เมื่อเราเสียชีวิตไปแล้วเราจะเกิดเป็นผีเปรตจริงหรือไม่?

เวลาเราพูดถึงความเชื่อเรื่องของชีวิตหลังความตายว่ามันมีอยู่จริงๆหรือเปล่าในแต่ละคนในแต่ละศาสนาเขาก็จะมีความคิดที่แตกต่างกันออกไปยกตัวอย่างเช่นศาสนาพุทธเราเวลาเราตายไปถ้าเราทำดีก็จะได้ขึ้นสวรรค์และเราก็จะได้ขึ้นนิพพาน

ถ้าหากเราทำชั่วเยอะๆเราก็จะตกนรกแล้วก็จะต้องไปชดใช้กรรมอยู่ในนั้นหรือศาสนาคริสต์ถ้าเราเสียชีวิตไปเราเราก็จะไปอยู่กับพระเยซูหรือถ้าเราทำชั่วเยอะๆเราก็จะต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนชดใช้กรรมบนโลกไปเรื่อยๆหรือแม้แต่ทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันเขาก็มีการวิจัยชีวิตหลังความตายกันอยู่ด้วย

ซึ่งมันก็จะมีข้อมูลอยู่หนึ่งตัวที่เขาบอกว่านักวิทยาศาสตร์ได้เคยทดลองเสมือนว่าตัวเองได้เสียงชีวิตไปแล้วและดึงตัวเหล่านั้นกลับมาด้วยอุปกรณ์อะไรสักอย่างหนึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้ให้แต่ละคนบรรยายว่าพวกเขานั้นได้พบเจออะไรมาบ้างโดยคนเหล่านั้นที่เขาได้กลับเข้ามาได้แต่ละคนได้พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าเขาได้เห็นตัวเองนอนอยู่และเห็นคนอยู่รอบข้างอยู่ยืนล้อมตัวอยู่เหมือนกับตัวเขาได้เป็นวิญญาณและลอยอยู่บริเวณนั้นนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้วอย่างที่เราได้บอกไปนั่นในแต่ละพื้นที่ในแต่ละศาสนาเขาก็จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันแต่ถ้าในประเทศไทยเราต้องขอบอกว่ากว่า80-90%เราจะนับถือศาสนาพุทธกันและศาสนาพุทธเขาจะสอนให้คนทำความดีถ้าใครทำชั่วตบตีพ่อแม่ดุด่าพ่อแม่หรือรักขโมยของวัดคนเหล่านั้นจะตกนรกและจะต้องมาเกิดเป็นสิ่งมีชวิตหนึ่งที่น่ากลัวและมีน่าตาที่อัปลักษณ์และจะต้องใช้กรรมไปจนกว่าจะหมด

เนื่องจากนี้สิ่งที่มีชีวิตเหล่านี้ที่มีคนได้ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากเพราะหลายๆคนได้คิดว่าเมื่อเราได้เสียชีวิตไปเราอาจจะเกิดเป็นนสิ่งที่มีชีวิตตัวนั้นก็เป็นได้โดยสิ่งมีชีวิตตัวนั้นนั่นก็คือ “เปรต” นั่นเองโดยคำว่าเปรตที่เราได้พูดถึงตรงนี้เราเชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะเห็นภาพในรูปแบบของตัวใหญ่เท่าต้นตาลผมยาวคอยาวผอมโทรมผิวดท้อโตมือเท่าใบลานแต่ปากเท่ารูเข็มหิวอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่วามารถกินอะไรได้

นอกจากนี้ได้เป็นผลจากวิบากกรรมหนักหนาสาหัสจนต้องทำให้ปากเล็กเท่ารูเข็มและจะต้องมาขอส่วนบุญจากคนอื่นใช่ไหมแต่เราจะบอกว่าตามข้อมูลที่เราได้ไปหามามันได้เป็นแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็ต์หรือเปล่าเราขอบอกก่อนเลยว่ามันไม่ใช่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝากเงิน ออโต้

ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

   สำหรับ ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ นั้นเป็นตำนานที่โด่งดังมากในภาคอีสานซึ่งตำนานนี้พูดถึงประวัติความเป็นมาและสาเหตุสำคัญในการที่มีการสร้างพระธาตุก่องข้าวน้อย  โดยตำนานได้มีการพูดถึงครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่ด้วยกันสองคนโดยมีผู้เป็นแม่ที่เป็นหญิงที่แก่ชราแล้วกับลูกชายที่กำลังอยู่ในวัยทำงาน

      โดยทั้งคู่นั้นมีอาชีพทำนาซึ่งในทุกๆเช้านะลูกชายจะต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดเพื่อไปไถนาหลังจากนั้นผู้เป็นแม่ก็จะตื่นขึ้นมาทำอาหารแล้วนำกับข้าวไปส่งให้ลูกชายกินในตอนเช้าทุกๆเช้าแต่เราอยู่มาวันหนึ่งปรากฏว่าผู้เป็นแม่นั้นทำอาหารไปส่งลูกช้าเนื่องจากว่าอายุมากแล้ว  ส่วนทางด้านลูกชายนั้นก็รอแม่ตั้งแต่เช้าจนสายจนเที่ยงแม่ก็ยังไม่มาสักทีซึ่งเขาเองนั้นก็หมดแรงเหนื่อยจากการทำงานและหิวข้าวมากแล้วเมื่อเราแม่แล้วแม่ไม่มาก็เกิดอาการหงุดหงิด

