระราชาของทั้งสองเมืองตกลงกันว่าจะให้องค์ชายของเมืองเพื่อนบ้านให้ไปแต่งงานกับพระนางคลีโอพัตตราลูกสาวของพระราชา หลังจากนั้นเมื่อพระนางคลีโอพัตตราโตขึ้นก็ถึงเวลาที่อีกฝ่ายต้องส่งตัวผู้ชายที่จะให้พระนางคลีโอพัตตราแต่งงานด้วยในตอนแรกก่อนที่พระนางคลีโอพัตตราจะเจอกับผู้ชายที่นางต้องแต่งงานด้วย

นางก็ไม่พอใจที่นางต้องแต่งงานกับคนที่นางนั้นไม่รู้จักแต่ว่าเมื่อได้เห็นโฉมหน้าของคนที่นางต้องแต่งงานด้วยนางก็ตกหลุมรักเขาแรกพบทันที และผู้ชายคนนั้นก็ได้หลงรักพระนางคลีโอพัตตราแรกพบเหมือนกันค่ะ โดยทั้งสองนั้นก็ได้ตกลงที่จะแต่งงานกันทันที เช้าวันต่อมาทั้งสองนั้นก็ได้จัดงานแต่งงานที่ใหญ่โต

และอลังการทั้งสองนั้นรักกันเป็นอย่างมาก ไม่เคยนอกใจกันและกันเลยสักครั้ง แต่ว่าจริงจริงแล้วนั้นชายหนุ่มนั้นได้เคยมีภรรยาอยู่แล้วแต่ว่าเพราะเค้านั้นได้ตกหลุมรักพระนางคลีโอพัตตราแล้วเค้าจึงแต่งงานกับพระนางคลีโอพัตตราและไม่กลับไปหาภรรยาของเค้าอีกเลย หลังจากที่ภรรยาของชายหนุ่มได้รู้เรื่องเข้าว่าสามีของเธอนั้นไปแต่งงานของพระนางคลีโอพัตตราเธอก็โกรธเป็นอย่างมาก

เลยที่สามีของเธอนั้นไปแต่งงานกับหญิงอื่น ซึ้งเธอนั้นเป็นลูกสาวของเจ้าเมืองอีกคนค่ะ ซึ้งเธอจึงได้ไปขอร้องให้พ่อของเธอนั้นไปทำสงครามกับเมืองของพระนางคลีโอพัตตราค่ะ โดยพ่อของเธอนั้นก็ทำตามที่ลูกสาวของเขาบอก เขาได้ทำการทำสงครามครั้งใหญ่ และหลังจากนั้นพระสวามีของพระนางคลีโอพัตตราก็ได้ยินข่าวมาว่า รพะนางคลีโอพัตตรานั้นได้เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว

เค้าเสียใจเป็นอย่างมากที่คนที่เค้ารักนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วด้วยความเสียใจเค้าจึงได้นำดาบมาแทงที่หัวใจของตัวเองจนเค้าเสียชีวิตแต่หลังจากนั้นพระนางคลีโอก็ได้รู้ว่าสามีของนางเสียชีวิตแล้วนางจึงได้ฆ่าตัวจาย หวังจะไปเจอคนที่นางรักบนสรวงสวรรค์

และนี่ก็คือตำนานของพระนางคลีโอพัตตราค่ะ โดยตำนานนี้นั้นเป็นตำนานที่น่าเศร้ามาก ตำนานนี้ทำใฟ้คนเรานั้นรู้ว่า เราไม่ควรที่จะหลงเชื่อคนง่ายง่ายค่ะ เหมือนกับที่สามีของคลีโอโดนหลอกว่าพระนางคลีโอเสียชีวิตแล้วค่ะ

 

 

ขอขอบคุณ  sexybaccarat  ที่ให้การสนับสนุน

ประวัติการรบด้วยปัญญาของหลวงปู่ทวด 

          ประวัติของหลวงปู่ทวดนั้นมีมากมายหลายอย่างด้วยกันซึ่งแน่นอนว่าหลวงปู่ทวดนั้นนอกจากจะมีตำนานที่เกี่ยวกับเรื่องของการเหยียบน้ำทะเลจืดแล้วยังมีการพูดถึงตำนานการลบด้วยธรรมะและสติปัญญาที่หลวงปู่ทวดมีอยู่ที่สามารถช่วยเหลือกรุงศรีอยุธยาไม่ให้เกิดตกเป็นเมืองขึ้นของเมืองอื่นๆได้อีกด้วยซึ่งตำนานเล่าขานนั้นมีมาว่าในช่วงสมัยที่หลวงปู่ทวดนั้นอยู่ในยุคของพระเจ้าเอกาทศรถ

