เรียนรู้งานศิลปะ

ประวัติศาสตร์และความสำคัญของการเรียนรู้งานศิลปะ 

เรียนรู้งานศิลปะ ประวัติศาสตร์คือหน้าที่จดบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นทัศนคติต่างๆของผู้คนในยุคแต่ละยุคสมัย การเปลี่ยนแปลงการทำงานหรือการพัฒนารูปแบบในการติดต่อสื่อสารที่ช่วยผู้คนมีการเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่รูปแบบงานต่างๆมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาส่วนหนึ่งในการศึกษาเรื่องราวต่างๆ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมายหรือแม้จะเป็นรูปแบบงานปกติ มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการโดยการสร้างสรรค์รูปแบบการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา นี่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ประวัติศาสตร์ต่างๆโดยเฉพาะด้านศิลปะมีความจำเป็นจะต้องมีการศึกษาไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวการกำเนิดของมนุษย์การเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมหรือแม้แต่จะเป็นทัศนคติ

ก็สามารถมองได้ผ่านงานศิลปะ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการติดต่อสื่อสารหรืองานสิ่งเหล่านี้มีแนวคิดหรือทัศนคติที่แตกต่างกันออกไปอย่างไรก็ตามยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือโครงสร้างของสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่องานศิลปะหนังสือ

ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นรับรู้เรื่องราวตลอดของงานประติมากรรมงานภาพพิมพ์งานภาพเขียนต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตให้ค่าต่างๆจดบันทึกทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆผ่านงานศิลปะเป็นที่นิยมอย่างมาก หากเรามองในยุคหินยุคหินเป็นยุคที่มีการทำงานศิลปะเบื้องต้นบางคนหรือนักวิชาการบางฝ่ายก็บอกว่า

การทำงานศิลปะของยุคหินยุคแรกๆนั้นเกิดจากความบังเอิญหรือความไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการจดบันทึกเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆที่มีการล่า หรือแม้แต่จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นฟ้าผ่า แผ่นดินไหว หรือแม้แต่จะเป็นรูปทรงของผู้คนต่างๆ ประวัติศาสตร์ต่างๆเหล่านี้คือสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าผู้คนมีการสร้างรูปแบบในการใช้ชีวิตอย่างไร

หรือการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตอย่างไรนี่จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างๆแต่ยุคสมัยก็มีการพัฒนารูปแบบในการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกันออกไป นี่จึงทำให้ศิลปะต่างๆมีหลากหลายยุคสมัยหรือหลักในการทำงานทุกคนต่างๆแต่ยุคสมัยก็มีการพัฒนารูปแบบในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป

ความสำคัญของการพัฒนาหรือแม้จะเป็นการทราบเกี่ยวกับศิลปะต่างๆหรือประวัติศาสตร์ต่างๆจะช่วยผู้คนเข้าใจเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาหรือไม่เคยเป็นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย รวมทั้งโครงสร้างสถานที่ต่างๆทางด้านสังคม

บุคคลต่างๆความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นก็สามารถรับรู้ได้ผ่านทาง งานศิลปะของงานศิลปะคือสิ่งที่จดบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในทุกๆอย่าง ของทุกๆยุคสมัยที่มีการเกิดขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงโดยผู้คนต่างๆที่สร้างงานศิลปะต่างๆเหล่านี้

 

 

ได้รับการนับสนุนโดย   วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

Leonardode-Vinci

ศิลปินชื่อดังของโลก Leonardo de Vinci 

Leonardode-Vinci คนที่จะเป็นศิลปินหรือนักสร้างสรรค์ศิลปะได้นั้นจะต้องมีทั้งความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะให้มีความโดดเด่นและแต่งต่างจากคนอื่นและเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ โดยผลงานที่มีการสร้างสรรค์ออกมานั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ได้รับความยอมรับจากคนทั่วไป ทำให้ในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นจึงเกิดศิลปินที่แตกต่างกันขึ้นมา เพราะศิลปินแต่ละคนนั้นก็ได้มีการสร้างสรรค์สิ่งที่แปลกและมีความแตกต่างกันออกไปใน

แต่ละยุคแต่ละสมัยนั่นเอง และถือว่าเป็นผู้อัจฉริยะในงานด้านศิลปะที่เปี่ยมล้นด้วยพรสรรค์และพรแสวงสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกนั้นได้ชื่อนชมและเป็นสิ่งที่สร้างความน่าอัศจรรย์ใจใหกับคนทั่วโลก เป็นสิ่งทีคนทั่วโลกนั้นให้การยอมรับและยกย่องมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันด้วย โดยผู้คในยุคปัจจุบันนั้นก็ล้วนต่เฝ้าฝันที่อยากจะชมผลงานชิ้นเอกของพวกเขาเหล่านี้สักครั้งหนึ่ง

Leonardo de Vinci เรียกได้ว่าเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกสำหรับผู้ที่สนใจและมีความรู้ทางด้านศิลปะนั้น จะต้องรู้จักเขาคนนี้อย่างแน่นอน ซึ่งเขานั้นได้โด่งดังและมีการสร้างสรรค์ผลงานในยุคเรนาซองในประเทศอิตาลี เขานั้นได้เจริญเติบโตมาเป็นอย่างดีและได้เล่าเรียนเกี่ยวกับศิลปะมาตั้งแต่เด็กจนเขานั้นอายุ20ปี

เขาได้ก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพและเริ่มมีการสร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องและผลงานที่เริ่มฉายแววเด่นของเขาในการเป็นอัจฉริยะด้านศิลปะนั้นด้วยการสร้างสรรค์ภาพ The Adoration of the magi 

หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองมิลานและเขานั้นได้ทำงานอยู่ที่มิลานนานถึง17ปี และเขานั้นก็ได้มีการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะที่มีความแปลกและแตกต่างและถือว่าเป็นผลงานชั้นยอดจำนวนมากรวมไปถึงผลงานที่ได้รับความนิยมอย่าง The Last Supper ,The Vitruvian Man ซึ่งเป็นผลงานภาพสเก็ตที่ได้รับความชื่นชมอย่างมาก

เพราะเป็นผลงานที่เกิดจากฝีมือที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือนและเป็นผลงานที่จะมีใครสามารถสร้างสรรค์และเทียบได้ และต่อมาหลังจากนั้นเขาได้ย้ายกลับมาอยู่ยังบ้านเกิดของเขาที่เมืองฟอเรนซ์ และเขาก็ได้สร้างผลงานภาพเขียน่าง Monalisa ที่เป็นผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกดดยภาพนี้นั้นถูกสร้างสรรค์จากฝีมือของเขาและความตั้งใจเป็นระยะเวลานานหลายปี

และในหลายปีต่อมาเขานั้นก็ได้ออกเดินทางปยังกรุงปารีสเพื่อรับตำแหน่งอันทรงคุณค่าโดยเขานั้นได้ตำแหน่งจิตรการเอกและวิศวกรของราชสำนักของประเทศฝรั่งเศสพร้อมกับการหิ้วภาพที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ไปด้วยและจากนั้นเขาก้ได้ลงหลักปักฐานที่ฝรั่งเศสโดยไม่กลับมาประเทศอิตาลีอีกเลย และเขานั้นก็ได้เสียชีวิตในอายุ 67 ปี ดดย Leonardo de Vinci นั้น

ได้มีการสร้างสรรค์และทิ้งผลงานชั้นยอดทางศิลปะและวิศวะไว้อย่างมากมาย ทำให้ Leonardo de Vinci นั้นได้รับการยกยกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในซาสตร์ต่างๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเอก นักวิทยาศาตร์ นักประดิษฐ์ ทำให้ Leonardo de Vinci นั้นถือว่าเป็นบุคคลทางประวัติศาตร์ในยุคเรานาซองที่ได้รับการยกย่องและกล่าวขานไปทั่วโลก

 

 

สนับสนุนโดย   สูตร sexy baccarat

เพลงยอดฮิต

เพลงยอดฮิตตลอดกาล

เพลงยอดฮิต เพลงเป็นสิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงและเกิดใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลง แนวดนตรี การร้อง หรืออื่นๆที่เกี่ยวกับเพลง ก็ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เข้ากับกระแสนิยมในปัจจุบัน แต่เพลงที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก็มักจะถูกลืมเอวันเวลาผ่านไป แต่ก็มีหลายๆเพลงที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไรก็ไม่สามารถที่จะดึงให้เพลงเหล่านี้ลงมาได้

และยังคงเป็นเพลงที่มีการพูดถึงและมีการร้องอยู่ตลอดนั่นเอง ซึ่งเพลงที่เป็นเพลงยอดฮิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น ก็มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ยังทำเพลงเหล่านี้ยังคงเป็นเพลงที่มีการนำมาร้องหรือเป็นเพลงที่เรามักจะยินได้ฟังอยู่เป็นประจำ 

เพลงยอดฮิตส่วนใหญ่ที่ยังเป็นกระแสอยู่ตลอดกลางนั้นเกิดจากเนื้อหาของเพลงที่เป็นเพลงกระชากใจคนฟังหรือเป็นเพลที่ทำให้คนร้องคนฟังนั้นสามารถที่จะอินกับเพลงได้ เพลงเหล่านั้นจึงเป็นเพลงที่ยังคงมีการรับฟังอยู่ตลอดนั่นเอง และอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เพลงเก่าๆนั้นยังคงได้รับความนิยมก็คือ การร้องเพลงการเปิดเพลงเหล่านี้ในสถานบันเทิงหรือที่เรามักจะคุ้นกันในร้านเหล้านั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้นปัจจุบันมีรายการการแข่งขันร้องเพลงต่างๆมากมาย การนำเพลงมาร้องในรายการแข่งขันก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เพลงเก่านั้นยังคงเป็นเพลงที่ฮิตและยังคงมีผู้ฟังจำนวนมากอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเพลงโดยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเพลวร็อคเป็นหลักเพราะมีเนื้อหาและดนตรีของเพลงที่กระชากใจคนฟังและคนสร้องอย่างมาก มันส์ทั้งคนร้องสนุกทั้งคนฟัง

เพลงแรกที่เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักและคุ้นเคยกันอย่างแน่นอน ก็คือเพลง ขี้หึงจากวงซิลลี่ฟูล เป็นเพลงที่ฮอนฮิตมากในตอนที่วงซิลลี่ฟูลนั้นได้ปล่อยเพลงนี้ออกมา เพราะเนื่องจากเป็นเพลงของวงดังอย่างซิลลี่ฟูลแล้วยังเป็นเพลงที่มีเนื้อหาสนุกสนานและสามารถโยกตามเพลงได้ทำให้เพลงนี้ได้รับความนิยมตั้งแต่มีการปล่อยเพลงจนถึงปัจจุบันเพลงขี้หึงนั้นก็ยังคงเป้นเพลงที่มีการนำมาร้องอยู่บ่อยครั้งและถือว่สเป็นเพลงที่เราน่าจะได้ยินค่อนข้างบ่อยในชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้