            เมื่อถึงเวลาเที่ยงผู้เป็นแม่ก็รีบเอาข้าวมาส่งให้ลูกซึ่งแน่นอนว่าผู้เป็นแม่ไม่ได้เล่าถึงสาเหตุของการมาส่งข้าวช้าแต่ด้วยความที่ลูกชายนั้นมีอาการหิว โซ และอยู่ในอารมณ์โมโหจึงไม่ได้มีการถามไถ่ถึงสาเหตุของการที่แม่มาส่งข้าวช้าและยังพาลโกรธผู้เป็นแม่   มองเห็นข้าวที่แม่เตรียมมาให้กินนั้นมีแค่นิดเดียวก็ทำให้ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่คิดว่าข้าเพียงแค่นี้ไม่พอให้ทำให้เขาหายหิว

          แล้วด้วยความที่โกรธแม่มากที่แม่มาช้าและยังเอาข้าวมาให้น้อยเขาจึงได้เอาคันไถซึ่งอยู่ใกล้มือฟาดไปที่ตัวแม่ของเขาเองโดยเข้าฟาดไปหลายทีแบบไม่ยั้งไม่ได้สนใจเลยว่าแม่จะล้มลงหมดสติไปแล้วหลังจากนั้นเมื่อตีแม่จนน้ำใจเขาก็ไปนั่งกินข้าวจนกินอิ่มแล้วแต่ข้าวที่แม่เตรียมมาให้ก็ยังคงเหลืออยู่เขาเริ่มสำนึกได้ว่าเขาใช้ความรุนแรงกับแม่มากเกินไปจึงได้หันมาดูแม่

         แต่เมื่อหันกลับมาเห็นแม่ก็เห็นว่าแม่นอนหมดสติและเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็เห็นว่าแม่ของเขานั้นเสียชีวิตแล้ว  ซึ่งหลังจากที่เขาหายโมโหหิวแล้วและรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปเขาก็เสียใจกับการกระทำในครั้งนี้ของเขามาก  ดังนั้นเขาจึงได้มีการสร้างพระธาตุก่องข้าวน้อยขึ้นที่กลางนาตรงบริเวณที่แม่ของเขาเสียชีวิตเพื่อเป็นการชดเชยความผิดที่เขาได้มีการฆ่าแม่ของเขาเป็นการสร้างพระธาตุขึ้นมาเพื่อใช้บาปกรรมที่เขาได้ทำขึ้นมานั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

ศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆ  

ศิลปวัฒนธรรมคือสิ่งที่มีบทบาทการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างมากโดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่สามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆผ่านทางด้านศิลปะและการพัฒนาโครงสร้างการทำงานดังกล่าวก็มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น  ศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆ  อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่า การสร้างสรรค์งานศิลปะต่างๆที่มีบทบาทมากมายหรือแนวคิดต่างๆที่ถูกนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเนื่องด้วยโครงสร้างการพัฒนาการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ

อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าการเรียนรู้และการพัฒนาโครงสร้างของการนำเสนอรูปแบบของการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่มีการเรียนรู้ในการพัฒนาตลอดเวลา ส่งผลให้มนุษย์มีการสร้างสรรค์ผลงานมากมายอย่างไรก็ตามสันนิษฐานได้ว่ามนุษย์มีความต้องการในการนำเสนอโครงสร้างองค์ความรู้ต่างๆผ่านช่องทางต่างๆมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีความซับซ้อนหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะต่างๆที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเขียนตัวอักษรลายลักษณ์อักษรผ่านทางการแกะสลักหรือการเขียนลงบนสิ่งต่างๆ นี่ไม่ใช่เกิดจากความบังเอิญที่มนุษย์มีการเขียนและมีการประดิษฐ์คำพูดตัวอักษรแต่เป็นความต้องการในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมต่างๆหรือแม้แต่องค์ความรู้ในอดีตต่างๆที่ค่อนข้างมีบทบาทกับผู้คนในยุคปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ามนุษย์เป็นสิ่งที่มีการพัฒนาอยู่เสมอเป็นสัตว์สปีชีส์เดียวที่มีการเติบโตอยู่ตลอดเวลาของความคิดหรือจินตนาการต่างๆนี่จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจมากนะพวกงานศิลปะคือหนึ่งช่องทางที่ทำให้มนุษย์มีการถ่ายทอดวัฒนธรรมในรูปแบบที่ค่อนข้างมีการเติบโตและค่อนข้างแพร่หลายในทุกๆสมัย 

อย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นส่วนสำคัญที่ความเข้าใจความชำนาญการทำงานต่างๆได้ถูกพัฒนาและถูกเจาะจงที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นทำให้มนุษย์มีการเรียนรู้และพัฒนาในรูปแบบที่มีงานทำสิ่งต่างๆรอบตัวไม่ว่าจะเป็นวัสดุธรรมชาติกระดูกสัตว์โครงสร้างหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของเลือดสาดก็ถูกนำมาทำงานศิลปะมากมายถูกเขียนว่ากำแพงผสมกับดินหรือวัสดุอื่นๆ