ซึ่งช่วงนั้นหลวงปู่ทวดได้มีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับเรื่องของการเหยียบน้ำทะเลจืดมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกทั้งยังมีความรอบรู้และมีสติปัญญาเกี่ยวกับเรื่องของธรรมะต่างๆอย่างคล่องแคล่วจนเป็นที่เลื่องลือและเป็นที่โปรดปรานของใครหลายๆคนอยู่มาวันหนึ่งมีเจ้าเมืองแห่งหนึ่งซึ่งชื่อว่าพระเจ้าวัฏฏคามณีซึ่งเป็นเจ้าเมืองที่ปกครองประเทศลังกาได้เดินทางมายังประเทศไทย

เพื่อหวังที่จะมีการแผ่อำนาจบารมีของตนเองและอยากได้กรุงศรีอยุธยาไปอยู่ใต้อาณัติให้ได้จึงได้   เจ้าเมืองลังกาจึงได้มีการสั่งทหารให้มีการนำทองคำออกมาตีให้มีความบางและเท่าขนาดกับใบมะขามหลังจากนั้นก็ให้มีการเขียนพระอภิธรรมซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 7 คัมภีร์ด้วยกันหรือประมาณ แปดหมื่นสี่พัน ตัว  หลังจากนั้นก็ให้นำมาที่ประเทศไทยมาฝากพระเอกาทศรถและได้มีการให้พราหมณ์

ซึ่งมีความรู้ความสามารถมากที่สุดในประเทศลังกาเดินทางมาด้วย 7 คนโดยมีคำสั่งว่าให้พราหมณ์ทั้ง 7 คนนั้นช่วยกันแสดงปาฐกถาธรรมรวมถึงตรวจสอบว่าคำถามที่พระองค์ทรงไปถามพระเอกาทศรถนั้นถูกต้องหรือไม่โดยมีการท้าพนันกันเอาไว้ว่าหากพระเอกาทศรถนั้นไม่สามารถที่จะเรียงเมล็ดทองคำที่ถูกตีเป็นใบมะขามได้ครบและอย่างถูกต้องภายใน 7 วันก็จะต้องยกกรุงศรีอยุธยาให้อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศลังกา

ซึ่งพระเอกาทศรถเองก็ไม่ต้องการที่จะให้เสียศักดิ์ศรีจึงได้รับปากที่จะร่วมกันท้าพนันในครั้งนี้ด้วยดังนั้นพระเอกาทศรถเองจึงได้มีการประกาศหาคนที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องของพระธรรมคำสั่งสอนและคัมภีร์อัลกุรอานมาซึ่งในตอนแรกนั้นมีพระสงฆ์ที่มีความเก่งกาจสามารถมานับให้แต่ก็ไม่สามารถนับได้ครบถ้วนเมื่อผ่านไป 6 วันแล้วแต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถ ทำให้สำเร็จได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นพระเอกาทศรถเองหรือแม้แต่พระสงฆ์รูปอื่นๆหรือประชาชนต่างก็เริ่มพากันหวาดกลัวว่ากรุงศรีอยุธยาจะตกเป็นเมืองขึ้น

อย่างไรก็ตามวันรุ่งขึ้นได้มีพระสงฆ์จากเมืองพัทลุงรูปหนึ่งได้เดินทางมาประวัติพระเอกาทศรถและเสนอชื่อของหลวงปู่ทวดให้มาปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ซึ่งพระเอกาทศรถนั้นก็ได้เคยได้ยินชื่อเสียงของหลวงปู่ทวดมาบ้างจึงยินยอมให้หลวงปู่ทวดนั้นมาช่วยกันคัดคัมภีร์ซึ่งหลวงปู่ทวดใช้เวลาไม่ถึง 1 วันก็สามารถคัดคัมภีร์ได้เสร็จและถูกต้องทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นประเทศไทยไม่เสียกรุงศรีอยุธยาไปเป็นเมืองขึ้นให้กับประเทศลังกานั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เวปยูฟ่าเบท