เพลงขี้หึงเป็นเพลงที่ร้องเมื่อปี2553 ซึ่งปัจุบันก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วแต่เพลงยังคงได้รับความนิยมทั้งในการร้องละฟัง จึงทำให้เพลงขี้หึงของซิลลี่ฟูลนั้นถือเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมและเป็นเพลงฮิตตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันและคาดว่าเพลงนี้นั้นยังคงมีการถ่ายทอดหรือสืบต่อไปให้คนรุ่นหลังจากนี้ได้ฟังอย่างแน่นอน

และเพลงนี้ก็จะเป็นเพลงยอดฮิตตลอดกาลต่อไปด้วย โดยในเพลงนั้นจะมีท่อนที่กระชากใจอยู่หลายท่อนโดยเฉพาะท่อนฮุคอย่าง “ที่เป็นไปนะเป็นไปด้วยรัก แต่อาจจะขี้หึงเกินไป ใจทั้งใจมีแต่เธอคนเดียวรักเธอคนเดียวไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนไป” เป็นต้น เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้ฟังมักจะติดหูกับท่อนนี้อย่างมากแน่นอน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เซ็กซี่เกม บาคาร่า

Portrait

การถ่ายภาพ Portrait

Portrait การถ่ายภาพ Portrait คือ การถ่ายภาพบุคคล เน้นให้ความสำคัญหรือองค์ประกอบหลักไปที่ตัวบุคคล เป็นการถ่ายทอดเกี่ยวกับบุคคลผ่านภาพถ่าย อาจจะเป็นไปเพื่อการสื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึก แววตา สีหน้าของบุคคล หรือแม้กระทั่งการสื่อให้เห็นถึงรูปร่าง สัดส่วน ท่าทาง อิริยาบถ เสื้อผ้า เครื่องแต่งการต่างๆของบุคคล เป็นต้น

การถ่ายภาพ เป็นที่นิยมในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนส่วนใหญ่ล้วนจะต้องมีรูปเป็นของตัวเอง ซึ่งทุกคนก็มีการถ่ายทอดความเป็นตัวเองผ่านภาพถ่ายที่แตกต่างกันออกไป บางคนอยากถ่ายภาพเพื่อให้เห็นถึงอารมณ์ของตัวเองในตอนนั้น บางคนอยากถ่ายภาพเพื่ออวดรูปร่าง บางคนอยากถ่ายภาพตัวเองเพื่อแสดงออกถึงวิธีการแต่งกายวัตถุประสงค์ของการถ่ายภาพแบบนี้ก็เพื่อเน้นไปที่บุคคล เพื่อให้บุคคลเป็นองค์ประกอบหลัก มีจุดเด่นที่สุดในภาพนั้น  

ซึ่งการถ่ายภาพ มีด้วยกันอยู่ 2 แบบ ได้แก่

1.แบบแสงธรรมชาติ คือแสงที่มาจากธรรมชาติ เช่น แสงจากดวงอาทิตย์

2.แบบแสงประดิษฐ์ แสงที่มาจากการประดิษฐ์หรือสิ่งประดิษฐ์จากฝีมือมนุษย์ เช่น แสงจากหลอดไฟ แสงจากแฟลชมือถือ เป็นต้น 

เทคนิคการถ่ายภาพบุคคล มีดังนี้

1.หลีกเลี่ยงพื้นหลังหรือฉากหลังที่มีจุดเด่นจนอาจแย่งความสนใจในตัวบุคคลไปได้ มิฉะนั้นอาจทำให้บุคคลในภาพดู
ดรอปลงจนไม่เป็นที่น่าสนใจไปได้ ควรถ่ายภาพกับพื้นหลังหรือฉากหลังเรียบๆ เช่น การถ่ายภาพกับกำแพงสีเรียบๆอย่างสีขาว หรือสีอิฐ สีที่ไม่มีความฉูดฉาด จนแย่งความสนใจไปจากตัวบุคคลได้ หรือจะเป็นการถ่ายภาพโดยมีพื้นหลังเป็นพื้นดิน หรือสนามหญ้าก็ได้เหมือนกัน 

2.อาจบุคคลที่เป็นแบบแสดงอิริยาบถต่างๆเพื่อเพิ่มความสนใจให้มากยิ่งขึ้น อาจจะเป็นกิจกรรมที่ชอบทำอยู่แล้วก็ได้ เช่น เล่นกีฬา ฟังเพลง อ่านหนังสือ จัดช่อดอกไม้ ถือแก้วกาแฟ เป็นต้น เพราะนอกจากจะดูเพิ่มความน่าสนใจขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความเขินและเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ของบุคคลที่เป็นแบบได้อีกด้วย และที่สำคัญยังทำให้ภาพถ่ายมีความเป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้นด้วย

3.ในกรณีที่ต้องถ่ายภาพกลุ่มหรือภาพหมู่คณะ ควรมีการจัดท่าทางการยืน การนั่ง จัดเรียงแถวให้มีความสวยงาม เพื่อให้ภาพดูไหลลื่น ให้จุดสนใจเป็นไปในทางเดียวกัน ให้ทุกคนเป็นที่สนใจเหมือนกันหมด พยายามไม่ให้มีใครเด่นกว่าใคร

4.ควรหาแสงที่กระจายแบบพอดีๆ หรืออาจจะมีการเลือกใช้แสงที่เหมาะกับอารมณ์ ความรู้สึกของแต่ละบุคคลไปเลย เช่น บุคคลผู้เป็นแบบอาจอยากได้อารมณ์เศร้า โทนหม่นๆก็จะไม่เน้นใช้แสงมาก จะใช้แสงน้อยๆให้ความรู้สึกมืดขรึม 

การถ่ายภาพ Portrait แม้จะดูเป็นเรื่องที่ง่ายและคนทั่วไปถ่ายกันได้ในชีวิตประจำวัน แต่หากเราไม่เข้าใจในการถ่ายภาพลักษณะนี้จริงๆอาจทำให้การสื่อความหมายของภาพเปลี่ยนไปเลย หากจัดมุมผิด แสงไม่เหมาะ วางองค์ประกอบรูปไม่ถูก อาจทำให้ภาพถ่ายความสนใจในตัวบุคคลลดลง และหันไม่สนใจองค์ประกอบอย่างอื่นในภาพถ่ายแทน ฉะนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าการถ่ายภาพ Portrait เป็นแบบไหน มีลักษณะยังไงก็จะทำให้เราสามารถถ่ายภาพออกมาได้สวยและตรงความตามต้องการได้

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก   เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Starbucks

ตำนานหญิงสาว บนแก้ว “Starbucks” คือใครกันนะ เธอคือเงือกน้อยหรอ?