ที่ได้มาจากธรรมชาติ ทำไมในยุคปัจจุบันเราจึงยังสามารถหาองค์ความรู้ต่างๆหรือวัฒนธรรมต่างๆความเป็นอยู่ของผู้คนต่างๆเหล่านี้นี่เป็นแค่เพียงองค์ประกอบความเชื่อถือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆที่มนุษย์มีการทำเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม สิ่งลี้ลับหรือสิ่งซ่อนเร้นหรือความเชื่อต่างๆที่เป็นหนึ่งแนวทางความคิดของผู้คนที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่จะมีการถ่ายทอด

เรื่องราวมาจนถึงยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไม่อาจทำให้งานเสร็จต่างๆมีการหายไปหรือไม่เจอเป็นแนวคิดที่มีการพัฒนาตลอดเวลาแตกต่างเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ถูกนำเสนอในรูปแบบที่ทำให้มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดโดยการหนังสือเดินทางองค์ความรู้ต่างๆมารวมกันเพื่อทำให้เกิดสิ่งใหม่มากมายในยุคปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ในรูปแบบต่างๆหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆที่ถูกพัฒนาและถูกส่งต่อทางด้านวัฒนธรรมหรือสิ่งต่างๆที่ถูกนำเสนอในยุคปัจจุบันที่เราสามารถค้นหารูปแบบต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    สมัครเว็บ ufabet

ตํานานต้นกำเนิดท่าเตียน 

         

      สำหรับคนในกรุงเทพฯนั้นย่อมรู้จักถ้าเรียนกันเป็นอย่างดีและต้องเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับ ต้นกำเนิดท่าเตียน ว่าที่ถ้าเรียนแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากอะไรซึ่งจะมีความเกี่ยวพันเกี่ยวกับยักษ์ 2 ตนซึ่งเป็นยักษ์ที่คอยปกปักรักษาวัดอยู่ 2 วัดโดยนักตัวแรกนั้นคอยปกปักรักษาวัดแจ้งส่วนยักษ์อีกคนนึงนั้นคอยปกปักรักษาวัดโพธิ์ซึ่งวัดทั้งสองวัดนี้นั้นอยู่ใกล้กัน

          และตำนานได้มีการพูดถึง ต้นกำเนิดท่าเตียน ของการเกิดภาคเรียนขึ้นมาโดยมีการอ้างอิงถึงสถานที่แห่งนี้ว่าที่แห่งนี้แต่เดิมเคยเป็นป่ารกร้างมาก่อนซึ่งเป็นสถานที่คั่นกลางระหว่างวัดทั้ง 2 วัด แต่ภายหลังนั้นถูกทำลายอย่างราบคาบจนเตียนโล่งนั่นก็เพราะว่า ยักษ์ทั้งสองวัด นั้นได้มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน และผลจากการต่อสู้ของยักษ์ทั้ง 2 ตนนั้นเองที่ทำให้ตรงบริเวณพื้นที่ดังกล่าวที่เคยมีต้นไม้เยอะแยะเต็มไปหมดกลายเป็นพื้นที่เตียนโล่ง

       ในตำนานบอกว่าในสมัยอดีตกาลนั้นยักษ์ทั้ง 2 วัดนั้นเป็นเพื่อนกันและรักและสนิทสนมกันมาก  แต่เราอยู่มาวันหนึ่งก็มีเหตุให้ต้องทะเลาะกันก็เพราะว่ายักษ์วัดโพธิ์ได้ไปทำการยืมเงินจากยักษ์วัดแจ้งมาโดยมีการเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อไปขอยืมเงินกันเลยทีเดียวและได้มีการทำสัญญาตกลงกันเอาไว้ว่าจะนำเงินดังกล่าวนั้นเมื่อคืนกันเมื่อไหร่

      แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องเอาเงินไปคืนปรากฏว่ายักษ์วัดโพธิ์นั้นยังหาเงินไม่ได้จึงไม่มีเงินไปคืนยักษ์วัดแจ้งซึ่งเมื่อถึงกำหนดวันแล้วยังไม่ได้รับเงินคืนทำให้ยักษ์วัดแจ้งนั้นไม่พอใจจึงได้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาแล้วก็มาทวงเอาเงินกับยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งยักษ์วัดโพธิ์นั้นก็ยืนยันว่าในขณะนี้เองยังไม่มีเงินที่จะใช้คืนทำให้ยักษ์ทั้งคู่นั้นทะเลาะกันและสุดท้ายก็ได้มีการต่อสู้กัน

          และระหว่างที่ต่อสู้กันนั้นด้วยตัวยักษ์ทั้งสอง ตนนั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก  ดังนั้นไม่ว่าเอาไม้กระบองฝ้ายไปฝั่งไหนก็ทำให้ต้นไม้พื้นที่ตรงที่ทั้งคู่ทะเลาะกันนั้นล้มระเนระนาดตายไปหมดอีกครั้งเวลาที่ยักษ์ทั้ง 2 ตนเหยียบย่ำไปตรงพื้นที่ไหนต้นไม้ก็ถูกเหยียบทำให้พื้นที่ดังกล่าวนั้นกลายเป็นที่โล่งซึ่งกว่ายักษ์วัดแก้วจะมาห้ามไม่ให้ยักษ์ทั้งสองคนนั้นทะเลาะกันพื้นที่ดังกล่าวนั้นก็ถูกทำลายจนไม่เหลือต้นไม้แล้ว

      ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวจึงเตียนโล่งทำให้ชาวบ้านพากันเรียกบริเวณดังกล่าวว่าท่าเตียนนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานั้นเองส่วนยักษ์ทั้ง 2 ตนนั้นได้ถูกลงโทษจากพระอิศวร   ตนนั้นได้ถูกลงโทษจากพระอิศวรด้วยและถูกนำไปยืนเฝ้าหน้าวัดทั้งสอง จนถึงปัจจุบันนี้ถ้าหากใครที่ไปเที่ยวที่วัดโฆหรือแม้แต่ไปที่วัดแจ้งก็จะเห็นว่าทั้งสองตนนั้นยืนอยู่ที่บริเวณหน้าอุโบสถของวัดนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร sbobet โดยตรง

การทรมานของจีนในสมัยโบราณ

การทรมานของจีนในสมัยโบราณ การจะบังคับเอาข้อมูลหรือที่เรียกง่ายๆก็คืออการรีดเอาข่าวมันมีเทคนินคในการสอบปากคำอยู่หลายแบบเลยในสมัยก่อนมันก็จะมีความพิเรนอะไรทีมันทำให้มีความอันตรายมีตั้งแต่ความหฤหรรษ์จนถึงเอาเราตายได้น้ำก็ถือว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้ในการทรมานทางด้านจิตใจหรือจะทำให้ตายเลยก็ว่าได้ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

ซึ่งในยุคสมัยนี้ที่สิทธิมนุษยชนมันถูกให้ความสำคัญเป็นอย่างมากการทรมานเหล่านี้ก็จะสูญหายไปไม่ให้เราได้พบเห็นกันอีกแล้วแต่ว่าการทรมานเหล่านี้ที่เราได้เล่ามาบางประเทศเขาก็ยังปฏิบัติการอยู่พร้อมแล้วไปดูกันเลย

นอกจากนี้หากจะพูดถึงในการทรมานด้วยน้ำแล้ว

เพื่อนคิดว่าเขาจะทำกันอย่างไรหลายคนก็อาจจะคิดถึงการกดน้ำกันก่อนเลยใช่ๆไหมแต่เราจะไม่พูดถึงเรื่อน้ำนี้เพราะว่ามันเบาไปเราจะพาไปดูในสมัยโบราณกันก่อนเลยที่ประเทศจีนการทรมานโดยใช้น้ำก็ได้เกิดมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

โดยคนที่ถูกทรมานนั้นจะใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุ่นหยดลงไป

ในจุดหนึ่งของผู้ที่ถูกทรมานส่วนมากก็จะเป็นหน้าผากผี่ถูกมรมานจะถูกมัดแล้วจะถูกน้ำหยดใส่และมันก็ไม่มีคำอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมถึงใช้วิธีนี้ในการทรมานแต่ว่านักวิชาการทางประวัติศาสตร์ก็ได้เหตุผลว่ามันเป็นการทรมานเหยื่อในด้านทางจิตใจ

เนื่องจากว่าประเทศจีนในสมัยก่อนเชื่อว่าน้ำที่มันสามารถทำให้หินที่แข็งแกร่งหินกร่อนลงได้ดังนั้นสำนวนที่ว่า น้ำเซาะหินทุกวันหินมันยังกร่อนพวกคนสมัยก่อนที่ไม่รู้ว่าวิทยาศาสตร์มากนักก็จะเชื่อว่ามันทำให้กระโหลกมันทะลุได้เช่นกันเหยื่อที่ถูกการลงโทษชนิดนี้ก็จะถูกจับมัดแก้ผ้าแล้วก็ตึงโซ่ตรวนประจานอยู่กลางเมืองแล้วก็ปล่อยให้น้ำหยดว่ากันว่าบางคนที่จิตใจอ่อนแอถึงกลับเป็นบ้ากันไปเลย

ซึ่งเอาจริงๆแล้วถ้าหยดแบบไม่ได้หลับได้นอนเราก็อาจจะเป็นบ้าไปเลยก็ได้เคยมีไหมใครที่กำลังจะหลับๆอยู่แล้วมทีเสียงอะไรเข้ามาแล้วก็ตื่นจินตนาการตามเราเลยโดนล็อคเอาไว้ทั้งวันเหนื่อยก็เหนื่อยโดนล็อคเอาไว้ทั้งวันกำลังจะหลับได้ยินเสียงน้ำหยดก็จะสะดุ้งขึ้นมาหนึ่งทีจะหลับอีกน้ำหยดใส่ก็สะดุ้งขึ้นมาอีกหนึ่งทีมันก็อาจจะเป็นอะไรที่ทรมานได้เพราะว่าหลับๆไม่ลงเสียที

เพราะฉะนั้นแล้วยังมีการทรมานที่แข็งกว่านี้อีกเช่นการถ่วงน้ำถือว่าเป็นการทรมานกันอย่างแพร่หลายในยุโรปในช่วงของยุคศตวรรษที่18ที่เขาได้มีการฆ่าแม่มดกันในยุคนั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

อาชีพที่น่าสนใจในปีนี้ 

สำหรับผู้ที่มีความต้องการที่สนใจจะทำธุรกิจในช่วงนี้ อาชีพที่น่าสนใจในปีนี้  สำหรับการเริ่มต้นที่จะทำนั้นถ้าหากคุณทำจากความชื่นชอบของคุณอาจจะเสี่ยงต่อความไม่ประสบผลสำเร็จก็เป็นได้เนื่องจากว่า ในยุคนี้ถ้าหากคุณต้องการที่จะมีความสำเร็จในธุรกิจของคุณนั้นคุณจำเป็นจะต้องมีความรู้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงต้นทุนหรือช่องทางต่างๆก็ตาม 

