เรื่องราวการพัฒนาโครงสร้างการทำงานปฏิมากรรมต่างๆ 

หากพูดถึงงานประติมากรรมต่างๆก็คงต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของงานประติมากรรมในยุคแรกที่ถูกค้นพบขึ้นมาได้ นั่นก็คือในยุคหินยุคหินเป็นยุคเริ่มต้นของนักโบราณคดีที่ค้นพบที่เก่าที่สุดนั่นคือเริ่มตั้งแต่ 30,000 ถึง 10,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราชซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างเก่ามากสันนิษฐานว่ามนุษย์ในยุคนั้นมีการดำเนินชีวิตอย่างไรหรือแม้แต่จะเป็นการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร

เพราะว่างานประวัติศาสตร์ต่างๆเหล่านี้สามารถบ่งบอกถึงการดำรงชีวิตของผู้คนในยุคสมัยต่างๆที่มีความแตกต่างกันได้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานหรือการกระตุ้นงานต่างๆเหล่านี้ช่วยให้มนุษย์มีการสร้างรูปแบบในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันมนุษย์ที่อาศัยอยู่มีความพยายามจะพัฒนารูปแบบต่างๆสร้างความเข้าใจแนวคิดต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการส่งสารต่างๆซึ่งในยุคปัจจุบันก็มีรูปแบบในการส่งสารมากมาย

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปฏิมากรรมหน้าต่างได้บ่งบอกถึงห้องไลน์ในการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคหิน งานประติมากรรมในยุคนั้นก็เป็นลักษณะงานประเภทโดนต่ำลอยตัวสูง อย่างที่รู้กันว่างานต่างๆเหล่านี้มนุษย์เริ่มรู้จักการวาดรูประบายสีตั้งแต่ยุคหินซึ่งเป็นยุคที่มีความเก่าแก่มากที่สุดต่อมนุษย์ก็จะเริ่มมีการพัฒนาทางด้านการแกะสลัก เครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ นี่เป็นสิ่งที่ยืนยันว่ามนุษย์มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นเพราะการใช้ชีวิตที่มีรูปแบบที่แตกต่างกันนี่เอง

ทำให้มนุษย์มีความพยายามจะพัฒนารูปแบบหรืออุปกรณ์ต่างๆอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาโครงสร้างในความเป็นอยู่ของผู้คนเหล่านี้ช่วยให้มนุษย์มีการพัฒนาการทำงานหรือสร้างรูปแบบในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในยุคปัจจุบันโครงสร้างในการรับรู้เรื่องราวต่างๆหรือแนวคิดต่างๆที่มีการปรับปรุงและมีการพัฒนามากขึ้นนี้จะสร้างรูปแบบหรือโครงสร้างต่างๆที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาโครงสร้างการทำงานต่างๆได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ในยุคปัจจุบันเราจึงได้เห็นว่า รูปแบบของงานศิลปะต่างๆได้มีการพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและนำเสนอรูปแบบในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดการพัฒนาการทำงานหรือไม่เช่นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นส่งผลให้ในยุคปัจจุบันเราสามารถเข้าถึงโครงสร้างในการพัฒนางานหรือแม้จะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยถ่ายทอดงานศิลปะต่างๆเหล่านี้

เพราะว่าเรื่องราวมันเป็นมากำลังทหารที่ถูกสะท้อนโครงสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนจะช่วยผู้คนสามารถเข้าถึงรูปแบบหรือระบบในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างดีมากที่สุดในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการรับรู้เรื่องราวต่างๆที่ถูกถ่ายทอดนั้น สร้างรูปแบบเป็นรอยต่างๆยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันเท่าสร้างลักษณะของการใช้ชีวิตอย่างไรก็ตาม ในอนาคตอีก 100-200 ปีเรื่องราวในวันนี้ก็จะถูกดึงขึ้นมาศึกษาประวัติศาสตร์ต่างๆ

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บแม่

งานประติมากรรมต่างๆในยุคก่อน 

งานประติมากรรมต่างๆในยุคสมัยปัจจุบันเป็นสิ่งที่มีคนให้ความยอมรับอย่างมากในการพัฒนาหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือความเป็นอยู่ของผู้คนโดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆงานประติมากรรมรูปแบบที่มีความแตกต่างกันก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สร้างสุนทรียภาพย้อนกลับไปในยุคเริ่มต้นของยุคที่ถูกค้นพบที่เก่าที่สุดนั่นก็คือยุคหิน

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของงานศิลปะต่างๆ เมื่อ 30,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ย้อนกลับไปในยุคนั้นมีการค้นพบว่ามนุษย์เริ่มมีการพัฒนารูปแบบต่างๆวิถีชีวิตสังคมความเป็นอยู่ต่างๆการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับรู้เรื่องราวต่างๆจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงรูปแบบต่างๆเหล่านี้ให้ดีมากยิ่งขึ้น น่าจะเพราะว่าในอนาคตอาจจะได้ใช้สิ่งต่างๆที่ถูกพัฒนาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการคิดการพัฒนางานประติมากรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างการทำงานต่างๆ อย่างที่รู้กันว่าสุนทรียภาพแห่งการทำงานต่างๆค่อนข้างหลากหลายและแนวคิดต่างๆคุณค่าในการทำงานที่แตกต่างกันไปซึ่งมีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบันการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

ถึงแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆที่มีการพัฒนาโครงสร้างเป็นการปรับปูนให้ดีมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน สร้างสรรค์โครงสร้างในการทำงานต่างๆมีการพัฒนาที่ดีมากยิ่งขึ้นการศึกษาและการพัฒนางานประติมากรรมต่างๆโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการเรียนรู้และการพัฒนาโครงสร้างในการทำงานต่างๆเหล่านี้มีแนวคิดการสร้างคุณค่าต่างๆอื่นๆอีกมากมาย

โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆหรือโครงสร้างที่ถูกส่งต่อรูปแบบต่างๆหรือบอกเล่าเรื่องราว งานประติมากรรมต่างๆก็คือโครงสร้างการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามอย่างที่รู้กันว่าโครงสร้างการทำงานหรือสุนทรียภาพของงานศิลปะต่างๆค่อนข้างแตกต่างและหลากหลาย

เป็นการพัฒนารูปแบบต่างๆอย่างดีมากที่สุดอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนอผลงานต่างๆที่ในยุคปัจจุบันมีการเรียนรู้และการพัฒนามากยิ่งขึ้นของผู้คนส่งผลให้การพัฒนาโครงสร้างในการทำงานต่างด้าวนี้ดีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันการพัฒนาการทำงานต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับรู้เรื่องราวต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาได้มากยิ่งขึ้นส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่างๆ

หรือแนวคิดต่างๆที่มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากยิ่งขึ้น เป็นการระบายบอกเล่าเรื่องราวต่างๆอย่างที่รู้กันว่าการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมต่างๆหรือแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่นำมาสู่รูปแบบของยุคสมัยโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้มีการพัฒนาโครงสร้างของประติมากรรมมากมายที่ถูกสะท้อนมาไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการพัฒนาการทำงานหรือแม้จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆที่ถูกพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

การนำงานศิลปะมาพัฒนาใหม่ๆ 

งานศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานร่วมสมัยหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆซึ่งในยุคปัจจุบันค่อนข้างมีอิทธิพลต่อการทำงานในประเทศไทยค่อนข้างมาก การเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆที่ถูกส่งผลต่อรูปแบบในการทำงานต่างๆยกตัวอย่างเช่นในยุคปัจจุบันมีการกระตุ้นให้เกิดรูปแบบงานใหม่ๆไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรมต่างๆหรือการนำเสนอผลงานที่ค่อนข้างร่วมสมัย

โดยเทคโนโลยีต่างๆที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรืออย่างต่อเนื่องและก็คือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบในการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆและยังมีแพลตฟอร์มต่างๆเกิดขึ้นมากมายที่ทำให้ผู้คนสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันได้ยกตัวอย่างเช่น Social Media ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนศิลปินจิตรกรต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นผู้ที่มีความต้องการในการทำงานศิลปะระบายออกทางอารมณ์ต่างๆใช้ในการนำเสนอผลงาน คือ Facebook Instagram นี่จึงทำให้อัตราเร่งในยุคปัจจุบันมีการพัฒนางานศิลปะต่างๆที่เพิ่มขึ้นรูปแบบของงานศิลปะเมื่อก่อนที่เราเคยเห็นอาจจะเป็นแค่

งานศิลปะที่ทำจากปฏิมากรรมต่างๆ งานภาพเขียนผืนผ้าใบ งานภาพวาดระบายสี หรือแม้จะเป็นงานประติมากรรมต่างๆที่ถูกสร้างเป็นอนุสรณ์เสาวรีย์ต่างๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้ในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นรูปแบบในการทำงานแบบดิจิตอลหรือระบบออนไลน์ในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าโครงสร้างความเป็นอยู่ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนที่มีการพัฒนาและมีการปรับปรุงอยู่เสมอจึงทำให้เกิดรูปแบบงานศิลปะใหม่ๆเพื่อปรับปรุงโครงสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆ

พัฒนาการทำงานต่างๆเหล่านี้หรือโครงสร้างในการดำรงชีวิตอยู่ของผู้คนมีความเข้าใจรูปแบบต่างๆที่เพิ่มขึ้นหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างในการทำงานต่างๆ ก็มีบทบาทที่ค่อนข้างยืนในยุคปัจจุบันรูปแบบเริ่มมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างในการทำงานต่างๆหรือการนำเสนอผลงานต่างๆในยุคปัจจุบันศิลปินมากมายก็มีรูปแบบในการทำงานที่ค่อนข้างแตกต่างกันนิดนึง