Starbucks

Starbucks เพื่อนๆหลายคนที่เข้าร้านกาแฟชื่อดังอย่าง “Starbucks” แล้วเพื่อนๆคงคุ้นตาเป็นแน่แท้ ที่บนแก้วของสตาบัคทุกแก้วจะมีหญิงสาวอยู่บนแก้วทุกใบและเธอคือใครกันนะ บางคนก็คิดว่าเธอเป็นนางเงือกน้อยธรรมดาๆเท่านั้นแต่ความจริงนั้นไม่ใช่เลย เธอคือนางปีศาจร้าย นามว่า “Siren” หรือ “ไซเรน” นั้นเอง !! แล้วไซเรน คือใครกันละ แล้วเธอมาจากไหน เราไปดูตำนสนของ ไซเรน หญิงสาวที่หน้าตาคุ้นเคยของคนทั่วโลกกันเถอะ

แก้วสตาบัคนั้นเราจะเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่มาพร้อมกับกาแฟแก้วโปรดของคุณเสมอ เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าเธอนั้นปีศาจแห่งท้องทะเลนะ แต่ทำไมกันสตาบัคถึงเลือกเธอมาเป็นสัญลักษณ์ในการขายกาแฟแบบนี้ นั้นเป็นเพราะสตาบัคเลือกไซเรน จากการที่ไซเรนเป็นปีศาจร้านที่ค่อยขโมยหัวใจให้นักเดินทางท้องทะเลนั้นหลงรักหรือหลงใหลในเธอจากเสียงเพลงที่เธอขับร้องนั้นเอง

และเพราะเหตุนี้เราถึงรู้แล้วว่าทำไมสตาบัคถึงเลือก ไซเรน มาเป็นหน้าเป็นตาในกาแฟของเค้า เพราะความเป็นทะเลที่เกี่ยวกับน้ำและ ความเซ็กซี่ของไซเรนที่ ใครพบเจอก็ต้องหลงรักนั้นเอง และตั้งแต่ที่สตาบัคเริ่มต้นกิจการขึ้นมา ก็เลือกที่จะให้มีไซเรนอยู่บนแก้วกาแฟตลอดมาจนปัจจุบัน

ซึงมีการปรับเปลี่ยนไซเรนไปบาง หลังจากกาแฟเริ่มดังและเป็นที่รู้จักเพราะว่าไซเรนเวอร์ชั่นแรกนั้น สตาบัคออกแบบให้ไซเรนนั้นมีรูปร่างน่าหลงใหล และเห็นหน้าอกชัดเจนนั้นเอง และพอเริ่มเป็นที่รู้จัก จึงเลือกที่จะออกแบบไซเรนใหม่โดยไม่ให้เห็นหน้าอกอีกต่อไป จนมาถึงยุคปัจจุบันที่ไซเรนไม่เห็นในส่วนของอวัยวะเพศอีกต่อไป เพียงแค่เห็นว่าไซเรนนั้นมี 2 หางเท่านั้น

แต่ความเป็นจริงของตัวปีศาจไซเรนนั้น จะมีรูปลักษณ์สวยงาม หุ่นดี จับหางทั้ง 2 ข้างของเธอแยกออกและมีใบหน้าน่าหลงใหลนั้นเอง ซึ่งนั้นเป็นเพราะปีศาจไซเรนต้องการยั่วยวนนักเดินทางในทะเลหรือมหาสมุทรนั้นเอง ซึ่งนั้นเองก็เลยทำให้สตาบัคตัดสินใจออกแบบไซเรนให้ดูไม่ยั่วยวนจนเกินไป

ซึ่งความเป็นมาของไซเรนมีมาช้านานแล้ว เธอเป็นปีศาจสาวที่อยู่ในท้องทะเล ซึ่งคนบางคนก็เรียกเธอว่าเป็นนางเงือกสาว ที่ถูกตัดหางออกเป็นสองส่วน ซ้ายและขวา และไม่ว่าใครก็ตามที่เดินทางในทะเลหรือมหาสมุทรมักจะได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะ และหลงใหลเธอทั้งนั้น ใครจะไปคิดว่า สตาบัตจะนำปีศาจที่แสนจะมีเสน่ห์และยั่วยวน

ดูเซ็กซี่อย่างไซเรนมาเป็นสัญลักษณ์ได้ แถมเป็นแก้วกาแฟที่หลายคนคุ้นเคย เพราะดังไปทั่วโลก ไม่มีใครไม่รู้จักเธอแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย   UFABET เว็บตรง