นอกจากนั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่สามารถที่จะขาดมันได้นั่นก็คือ การติดตามเทรนต่างๆจากผู้บริโภค ซึ่งในวันนี้เราจะมาอาชีพที่น่าสนใจในปีนี้และน่าจะเป็นอาชีพที่สามารถทำรายได้ทำเงินให้แก่คุณได้เป็นอย่างดี แถมยังใช้เงินในการลงทุนน้อยเชื่อว่ากำไรก็ค่อนข้างที่จะดีไปด้วย

 

สำหรับผู้ที่มองปัญหาหรือความต้องการของลูกค้าต่างๆเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำก็สามารถที่จะตอบโจทย์กับการทำธุรกิจใหม่ๆเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นช่องทางและการเริ่มทำธุรกิจต่างๆสามารถที่จะทำได้โดยอาศัยหลักพื้นฐานของตัวเองในการนำสิ่งต่างๆเหล่านั้นจึงจะประสบผลสำเร็จ 

ธุรกิจที่น่าสนใจมีดังนี้ 

การขายอาหารหรือของกินสำหรับการทำธุรกิจประเภทนี้

จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรอย่างเช่นลูกค้าชอบทานอะไรเล่นและซื้ออะไรทานอีกครั้งดังนั้นสิ่งที่คุณควรจะทำก็คือรสชาติจะต้องดีจะต้องสะอาดสีน่ารับประทานแต่ที่สำคัญจะต้องราคาไม่แพงลูกค้าสามารถที่จะจับต้องได้

การตลาดของคุณก็คือเสียงของอะไรก็ได้ที่เป็นการขาย

โดยที่ลูกค้าสามารถทานเล่นได้หรือจะนำไปทานระหว่างมื้อวันก็ได้เช่นกันและสิ่งเร้ามันเป็นสิ่งที่น่ากินรสชาติอร่อยดังนั้นคุณภาพของมันจะต้องดีขึ้นตามมาด้วยซึ่งก็คุณตอบโจทย์และหาช่องทางการตลาดเหล่านี้ได้คุณก็สามารถที่จะทำธุรกิจและการค้าขายเหล่านี้ได้เช่นกัน 

หลายคนหันมาค่ะเพื่อเป็นการตอบโจทย์สำหรับลูกค้าซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สามารถขายได้และได้กำไรดียกตัวอย่างจากการขายน้ำนั่นก็คือลูกค้ามักจะมีการชอบดื่มน้ำการค้าไม่มีการใช้ต้นทุนสูงสีน่ารับประทานและยังเป็นการเพื่อนชวนให้น่าลิ้มลองเท่ากับว่าการตอบโจทย์และยังการันตีได้ว่าคุณจะขายได้อีกด้วย 

การเลือกขายขนมปังถือได้ว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถทำการตลาดได้เพราะว่าขนมคลังไม่ใช่เป็นการลงทุนสูงแถมยังผู้คนสามารถที่จะเลือกซื้อได้ง่ายเพราะราคาค่อนข้างที่จะต่ำแถมมันยังช่วยทำให้เขาอิ่มสามารถตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ตื่นเช้าไปทำงานนะไม่มีเวลาว่างในการทำกับข้าวดังนั้นขนมปังจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะมีผู้บริโภคให้ความสนใจแก่ธุรกิจนี้ของคุณ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet เว็บแม่

ตำนานเมืองลับแล

          อันที่จริงแล้ว ตำนานเมืองลับแล นั้นมีการพูดถึงกันในหลายจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดในแถบภาคอีสานซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภูตผีปีศาจหรือสถานที่เล่นรับอย่างเช่นสถานที่ที่มีการเชื่อมต่อระหว่างเมืองมนุษย์กับเมืองบาดาลซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของพญานาค 

          อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งเร้นลับนั้นไม่ได้มีความเชื่อเฉพาะในจังหวัดในแถบของภาคอีสานเพียงเท่านั้นแต่ยังมีความเชื่อสำหรับจังหวัดในแถบของภาคเหนือซึ่งมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องสิ่งเร้นลับซึ่งความเชื่อที่ว่านั้นคือความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเมืองลับแลซึ่งเชื่อกันว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเข้าไปในเมืองนั้นได้หากคนในเมืองลับแลไม่อนุญาตให้ต้องไป

ตำนานเมืองลับแล และถ้าหากใครได้หลงเข้าไปในเมืองลับแลเราก็จะไม่สามารถกลับออกมาสู่โลกมนุษย์ได้อีกเลยดังนั้นหลายคนจึงค่อนข้างที่จะอยากเจอเมืองลับแลในขณะเดียวกันก็พากันหวาดกลัวที่จะหลงเข้าไปในเมืองลับแลด้วยเช่นเดียวกันเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าหากมีโอกาสได้หลงเข้าไปในเมืองลับแลแล้วพวกเขาจะสามารถขับออกมาได้หรือไม่

 

สำหรับจังหวัดในภาคเหนือที่มีการเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเมืองลับแลนั้น 

คือจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งหลายคนคงเข้าใจว่าจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นอยู่ในแถบทางภาคอีสานแต่แท้ที่จริงแล้วจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นอยู่เป็นภาคเหนือตอนล่างดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าตำนานของเมืองลับแลนั้นเกี่ยวข้องกับจังหวัดในภาคเหนือนั่นเองซึ่งมีเรื่องเล่ากันหลายแบบเกี่ยวกับ ตำนานเมืองลับแลหลายแบบแต่โดยทั่วไปแล้วจะมีการพูดถึงการเข้าไปในป่าหากมีการได้ไปข้ามเครือเขาหลงก็จะหลงเข้าไปในเมืองลับแลและจะไม่สามารถปรับออกมาได้อีกเลย

ซึ่งเคยมีตำนานว่าไว้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งที่เผลอเข้าไปในเมืองลับแลหลังจากนั้นเขาก็ได้แต่งงานกับหญิงสาวในเมืองลับแลแต่เนื่องจากว่าเขาทำการผิดคำพูดที่ให้คำสัญญาไว้กับหญิงสาวในเมืองลับแลทำให้ในที่สุดเขาก็ถูกขับไล่ออกจากเมืองลับแล

         และถึงแม้ว่าเขาจะพยายามที่จะเดินกลับไปทางเดิมที่เขาเคยเดินไปเขาก็ไม่สามารถหาเมืองลับแลได้อีกเลยดังนั้นเขาจึงมาเล่าเรื่องนี้ให้กับคนในหมู่บ้านฟังว่าเขาได้มีโอกาสเคยเข้าไปในเมืองลับแลและคนในเมืองลับแลเองก็สามารถออกมาหาซื้อข้าวของเพื่อกลับไปใช้ในหมู่บ้านเมืองลับแลของตนเองได้ซึ่งว่ากันว่าคนในเมืองลับแลมักจะปะปนมาอยู่กับชาวบ้านทั่วไปแต่ไม่มีใครรู้ว่าคนไหนกันแน่ที่เป็นชาวเมืองลับแล และถึงแม้เรื่องนี้จะหาข้อพิสูจน์ไม่ได้แต่ตำนานเมืองลับแลก็ยังคงมีการพูดถึงและกล่าวขานกันจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub สล็อตฟรี

การบินไทยเปิดโครงการใหม่เสียสละเพื่อองค์กร  พ. ศ. 2563

              สถานการณ์ของบริษัทการบินไทยในขณะนี้ยังคงจะไม่ได้อยู่ถึงแม้ว่าจะมีการพยายามแก้ไขปัญหาทางด้านการเงินของบริษัทอยู่  การบินไทยเปิดโครงการใหม่  แต่เนื่องจากว่าหนี้สินที่บริษัทการบินไทยมีอยู่นั้นค่อนข้างเยอะจึงทำให้เงินที่หามาได้ในแต่ละเดือนนั้นถูกนำไปจ่ายหนี้จนหมดสิ้นไม่มีเงินเหลือเพียงพอที่จะสามารถนำมาจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับพนักงานได้ทำให้บริษัทการบินไทยนั้นจำเป็นที่จะต้องลดจำนวนพนักงานลงอีกครั้งหนึ่ง

โดยในขณะนี้ทางด้านบริษัทการบินไทยได้มีโครงการใหม่ขึ้นมา

การบินไทยเปิดโครงการใหม่ เพื่อหวังจะลดจำนวนพนักงานในองค์กรลงโดยจะต้องมีจำนวนพนักงานที่เสียสละลาออกจากองค์กรการบินไทยมากกว่า 5 พันคนด้วยกันซึ่ง  โครงการที่ทางบริษัทการบินไทยได้เปิดโอกาสให้พนักงานนั้นได้มีการรีไทร์ตัวเองออกก่อนเวลาอันสมควรนั้นเรียกว่าโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร  พ.ศ. 2563 

 

โครงการนี้เริ่มมาแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 เดือนตุลาคมเป็นต้นมาและพึ่งสิ้นสุด

โครงการไปเมื่อวันที่ 28 เดือนตุลาคมนี้เองซึ่งพบว่าหลังจากที่พนักงานของบริษัทการบินไทยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับบริษัทมาเป็นระยะเวลานานต่างก็เห็นความสำคัญที่จะรักษาองค์กรเอาไว้จึงได้พากันสมัครใดที่จะลาออกจากงานโดยมีจำนวนพนักงานมากกว่า 5 พันคนที่มายื่นเรื่องขอแสดงความจำนงในการขอรีไทยตัวเองออกจากงานในครั้งนี้

            สำหรับพนักงานเข้าโครงการนี้ก็จะได้รับเงินชดเชยในการลาออกจากงานสูงถึง 14.33   เดือนเลยทีเดียว ไม่เพียงยอดเงินเท่านี้เท่านั้นเพราะพวกเขาจะยังมีเงินเดือนสุดท้ายที่พวกเขาจะได้รับและยังมีเงินตอบแทนพิเศษอื่นๆอีกทำให้หลังจากที่พนักงานได้คำนวณเกี่ยวกับเรื่องของรายได้หลังจากที่ลาออกจากงานแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าที่พวกเขาจะลาออกกันโดยพนักงานเหล่านี้จะทำงานกับบริษัทการบินไทยเห็นแค่วันที่ 30 เดือนพฤศจิกายนเพียงเท่านั้นหลังจากนั้นทางบริษัทการบินไทยก็จะมีการแบ่งจ่ายเงินที่จะชดเชยให้กับพนักงานเหล่านี้  โดยมีการกำหนดการแบ่งจ่ายกันจำนวนทั้งสิ้น 12 เดือนด้วยกันซึ่งแต่ละเดือนนั้นจะต้องมีการจ่ายหารออกมาเฉลี่ยเท่ากัน