ตำนานผีกุ๊กกู๋

 เกี่ยวกับเรื่องของพี่กุ๊กกู๋นั้นเราอาจจะไม่ค่อยเคยได้ยินกันมากนักเพราะไม่ใช่ผีที่อยู่ในพื้นที่ของประเทศไทยแต่พี่กุ๊กกู๋นั้นคือผีที่มีการเล่าขานกันมาในประเทศลาวซึ่งเรื่องราวของผีกุ๊กกู๋นั้นก็ดังไกลไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียวเคยมีการเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผีต่างๆของประเทศลาวตีแผ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและหนึ่งในผีที่น่าสนใจนั่นก็คือผี กุ๊กกู๋ นั่นเอง

สำหรับเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีกุ๊กกู๋ นั้นมีมากมายหลายเรื่องแต่ลักษณะเด่นของผีกุ๊กกู๋นั่นก็คือไม่เคยมีใครเห็นรูปร่างที่แท้จริงของมัน ลักษณะของผีกุ๊กกู๋นั้นจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าผีกุ๊กอยู่นั้นไปฆ่าใครมันก็จะเลียนแบบลักษณะรูปร่างหน้าตาของคนคนนั้นนั่นเองว่ากันว่าผีกุ๊กกู๋นั้นมักจะอยู่อาศัยภายในป่าทึบแต่ถ้าหากใครก็ตามที่หลงเข้าไปในถิ่นของผีกุ๊กกู๋มันก็จะสังหารทันที

แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่สามารถสร้างอาหารได้เหยื่อสามารถหนีรอดออกจากมันได้มันก็จะตามไปสังหารถึงที่บ้านเลยทีเดียวซึ่งลักษณะของการฆ่าของผีกุ๊กกู๋นั้นมันจะฆ่าเหยื่อไม่ซ้ำกันขึ้นอยู่กับว่ามันอยากจะให้เหยื่อของมันนั้นตายในรูปแบบไหนนั่นเอง  มีเรื่องเล่ากันว่ามีชายคนหนึ่งหลงเข้าไปในป่า

ซึ่งเป็นถิ่นของผีกุ๊กกู๋มันพยายามที่จะฆ่าชายคนดังกล่าวแต่ว่าชายคนนั้นสามารถหนีรอดออกจากป่าที่ผีกุ๊กกู๋อยู่ได้มันจึงตามชายคนดังกล่าวนั้นไปถึงที่บ้านโดยชาวบ้านบอกว่าหลังจากที่ชายคนดังกล่าวนั้นกลับไปถึงที่บ้านเขาก็พักผ่อนเข้าบ้านนอนแต่ตื่นเช้าขึ้นมาชาวบ้านกลับพบว่าชายคนดังกล่าวนั้นถูกฆ่าตาย

โดยวิธีการที่สุดแสนจะทรมานเพราะเขานั้นถูกฆ่าถลกหนังจนเสียชีวิตและอีกตำนานหนึ่งยังเล่าว่ามีหญิงสาวท้องแก่คนหนึ่งได้ไปเจอผีกุ๊กกู๋เข้า  ผีกุ๊กกู๋จึงตามไปฆ่าเธอและลูกของเธอหลังจากนั้นก็สิงร่างเด็กทารกที่อยู่ในท้องแล้วนำวิญญาณของเด็กทารกนั้นไปไว้ในป่าที่เป็นที่อยู่ของผีกุ๊กกู๋ซึ่งถ้าหากใครอยากจะไปช่วยวิญญาณของเด็กทารกนั้นก็จะถูกผีกุ๊กกู๋ทำร้ายจนถึงแก่ความตาย

และว่ากันว่าหากผีกุ๊กกู๋ฆ่าใครแล้วก็วิญญาณของคนคนนั้นก็จะกลายมาเป็นวิญญาณร้ายของผีกุ๊กกู๋นั่นเอง สำหรับความเชื่อและความน่ากลัวของผีกุ๊กกู๋นั้นยังคงมีการพูดถึงกันมาจนถึงปัจจุบันแต่อย่างไรก็ตามได้มีการพูดถึงเรื่องของการปราบวิญญาณของผีกุ๊กกู๋ วิญญาณของพี่กุ๊กกู๋นั้น