ตำนานบั้งไฟพญานาค

ตำนานบั้งไฟพญานาค

ตำนานบั้งไฟพญานาค

      ตำนานบั้งไฟพญานาค เรื่องราวของบั้งไฟพญานาคนั้นเป็นเรื่องราวที่ยังคงมีความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีความเชื่อกันอยู่ซึ่งในทุกๆปีนี้ผู้คนจากทั่วทุกจังหวัดต่างๆก็จะพากันหลั่งไหลเดินทางไปที่จังหวัดหนองคายเพื่อไปดูบั้งไฟพญานาคซึ่งเราจะเห็นเป็นประจำทุกปีโดยจะเกิดขึ้นที่บริเวณริมแม่น้ำโขงหลายคนเคยพยายามลองพิสูจน์แล้วว่าแท้ที่จริงแล้ว

ลูกไฟที่เรามองเห็นว่าถูกพ่นออกมาจากน้ำขึ้นไปบนฟ้านั้นเป็นฝีมือของมนุษย์หรือไม่แต่ไม่เคยมีใครสามารถพิสูจน์ได้เลยว่าเป็นการกระทำของมนุษย์โดยเราจะเห็นบั้งไฟพญานาคหรือลูกไฟพญานาคนั้นเกิดขึ้นทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 โดยจะเกิดขึ้นทุกปีและจะมีรูปไฟเป็นจำนวนมากในแต่ละปีนิทานชาวบ้านในเขตจังหวัดหนองคายนั้น

ต่างก็เชื่อกันว่าลูกไฟที่ขึ้นมาจากน้ำนั้นเป็นการที่พญานาคนั้นพ่นรูปไฟขึ้นมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโดยมีตำนานเกี่ยวกับเรื่องของลูกไฟพญานาคหรือบั้งไฟพญานาคนี้ว่าในสมัยโบราณนั้นที่บริเวณแม่น้ำโขงนั้นมีสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าพญานาคซึ่งแต่เดิมนั้นพญานาคมีนิสัยดุร้ายแต่เมื่อพระพุทธเจ้านั้นรู้เรื่องราวของพญานาคจึงได้เดินทางมาโปรดสัตว์ด้วยการสั่งสอนพระธรรมเทศนาทำให้พญานาคนั้นเข้าใจในรสพระธรรมและต้องการที่จะออกบวชเป็นพระสงฆ์เหมือนกับพระพุทธเจ้าแต่อย่างไรก็ตามพญานาคนั้นไม่สามารถที่จะบวชได้

เนื่องจากว่าพญานาคนั้นแท้ที่จริงก็คือสัตว์ชนิดหนึ่งดังนั้นตามกฎของการบวชเป็นพระสงฆ์แล้วอาจจะไม่สามารถบวชได้พระพุทธเจ้าจึงได้ทำได้เพียงแค่บวชให้เป็นนาคได้เพียงเท่านั้นซึ่งพระญานาคเองก็ได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะโดยจะคอยเฝ้าติดตาม ปฏิบัติธรรมตามที่พระพุทธเจ้าได้มีการสั่งสอนซึ่งในทุกๆปีนั้นพระพุทธเจ้ามีกิจที่จะต้องขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อที่จะไปเทศนาพระธรรมให้กับพระมารดาที่อยู่บนสรวงสวรรค์ได้ฟังโดยทุกครั้งที่ขึ้นไปนั้นก็จะขึ้นไปเป็นระยะเวลานาน

และเมื่อพระพุทธเจ้าต้องเสด็จลงมาที่โลกมนุษย์เราเทวดาทั้งหลายก็จะมีการสร้างบันไดซึ่งเป็นบันไดแก้วบันไดเงินแล้วก็บันไดทองเพื่อให้พระพุทธเจ้านั้นเดินลงมายังโลกมนุษย์ได้โดยทุกปีที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จกลับลงมาที่โลกมนุษย์นั้นก็จะตรงกับวันออกพรรษาซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11

ซึ่งวันดังกล่าวนั้นประชาชนที่เป็นคนในโลกมนุษย์จะพากันทำบุญตักบาตร ส่วนทางด้านพญานาคนั้นก็จะมาพ่นไฟที่ริมแม่น้ำโขง เพื่อเป็นการแสดงความยินดีที่พระพุทธเจ้านั้นได้เสด็จลงมาจากสวรรค์แล้วนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  sexybaccarat

เจ-เค-โรว์ลิ่ง

ประวัติของ เจ เค โรว์ลิ่ง

        เจ-เค-โรว์ลิ่ง แล้วก็เชื่อว่าหลายคนนั้นย่อมรู้จักเธอเป็นอย่างดีในนามของนักเขียนที่แต่งนวนิยายเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์ที่เป็นนวนิยายที่โด่งดังมากที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งซึ่งนวนิยายเรื่องนี้นอกจากจะมีการโด่งดังมากแล้วยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ผู้ชมนั้นได้ดูกันอีกด้วยและเธอนั้นก็สร้างชื่อเสียงและมีเงินทองมากมายจากการที่เธอได้แต่งนวนิยายเรื่องนี้นั่นเอง

สำหรับภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อมดน้อยที่ได้ใช้ชีวิตต่อสู้อยู่ในวงการเวทมนตร์จนในที่สุดเขานั้นก็สามารถต่อสู้กับพ่อมดที่มีความเร็วรายได้สำเร็จสำหรับเรื่องราว นั้นชีวิตของเธอนั้นไม่ได้ดูด้วยกลีบกุหลาบเพราะในสมัยที่เธอยังเป็นเด็กนั้นเธอเป็นคนที่ชอบจินตนาการและชอบแต่งนิยายโดยเธอมักจะแต่งนิทานให้กับน้องสาวของเธอได้ฟังจนเมื่อเธอเติบโตขึ้นเธอได้ไปสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแต่เธอก็ถูกปฏิเสธในการที่จะอนุญาตให้เข้าเรียนหลังจากนั้นในช่วงชีวิตความยากลำบากของเธอก็เกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 25 ปี