 

โดยบริษัทการบินไทยยืนยันว่างวดแรกที่เขาจะจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานได้นั้น

เริ่มจ่ายได้ในเดือนมิถุนายนปีพศ 2564 โดยจะมีการจ่ายให้พนักงานที่ลาออกจากโครงการนี้ทุกๆของวันที่ 27 ของเดือนด้วยกันและจะมีการจ่ายต่อเนื่องกันไปนานถึง 12 งวดหลังจากนั้นก็จะหมดโครงการนี้   สำหรับพนักงานที่ยังคงทำงานอยู่กับบริษัทการบินไทยจะยังคงได้รับเงินเดือนปกติ

            สำหรับโครงการนี้ของบริษัทการบินไทยที่มีการตั้งโครงการขึ้นมาเนื่องจากว่าสถานการณ์ของบริษัทการบินไทยนั้นยังไม่ดีขึ้นเพราะถึงแม้ว่าจะมีการเปิดให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้แล้วแต่ก็ยังมีการจำกัดจำนวนการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทำให้เที่ยวบินต่างๆของบริษัทการบินไทยนั้นยังต้องมีการควบคุมจำนวนเที่ยวบินซึ่งมีผลกระทบต่อการเงินที่จะนำเข้ามาหมุนเวียนบริหารภายในบริษัทนั้นเอง  ดังนั้นการลดจำนวนพนักงานในองค์กรรองจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของบริษัทการบินไทยในช่วงนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวทั้งหมด โดย  ติดต่อ ufabet

ประเพณี trick or treat 

        ประเพณี trick or treat  หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่าหลอกหรือเลี้ยง  เป็นประเพณีที่เกิดขึ้นในประเทศแถบยุโรปซึ่งประเพณีนี้ว่ากันว่ามีมาอย่างยาวนานก่อนที่จะมีคริสตศักราชเกิดขึ้นเลยทีเดียวสำหรับประเพณีนี้นั้นจะมีการจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน  โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการจัดประเพณีขึ้นในวันที่ 2 ของเดือนซึ่งวันอังคารนั้นชาวยุโรปมีความเชื่อว่าเป็นวัน   All Souls 

 

      สำหรับในวันดังกล่าวนั้นชาวเมืองจะพากันตกแต่งประดับประดาบ้านของตนเองให้มีความน่ากลัวโดยมักจะมีการนำโคมไฟมาติดตกแต่งบริเวณหน้าบ้านซึ่งคงไปนั้นจะทำมาจากฟักทองและยังมีการนำฟางข้าวมาทำเป็นตุ๊กตาหุ่นฟางวางประดับตกแต่งควบคู่กับตะเกียงฟักทองนั่นเอง  แน่นอนว่าในวันนี้ชาวเมืองจะมีการทำขนมเค้กขึ้นซึ่งขนมเค้กในวันดังกล่าวนั้นชาวเมืองเชื่อว่าเป็นขนมเอาไว้ให้กับเหล่าวิญญาณทั้งหลายที่กลับมาเยี่ยมบ้านได้กิน โดยชาวเมืองเชื่อว่าหากญาติพี่น้องยิ่งทำขนมเค้กเยอะและนำไปบริจาคผลบุญจากการบริจาคขนมเค้กในวันดังกล่าวจะส่งผลให้วิญญาณนั้นไปสู่สรวงสวรรค์นั่นเอง

        อย่างไรก็ตามเทศกาลหรือ ประเพณี trick or treat   นี้ส่วนใหญ่เด็กๆมักจะชอบเพราะเมื่อถึงช่วงเวลาตอนกลางคืนเด็กๆจะได้ถูกแต่งตัวให้มีลักษณะคล้ายกับผีและเดินไปเคาะตามบ้านเรือนพร้อมกับพูดคำว่า trick or treat ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกผู้ใหญ่ทั้งหลายก็มักจะให้เด็กๆนั้นหยิบขนมที่พวกเขาเตรียมไว้นั่นก็คือการให้ขนมเค้กนั่นเองแต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำขนมเค้กแจกเด็กๆในเทศกาลประเพณี trick or treatนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนมาใช้เป็นลูกอมแทนนั่นเอง

       แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้เทศกาลนี้มีสีสันและเกิดความสนุกสนานดังนั้นบางบ้านจึงให้เด็กๆนั้นใช้เป็นวิธีการหลอกผีแทนที่จะมอบขนมหวานให้นั่นเอง  สำหรับ  ประเพณี trick or treatในอดีตนั้นหากบ้านไหนไม่ยอมนำขนมออกมาให้กับผีที่มาเคาะประตูบ้านหลังดังกล่าวนั้นจะถูกกลั่นแกล้งโดยกลุ่มคนที่แต่งกายเป็นผีกะเอาไข่ไก่ มาวางขว้างปาที่บริเวณหน้าบ้าน หรืออาจจะมีการกลั่นแกล้งในรูปแบบอื่นๆแต่ไม่ได้รุนแรงมากนักเพราะถือว่าเป็นการละเล่น