ตอนนี้ถูกพระภิกษุสงฆ์ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์สามารถปราบไม่ให้มันไปทำร้ายใครได้อีกแล้วดังนั้นปัจจุบันเรื่องเล่าของผีกุ๊กกู๋จึงเป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้นและปัจจุบันนี้ไม่มีวิญญาณร้ายของผีกุ๊กกู๋คอยอาละวาดหลอกและค่าผู้คนอีกต่อไปแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming vip ทดลอง เล่น

เจดีย์ ชเวซี่โกน

ตำนาน เจดีย์ ชเวซี่โกน

            เจดีย์ ชเวซี่โกน แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีความสวยงามเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เราหาชมความงดงามแบบนี้ได้ยากในประเทศพม่าเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นเจดีย์ที่มีความใหญ่โตงดงามเป็นอย่างมากมีการสร้างมาอย่างเก่าแก่และยาวนานหนึ่งในความสวยงามของประเทศพม่าที่จะแนะนำนั่นก็คือเจดีย์ชเวซี่โกนซึ่งเจดีย์แห่งนี้เป็นที่เคารพนับถือทั้งชาวเมืองพม่าและชาวต่างประเทศรวมถึงประชาชนชาวไทยที่หักรายได้เดินทางไปเที่ยวประเทศพม่าแล้วก็จะต้องเดินทางไปกราบไหว้ขอพรที่วัดเจดีย์ชเวซี่โกนแห่งนี้ด้วยกัน

แทบทุกคนสำหรับที่วัดแห่งนี้นั้นมีชื่อเรียกว่าชเวซี่โกนโดยความหมายของการเรียกวัดแห่งนี้ด้วยเช่นนี้นั่นก็เพราะว่าเซอร์เวย์นั้นมีความหมายเปรียบดังได้เป็นทองคำซึ่งเมื่อนำคำแปลของชื่อวัดเจดีย์ชเวซี่โกนมาหาความหมายจึงแปลได้ความหมายว่าเจดีย์แห่งชัยชนะนั่นเองสำหรับเจดีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์พระองค์หนึ่งซึ่งพระองค์นั้นเป็นกษัตริย์ที่ปกครองมาในสมัยศตวรรษที่ 16 ถึงศตวรรษที่ 17 นั่น

ก็คือพระเจ้าอโนรธามังช่อแต่ว่าการสร้างวัดเจดีย์ชเวซี่โกนแห่งนี้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างค่อนข้างนานกว่าจะแล้วเสร็จก็มาถึงในการปกครองของรัชสมัยของพระเจ้าจานสิตาซึ่งเป็นระยะเวลามากกว่า 960 ปีมาแล้ววัดแห่งนี้เป็นวัดอยู่ในเมืองยอดอู ซึ่งเมืองนี้ก็อยู่ใกล้ๆกันกับเมืองพุกามนั่นเองสำหรับเจดีย์แห่งนี้เป็นเจดีย์ที่มีความสวยงามเป็นเจดีย์ต้นแดดที่ชาวเมืองพม่านั้น

มีการสร้างขึ้นเอาไว้ตัวเจดีย์นั้นเป็นสีทองเหลืองอร่ามทั้งหมดและมีการสร้างช่อถักล้อมรอบเจดีย์อีกด้วยว่ากันว่าเจดีย์แห่งนี้ค่อนข้างที่จะทรุดโทรมและต้องบูรณะซ่อมแซมบ่อยเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าทุกครั้งที่มีการเกิดแผ่นดินไหวหรือมีการเกิดภัยพิบัติอะไรเจดีย์แห่งนี้ก็จะมีการทรุดโทรมและได้รับความเสียหายอยู่บ่อยครั้งทำให้ต้องถูกบูรณะซ่อมแซมอยู่เรื่อยๆนั่นเอง