แม่ของเธอก็ได้เสียชีวิตลงหลังจากนั้นเธอก็ได้มีคนรักและเธอก็ได้มีการตั้งครรภ์ขึ้นมาแต่อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานเธอก็มีการแท้งลูกซึ่งหลังจากนั้น 1 ปีเธอก็ได้พบรักกับชายอีกคนหนึ่งและเธอก็ได้แต่งงานและมีลูกกับเขาแน่นอนความรักในครั้งนี้ของเธอนั้นทำให้เธอได้ลูกสาวตัวน้อยมาคนหนึ่งแต่ข่าวร้ายก็ตามมาหลังจากนั้นไม่นานเมื่อสามีของเธอนั้นขอหย่าขาดจากเธอ

ซึ่งเธอต้องการมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในทันทีและแน่นอนว่าจากการที่เธอต้องดูแลลูกคนเดียวและไม่มีงานทำนั่นเองทำให้เธอกลายเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงเธอมีเงินในการเลี้ยงชีพตนเองกับรูปด้วยการใช้เงินสวัสดิการทางสังคมของรัฐ เธอเคยคิดที่จะพ่ายแพ้ให้กับโชคชะตาชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายแต่ในที่สุดเธอก็สามารถกลับมาคิดได้และเธอได้นำความเครียดทั้งหมดที่เธอมีอยู่ไปใส่ลงในหนังสือของเธอเลยเธอมีการเขียนนวนิยายขึ้นมาเกี่ยวกับพ่อมดน้อยที่ต้องต่อสู้กับชีวิตเมื่อเธอยื่นหนังสือไปให้สำนักพิมพ์ได้ตีพิมพ์หนังสือของเธอ

ทุกสำนักพิมพ์ต่างก็พากันปฏิเสธโดยบอกว่าหนังสือของเธอนั้นไม่สามารถที่จะขายได้แต่อย่างไรก็ตามได้มีสำนักพิมพ์หนึ่งยอมตอบรับที่จะพิมพ์งานให้กับเธอ และเหตุผลที่สำนักพิมพ์นั้นตอบรับที่จะทำหนังสือให้เธอเพราะว่าลูกชายของเจ้าของสำนักพิมพ์ได้มีการอ่านต้นฉบับและเด็กชายคนนั้นตั้งหน้าตั้งตาอ่านจนจบเลยบอกว่าเป็นหนังสือที่ดี

แน่นอนว่าเมื่อเด็กน้อยกว่า 1 เก่าอ่านจบเล่ม 4 เล่มที่ 1 เขาก็ขอเล่นที่ 2 เล่มที่ 3 ตามมาเรื่อยๆ และในที่สุดชีวิตของเธอก็ประสบความสำเร็จหนังสือที่เธอแต่งนั้นปัจจุบันมีการพิมพ์ขายไปแล้วมากกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลกและยังเป็นที่โด่งดังตั้งแต่นั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังสามารถที่จะขายหนังสือของพ่อมดน้อยแฮร์รี่พอตเตอร์ได้ 

 

 

สนับสนุนโดย  gclub

ผีสะพานพระราม 7

ตํานานผีสะพานพระราม 7

ผีสะพานพระราม 7 เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 9 ปีก่อนฉันกับเพื่อนอยู่ต่างจังหวัดและเข้ามาหาโรงเรียนในกรุงเทพฯและที่นี่เป็นที่ที่เพื่อนผู้ชายของเราจะมาหาเราเกือบทุกวัน ผู้ชายนั้นมีอยู่ 2 คน เพื่อนผู้หญิงมีอยู่ 4 คนฉันกับเพื่อนๆตัดสินใจว่าจะไปตกปลากันที่สะพานพระราม 7 ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบ 2ทุ่ม พอฉันไปรับเพื่อนๆเสร็จแล้วหันมาดูนาฬิกาอีกทีก็ปาไป 4 ทุ่มกว่าแล้วฉันกับเพื่อนที่ขับรถไปที่สะพานพระราม 7  แล้ว

มีคนเล่าขานกันมาว่าแถวนี้มีโจรเต็มไปหมดถ้าโดนขโมยของแน่นอนว่ามันต้องกลับมาอีก เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าระหว่างที่ทำฉันตกปลาฉันไม่ได้สักตัวแต่เพื่อนของฉันได้เต็มเลย เล่นกันไปเล่นกันมาจนถึง ตี2 ฉันกับเพื่อนๆกำลังจะกลับหอนอนฉันลอดสะพานมาได้แป๊บเดียว ฉันและเพื่อนๆก็ได้ยินเสียงหมาเห่าหอนการไปมาเพื่อนของฉันคนหนึ่งเป็นคนที่กลัวผีมากแกขาสั้นและถามฉันว่าทำยังไงดีหมามันหอนต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่ๆ ฉันจึงรีบบอกเพื่อนฉันว่า “ดูพูดเข้าอัปมงคลนะ”เพื่อนของฉันจึงเลิกพูด และหมาเห่าหอนเสียงดังอีก

ฉันและเพื่อนๆวิ่งกันจนไปถึงหน้าวัดตรงกันข้ามเป็นโรงเรียนที่ปิดมานานแล้วจนถึง 15 ปีไม่ก็ไม่เปิดสักที ตอนนั้นมันมืดมากและไฟข้างทางก็ดับ แล้วเพื่อนผู้หญิงของฉันคนนึงก็ถามว่า “นี้แกเห็นผู้ชายคนนั่นไมทำไมถึงสูงจัง”ฉันก็ตอบไปว่า “ก็ไม่ได้สูงมากเท่าไรแค่ประมาณ เท่าฉัน” แล้วเพื่อนผู้หญิงเป็นคนเดียวที่ถามคำถามฉัน