        อย่างไรก็ตามเมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป ประเพณี trick or treat จึงได้มีการมารวมเข้ากับเทศกาลวันฮาโลวีนดังนั้นในปัจจุบันนี้ ประเพณี trick or treat จึงมักกระทำขึ้นในวันที่ 31 เดือนตุลาคมซึ่งเป็นวันเดียวกับเทศกาลวันฮาโลวีนนั่นเอง  และประเพณี trick or treat นี้จะมีการจัดกันเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น สำหรับประเทศอื่นๆนั้น จะมีการจัดการตกแต่งตัวเองให้มีความคล้ายผี มีการแต่งบ้านและร้านค้าให้น่ากลัว แต่ไม่ได้ร่วมเล่นประเพณี trick or treat 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

ลางบอกเหตุร้ายหรือดีจากความเชื่อของวันศุกร์ที่ 13 วันแห่งหายนะ 

           เกี่ยวกับเรื่องราวความเชื่อของโชคลางต่างๆ. ลางบอกเหตุร้ายหรือดี  เจอว่าไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศต่างก็มีความเชื่อไม่แตกต่างกันมากนักอย่างตัวของประเทศไทยเองก็มีความเชื่อว่าหากทำสิ่งนั้นแล้วจะต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ดีหรือถ้าหากทำเรื่องต่อไปนี้แล้วจะมีแต่โชคลาภต่างประเทศเองก็เช่นเดียวกันความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของโชคลางต่างๆหรือการมีลางบอกเหตุก็เป็นสิ่งที่ชาวต่างประเทศมีความเชื่อมั่นไม่ต่างจากคนไทยดังนั้นวันนี้เราจะมาดูเกี่ยวกับเรื่องของเหตุการณ์ต่างๆที่ชาวต่างประเทศมองว่านี่คือรางบอกเหตุว่าจะเป็นเหตุร้ายหรือเหตุดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันที่ 13 ของวันศุกร์

       ลางบอกเหตุร้ายหรือดี  ว่ากันว่าหากเดือนไหนวันที่ 13 ตรงกับวันศุกร์ไม่ควรที่จะกางร่มในบริเวณที่ไม่มีแดดเพราะคนชาติตะวันตก เชื่อกันว่าหากไม่มีแดดแล้วกางร่มจะทำให้เทพเจ้าพระอาทิตย์โกรธเอาได้   และเมื่อเทพเจ้าพระอาทิตย์โปรดส่งผลทำให้มีแต่ปฏิบัติตามมามีแต่เรื่องที่จะโชคร้ายดังนั้นคนชาติตะวันตกหรือคนอเมริกันจึงไม่นิยมกางร่มในบริเวณพื้นที่ที่ไม่มีแดดนั่นเอง  

      ความเชื่อต่อมาเกี่ยวกับเรื่องของกระจก  ว่ากันว่ากระจกนั้นไม่ใช่เอาไว้เพื่อส่องให้เห็นใบหน้าอันสวยงามของตนเองเพียงเท่านั้นแต่ความเชื่อของคนในสมัยโบราณของคนอเมริกันยังมีการเชื่อกันว่ากระจกสามารถเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณได้ดังนั้นหากใครก็ตามที่ทำกระจกแตกจึงมีความเชื่อกันว่าวิญญาณที่อยู่ในกระจกนั้นจะหลุดออกมาและแน่นอนว่ามันจะส่งผลให้คนที่ทำกระจกแตกนั้นเกิดความโชคร้ายเพราะเผลอไปปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกมานั่นเอง   ว่ากันว่าคนที่ทำกระจกแตกหรือกระจกร้าวนั้นจะโชคร้ายไปหลายปีเลยทีเดียว   อย่างไรก็ตามวิธีการแก้เคล็ดสำหรับไม่ให้วิญญาณร้ายออกมาก่อกวนคนที่ทำกระจกแตกหรือกระจกร้าวได้นั้นเชื่อกันว่าควรจะต้องหาสิ่งของมาปิดกระจกจะช่วยให้ความโชคร้ายนั้นลดน้อยลงได้นั่นเอง

           อีกหนึ่งความเชื่อที่ถือว่าเป็นความเชื่อแบบหายนะนั่นก็คือมีความเชื่อกันว่าใครก็ตามที่ทำเกลือหก  จะเจอแต่เรื่องที่ไม่ดีเจอแต่สิ่งที่เป็นโชคร้าย  ด้วยความเชื่อนี้มาจากการที่มีการเล่าเกี่ยวกับเรื่องสาวกคนหนึ่งที่ชื่อยูดาสในวันที่เกิดเหตุวันที่ 13 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่มีการนั่งกินอาหารกับพระเยซูในวันสุดท้ายนั้นเขาได้ทำเกลือหก

ตอนที่กำลังนั่งกินอาหารอยู่  หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเพราะเป็นเหตุการณ์ที่ได้กินอาหารเป็นมื้อสุดท้ายในวันดังกล่าวนั่นเองดังนั้นจึงมีการเชื่อว่าหากใครก็ตามเผลอทำเกลือหกลงพื้นแล้วก็วิธีการแก้อาถรรพ์นั้นให้หยิบเกลือดังกล่าวที่ทำหกโยนกับข้ามไปด้านหลังของตนเองโดยให้โอนผ่านทางหัวไหล่ว่ากันว่าจะสามารถแก้อาถรรพ์ความโชคร้ายได้และจะเจอกับความโชคดีแทนนั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ufabetฝ่ายบริการ