ซึ่งมีการเปิดเผยออกมาว่าในครั้งล่าสุดที่มีการซ่อมแซมเจดีย์ตรีโกณแห่งนี้ช่างที่เป็นผู้ซ่อมแซมแห่งนี้ได้ให้ข้อมูลว่าพวกเขาต้องใช้แผ่นทองแดงมากกว่า 30,000 เลยทีเดียวในการที่จะมาซ่อมแซมเจดีย์ชเวซี่โกนแห่งนี้ และสำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมตรงบริเวณนี้ถึงถูกนำมาสร้างเป็นเจดีย์ชเวซี่โกนงั้นก็เพราะว่ามี ตำนานการสร้างเจดีย์แห่งนี้ว่ากันว่าถูกกำหนดว่าจะต้องสร้างเจดีย์ชเวซี่โกนแห่งนี้

จากช้างเผือกตัวหนึ่ง ที่แบบพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า แต่งตัวดังกล่าวนั้นถูกปล่อยให้เดินไปเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็เดินมาถึงจุดที่ตั้งของเจดีย์ในปัจจุบันนี้ นี่คือเหตุผลทำไมที่ดินผืนนี้จึงถูกสร้างเป็นเจดีย์ของวัดชเวซี่โกนนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub online ผ่านเว็บ

องค์ประกอบการใช้สี 

องค์ประกอบการใช้สี 

องค์ประกอบการใช้สี  สีมีลักษณะและรูปร่างการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไรก็ตามสีคือ สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติคือแสงมันกระทบกับวัตถุและสะท้อนเข้ามาในตาเราสมองจะถูกประมวลผลและคิดเป็นสีออกมา อย่างไรก็ตามที่จะมีส่วนสำคัญแบบนี้ที่ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงสื่อต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็นสีเข้มสีอ่อนถูกปรากฏขึ้นในสายตาเรา สีที่ใช้ในงานศิลปะมากมายไม่ว่าจะเป็นภาพเขียนภาพวาดหรืองานดิจิตอลในยุคปัจจุบันก็มีการนำสีต่างๆเหล่านี้เพื่อมาพัฒนาในการทำงานอย่างไร

ก็ตามสีมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป นึกว่าจะเป็นสีที่แสดงถึงความสดใสความงดงามต่างๆ ได้ถูกใช้ในงานศิลปะมาก เพราะงานศิลปะเป็นงานที่สิ่งต่างๆเข้ามาประมวลผลหรือวิเคราะห์ต่างๆที่ถูกรับรู้เรื่องราวต่างๆถูกถ่ายทอดลงเป็นภาพวาดลงบนผืนผ้าใบหรือแม้จะเป็นภาพงานต่างๆที่เกิดขึ้นมากมาย อย่างไรก็ตามแต่ละยุคสมัยก็ใช้ในงานศิลปะต่างๆเหล่านี้เพื่อพัฒนาความรู้สึกความคิดหรือแม้แต่ตัวเอง

ถ่ายทอดลักษณะในการทำงานที่แตกต่างกันไปผู้คนต่างๆมีการเรียนรู้ในการพัฒนาการดำเนินการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตเพราะว่าการทำงานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทุกคนจึงมีการเรียนรู้ในการใช้สื่อต่างๆเข้ามาพัฒนางานต่างๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ก็ตอนนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันอุปกรณ์การทำงานต่างๆการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเพราะงานต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลโดยตรงต่อลักษณะชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีความจำเป็นจะต้องเสพเกี่ยวกับคณะศิลปะเพื่อสุนทรียภาพของชีวิต

การระบายอารมณ์ หรือแม้แต่จะเป็นการสร้างลักษณะในการใช้ชีวิตที่ดีมากขึ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่อยู่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็วให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพราะผู้คนมีความต้องการในการเปลี่ยนแปลงลักษณะเหมือนกันทำงานต่างๆ

ซึ่งในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนที่เกิดขึ้น สามารถเรียนรู้หรือเข้าถึงในส่วนของงานศิลปะได้เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Academy ต่างๆ การเลือกใช้งานศิลปะต่างๆก็มีความจำเป็นต้องมีการเลือกประกอบด้วยการใช้สีต่างๆเข้ามาผสมผสานให้เกิดสุนทรียภาพหรือว่าความสวยงามของงานนั้นๆให้ได้มากที่สุด

อะไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของลักษณะในการทำงาน มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะรูปแบบอยู่ตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเพราะผู้คนส่วนใหญ่ให้การเรียนรู้และการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามในยุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยที่การเปลี่ยนแปลงของสารในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการพัฒนา ปรับเปลี่ยนหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอถูกถ่ายทอดลงบนงานศึกษามากมายซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ศิลปะในยุคไบแซนไทน์ 