ก็ไปถามเพื่อนอีกสองคนที่เป็นผู้หญิงว่า “เห็นผู้ชายตรงนั่นไม” “ตรงไหนหรอหรือเป็นคนที่นั่งตรงมานั่ง” “เปล่าคนที่ยืนอยู่ใกล้ต้นกล้วยนั่นไง” “ไหนอ่ะทำไมฉันไม่เห็น”เพื่อนผู้หญิง 2 คนบอก เดินต่อไปประมาณ 20   ก้าวพอไปถึงเสียงพูดของพวกเราก็หยุดลง เพื่อน 2 คนของฉันพูดว่า “เห็นแล้วไม่ต้องบอกแล้วยิ่งจะทำให้กลัวเข้าไปใหญ่ ฉันพูดออกมาดังๆว่า “นั่นไม่ใช่คนแน่ๆ” หลังจากที่ฉันพูดเสร็จชายคนนั้นก็เดินไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ต้นใหญ่ต้นหนึ่งมีป้ายที่ใหญ่มากๆบังอยู่หลังจากนั้นเขาก็หายวับไปกับตา

ทันทีเพื่อนๆตกใจมากและฉันก็กลัวมากๆด้วย และฉันก็เหลือบไปเห็น ว่า ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งคนเดียวฉันเดินเข้าไปใกล้ๆและรู้ว่าชายชราคนนั้นเมาและหลับไปไม่ได้เสียชีวิตอย่างที่เพื่อนของฉันคิด  ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรฉันเดินไปที่ต้นไม้ที่ชายคนนั้นหายไปฉันเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่พบเจออะไรแต่พอกินได้สัก 5 รอบฉันกับเพื่อนๆของฉันก็เห็นว่ามีชายผู้หนึ่งสูง มากๆ  กำลังเล่นไวโอลิน อยู่ตรงสะพานพระราม 7 คนเดียวฉันเดินเข้าไปใกล้ๆแต่เพื่อนของฉันก็ดึงฉันกลับมาแล้วพูดว่า “คนอะไรถึงมาเล่นไวโอลีนดึกดื่นป่านนี้แถมยังมาคนเดียวด้วย”

ฉันก็สงสัยและเริ่มกลัวขึ้นมาเหมือนกันฉันรีบวิ่งกลับไปที่บ้านฉันนอนกอด สร้อยพระของฉันจนวันต่อมาฉันได้เล่าเรื่องนี้ให้กับแม่ฟัง ว่า “แม่เมื่อคืนน่ะหนูเจอเรื่องประหลาดประหลาดจะเล่าให้แม่ฟังแต่แม่ต้องช่วยหนูนะ”ฉันเริ่มเล่าให้แม่ฟังฉันเล่าไปเรื่อยๆจนจบแม่ของฉันแนะนำว่าให้สวดแผ่เมตตาให้เขาแล้วบอกว่าอย่าได้หลอกกันอีกเลยพอฉันทำตามที่แม่บอกก็ไม่มีเรื่องนี้ เกิดขึ้นกัน

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

เพลงสากลกับเพลงไทย

เพลงสากลกับเพลงไทยต่างกันอย่างไร

เพลงสากลกับเพลงไทย เพลงเป็นสิ่งที่สามารถทำให้จิตใจผ่อนคลายและช่วยลดความเครียดได้และไม่ว่าจะเป็นการฟัง้ะลงประเภทใดหรือภาษาใดก็สามารถช่วยบรรเทาความเครียดและช่วยให้ผ่อนคลายได้ทั้งสิ้น แต่การฟังเพลงที่ชอบนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดโดยส่วนใหญ่คนเรานั้นก็จะนิยมฟังเพลงสากลเพราะพลงสากลเป็นเพลงที่มีความไพเราะและเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกด้วย

ดังนั้นแล้วความแตกต่างระหว่างเพลงไทยกับเพลงสากลจึงเป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้จะบอกว่าเพลงไทยไม่เพราะนะ เพราะเพลงว่าจะเพลของภาษาหรือชาติไหนก็มีความเพราะและเอกลักษณืในแต่ละภาษานั้นๆ แต่อาจจะมีความแตกต่างในบางเรื่องที่ทำให้คนฟังนั้ฟังเพลงสากลมากกว่าภาษาอื่นๆนั่นเอง

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเพลงไทยและเพลงสากลมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดก็คือในเรื่องของภาษานั่นเอง ซึ่งสิ่งที่ทำให้เพลงสากลได้รับความนิยมมากกว่าก็เนื่องจากภาษาที่ใช้ในการร้องนั้นเป็นภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากลเป็นภาษาที่ทุกคนสามารถและจำเป็นที่จะต้องพูดหรือร้องได้นั่นเอง

ทำให้คนส่วนใหญ่นั้นฟังเพลงสากลมากกว่าที่จะฟังเพลงไทยเพราะเพลงสากลสามารถแปลออกได้ว่าเนื้อเพลนั้นมีความหมายอย่างไร แต่เพลงไทยคนฟังที่ไม่ใช่คนไทยก็อาจจะไม่สามารถแปลออกทำมห้ไม่รู้ความหมายของเพลงจงไม่เกิดความจูงใจในการฟังเพลงไทยนั่นเอง

นอกจากเรื่องภาษาแล้วก็เป็นเรื่องของเทคโนโลยีทางด้านดนตรีของเพลงสากล โดยวงการเพลงสากลนั้นเป็นวงการเพลงที่มีความใหญ่มาก และการทำเพลงในแต่ละครั้งเป็นการทุ่มทุ่นในการสร้างสรรค์เพลงให้ออกมาดีที่สุดและไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการทำเพลงก็ต้องเป็นเทคโนโลยที่จะสามารถทำให้เพลงนั้นมีความแปลกใหม่และแตกต่างจากเพงเดิมๆที่ผ่านมา