ศิลปะในยุคไบแซนไทน์ 

ศิลปะในยุคไบแซนไทน์  ศิลปะในยุคต่างๆได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อของมนุษย์หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของศรัทธาต่างๆ มนุษย์มีการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆหรือการพัฒนาประเทศต่างๆเหล่านี้มีรายละเอียดที่ซึ่งบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆหรือการพัฒนารูปแบบวิถีชีวิตของผู้คนต่างๆมีการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงพิธีทางศาสนา

ซึ่งการสร้างงานต่างๆเหล่านี้ในยุคสมัยต่างๆก็มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะที่แตกต่างกันไปโลกของเรามีการรักษาเกี่ยวกับงานศิลปะเป็นอย่างมาก โรงงานศิลปะคือการแสดงถึงความเชื่อศรัทธารวมถึงสุนทรียภาพของมนุษย์ซึ่งไม่สามารถผ่านได้อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันจะมีงานศิลปะจำนวนมากถูกผลิตออกมามากมายหรือว่ามีการสร้างงานออกมาอยู่ตลอดเวลา

แต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีลักษณะที่แตกต่างไปแต่งหนึ่งยุคที่มีความสำคัญเกี่ยวกับงานศิลปะในคริสต์ศตวรรษที่ 4 ถึง 13 นั่นคือส่วนของใบเซ็นทายซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับคริสเตียนศิลปะนี้ได้รับอิทธิพลมาจากยุคสมัยที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมเช่นเดียวกันได้คือยุคโรมัน วัฒนธรรมต่างๆเหล่านี้ถูกสร้างเป็นปฏิมากรรมมากมายผู้คนมีความต้องการในการเคารพบูชาหรือว่าเป็นลวดลายสัญลักษณ์ต่างๆที่แสดงถึงความเชื่อการเข้าถึงศาสนาต่างๆ

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือการพัฒนาเรื่องราวคำสอนเรื่องการสำนักงานต่างๆในยุคนั้นก็มีการผลิตลักษณะมามากมายประติมากรรมในยุคของไบเซนไทน์ เป็นยุคที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวโรมัน ซึ่งยุคของชาวโรมันก็ถูกส่งต่อทางด้านศิลปะมาจากยุคกรีก นี่จึงแสดงให้เห็นว่าแต่รู้แต่สมัยได้รับอิทธิพลการทำงานที่ส่งต่อกันมาเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็น งานศิลปะที่แสดงถึงเรื่องราวต่างๆ

หรือว่าพันธุ์พืชพรรณไม้ต่างๆ แสดงถึงสัตว์ต่างๆที่อยู่ในยุคนั้นอย่างไรก็ตามงานศิลปะต่างๆที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนแห่งการจดบันทึกในยุคสมัยต่างๆเหล่านั้นที่แสดงถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนกฎระเบียบต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นลักษณะกิจกรรมต่างๆที่อยู่ในแต่ละยุคสมัย

การเปลี่ยนแปลงยุคสมัยต่างๆทำให้มีความสุขมากมายถูกพัฒนาออกมาไม่ว่าจะเป็นมัณฑนศิลป์ มีความพึงพอใจในการออกแบบลวดลายต่างๆเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ศิลปะยุคไบเซนไทน์นั้นเป็นศิลปะที่ไม่ค่อยมีความโดดเด่นเกี่ยวกับในยุคสมัยนี้สักเท่าไหร่แต่อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูหรือการเจริญรุ่งเรืองทำให้อยู่ไบเซนไทน์เป็นยุคที่น่าจดจำเป็นยุคที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของยุคนั้นในการผลิตงานต่างๆออกมา ซึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 7 ยุคไบเซนไทน์ได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงเนื่องจากการถูกรุกรานจากอาณาจักรต่างๆหรือศาสนาอื่นๆทำให้ยุคสมัยของไบเซนไทน์จบสิ้นลงและศิลปะเหล่านั้นก็เริ่มเลือนหายไป 

 

 

ขอบคุณ  แทงไก่ชนไทย  ที่ให้การสนับสนุน