จึงเป็นสิ่งที่เพลงไทยนั้นยังไม่สามารถไปเทียบกับเพลงสากลได้ด้วยถงแม้วงการเพลงไทยจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแต่ด้วยกลุ่มคนที่ไม่ใช่คนไทยแล้วฟังเพลงไทยนั้นมีจำนวนที่น้อย ทำให้ศิลปินไทยที่ได้โกอินเตอร์ก็นิยมที่จะร้องเพลงของตัวเองเป็นภาษาสากลเพื่อสามารถโกอินเตอร์ได้นั่นเอง

แต่ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทยหรือเพลงสากลและถึงแม้จะมีความแตกต่างที่ต่างกัน ทั้งเรื่องภาษา เทคโนโลยีในการทำเพลง จำนวนผู้ฟังเพลงหรืออื่นๆอีกมากมาย แต่เพลงนั้นก็ยังคงเป็นสิ่งที่สามารถทำให้เราผ่อนคลายได้เสมอ ดังนั้นแล้วเราเป็นคนไทยเราอาจจะมีความชอบในเพลงสากลและมีการฟังเพลงสากลยู่บ่อยๆ แต่ก็อย่าลืมว่าเพลงไทยนั้นก็เป็นเพลงที่น่าฟังและควรให้การสนับสนุนให้วงการเพลงไทยนั้นเจริญเติบโตยิ่งขึ้นไปด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

การที่เราฟังเพลง

ข้อดีของการที่เราฟังเพลง

การที่เราฟังเพลง เมื่อเราพูดถึงเรื่องดนตรีหรือว่าการที่เราฟังเพลงนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอารมณ์ดีเพราะว่าการฟังเพลงนั้นเอง  ไม่ว่าเพลงหรือดนตรีที่เราฟังเป็นเพลงที่เศร้าหรือว่าสนุก  หรือจะเป็นเพลงรักหรือว่าดนตรีรัก  ซึ่งการที่เราเพลงก็ขึ้นอยู่กับความชอบขงแต่ละบุคล เพราะว่าเพลงทำให้เราได้ถ่ายทอดอารมณ์และเพลงหรือว่าดนตรีนั้นยังสามารถที่จะช่วยในเรื่องของการที่เราเบี่ยงเบนความสนใจได้อีกด้วยซึ่งวันนี้เรานั้นจะมายกตัวอย่างในการที่เราฟังเพลงมาให้ฟังกันว่าประโยชน์ของการฟังเพลงนั้นมีอะไรบ้าง 

  1. ดนตรีรักษาโรค การที่เราใช้ดนตรีในการรักษาโรคในวงการแพทย์นั้นรู้เรื่องอยู่แล้วว่าการที่เราเอาเพลงหรือว่าการที่เอาดนตรีมาบำบัดในการรักษา  โดยมีเรื่องการที่เราฟัง  เพื่อที่จะลดความวิตกกังวลลงได้และยังช่วยในเรื่องของการที่ช่วยในเรื่องของการพัฒนาเด็กอีกด้วยให้เด็กนั้นมีความจำและช่วยในเรื่องบำบัดผู้ที่ป่วยเป็นเรื่องซึมเศร้า  รวมไปถึงการที่ช่วยในเรื่องของผู้ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์อีกด้วยยังรวมไปถึงการที่เราผ่าตัดนั้นอีกด้วยที่ช่วยในเรื่องของการที่เราช่วยให้ผู้ที่ป่วยในระหว่างที่จะผ่าตัดรู้สึกว่าผ่อนคลายอีกด้วยหรือว่ามีความเจ็บปวดนั้นน้อยลงอีกด้วย 
  2. ช่วยคลายเครียดและทำให้อารมณ์ดี  ดนตรีเป็นเหมือนมีพลังงานบางอย่างที่ช่วยให้รู้สึกว่าการที่เราฟังเพลงนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เรานั้นมีจิตใจที่ดี  และช่วยในเรื่องของการที่เราคลายความเครียดได้อีกด้วยเมื่อเราฟังเพลงหรือว่าดนตรีจะช่วยลดความกดดัน และคลื่นสมองและอัตราในการเต้นของหัวใจเราได้ดีขึ้นช่วยให้เรารู้สึกว่าร่างกายมีความผ่อนคลายส่งผลให้เรามีอารมณ์ที่ดีและการที่ทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีนั้นยังจะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีอีกด้วย 
  3. การเล่นเครื่องดนตรีช่วยในเรื่องของความจำ  มีผลวิจัยว่าการที่เราเล่นดนตรีเป็นนั้นเป็นคนที่สามารถที่จะช่วยให้ในารที่เราทำงานของสมองนั้นมีความจำที่ดีและคนที่เล่นดนตรีนั้นยังช่วยในเรื่องของความจำเป็นอย่างดีอีกด้วยเพราะว่าคนที่เล่นดนตรีนั้นสามารถที่จะรับรู้ว่าการที่เราเล่นดนตรีนั้นเล่นตัวโน๊ตอะไรและคนที่เล่นเครื่องดนตรีเท่านั้นที่จะรู้ว่าเล่นอะไรเพราะว่าเขานั้นมีประสาทที่ดีในการฟังเสียงนั่นเองการที่เล่นดนตรีก็เหมือนกับการที่เอาออกกำลังกายนั่นเองเพราะว่าการที่เราออกกำลังกายนั้นเราก็จะได้เรื่องสุขภาพที่ดีดนตรีนั้นก็เหมือนกันการที่เราเล่นดนตรีเป็นก็เปรียบว่าเราได้สุขภาพที่ดีเหมือนกัน 

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ5บาท