ที่สามารถตอบคำถามได้ว่างานศิลปะคืออะไรแล้วทำไมต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพราะบทบาทของงานศิลปะคือการเข้าไปอยู่ในอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนต่างๆสิ่งที่มีการพัฒนาตลอดเวลาจะทำให้งานศิลปะอยู่ร่วมกับสังคมนั้นๆได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกต่างๆอารมณ์ความรู้สึกโกรธ รู้สึกรัก รู้สึกหลง สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกนำมาเป็นเชื้อเพลิงที่สำคัญในการทำงานต่างๆทางด้านงานศิลปะ 

สิ่งที่ถกเถียงกันอยู่ในยุคปัจจุบันให้คือว่าศิลปะร่วมสมัยหรือว่าสิ่งที่อนุรักษ์นิยมทั้งนั้นงานศิลปะ กับศิลปะหัวสมัยใหม่กำลังเถียงกันได้คือการพัฒนารูปแบบงานใหม่ๆโดยอาศัยงานเก่าๆมาเป็นโครงสร้าง หรือจะเป็นการพัฒนางานรูปแบบใหม่ไปเลยนี่ก็ยังเป็นสิ่งที่เพียงกันอยู่ตลอด นั่นเป็นเพราะว่างานศิลปะต่างๆก็มีผู้คนที่มีลักษณะหรือความขัดแย้งทางความคิดกันและสิ่งที่ตัดสินความคิดต่างๆเหล่านี้ก็คือผู้ที่เสพงานหรือผู้ที่เข้าชมงานศิลปะต่างๆจะเป็นผู้ตัดสินว่างานศิลปะควรพัฒนาไปในทิศทางไหน 

 

สนับสนุนโดย.    บาคาร่า บิกินี่

เกาะผีอาถรรพ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

ซึ่งถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เรื่องราวในอดีตของเกาะแห่งนี้ดูจะค่อนข้างจะน่ากลัวนิดหนึ่งแต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มลงทุนว่าจ้างเรือของชาวบ้านมาลอยคออยู่บริเวณที่เกาะแห่งนี้เพื่อที่จะจับปลาหรือว่าสัตว์ทะเลอยู่บ่อยครั้งมันก็เป็นเพราะว่าเกาะแห่งนี้มันค่อนข้างที่จะเงียบสงบไม่มีผู้คนเข้ามารบกวนนั่นเอง

โดยทำให้ทะเลแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์ทะเลน้อยใหญ่มากมายโดยที่นักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้เกงกลัวต่อสิ่งลี้ลับแต่อย่างใดแต่ก็จะมีกฎข้อห้ามสำคัญอยู่นั่นก็คือจะต้องออกจากเกาะแห่งนี้ก่อนที่ฟ้าจะมืดลงนั่นเอง

สำหรับข้อมูลตรงส่วนนี้ก็คือประวัติความเป็นมากคร่าวๆของเกาะขามน้อยหรือเกาะผีแห่งนี้และเรื่องราวที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้มันก็จะเป้นเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อส่วนบุคคลยังไงก็ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชมคือต้องบอกแบบนี้ว่าเรื่องราวของเกาะผีแห่นี้จะค่อนข้างเรื่องลือไปทางด้านความน่ากลัวความสยดสยองอยู่บ้าง

เพราะฉะนั้นแล้วใช่ว่าจะไม่เคยมีใครมานอนพักแรมบนเกาะแห่งนี้เพราะว่ายังมีคนบางกลุ่มที่ชื่นชอบความท้าทายแล้วก็อยากจะเข้ามาท้าพิสูจน์เรื่องราวลี้ลับแห่งนี้

ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็จะว่าจ้างคนให้มาส่งแล้วก็ค้างคืนอยู่บนเกาะแห่งนี้อยู่บ่อยๆตัวอย่างเช่นยูทูปเบอร์ชื่อดังแนวท้าผีพิสูจน์เรื่องลี้ลับที่มีชื่อว่าก็อตดราก้อนนั่นเองเรียกได้ว่าช่องนี้มีเอกลักษณ์ที่โด่งเด่นเรื่องความใจเด็นโดยที่เขานั้นได้เข้ามาค้างอยู่บนเกาะแห่งนี้เพียงลำพัง

นอกจากนี้ในคืนนั้นเองเขาก็ได้พบกับเรื่องลี้ลับต่างๆมากมายไม่ว่าจะมาในรูปแบบของเสียงครวญครางเสียงสวดเสียงกระดิ่งหรือแม้แต่เงาแวปไปแวปมาตามป่าเรียกได้ว่าใครใจไม่แข็งพออาจจะถึงขั้นสติแตกจนเป็นบ้าไปเลยก็ได้

เนื่องจากนี้ยังไม่พอเขาก็ยังได้เดินสำรวจรอบๆเกาะแล้วก็พบกับเศษซากโครงกงระดูกมนุษย์อยู่ใต้ผืนทรายของเกาะแห่งนี้เป็นจำนวนมากจากข้อมูลตรงนี้ก็พอที่จะยืนยันประวัติความเป็นมาของเกาะแห่งนี้ว่าเคยเป็นสุสานที่เคยฝังศพจำนวนมากว่ามันคือเรื่องจริงนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้วยังเคยมีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาเกาะแห่งนี้เพื่อท้าทายจนได้พบกับเรื่องราวประหลาดเกิดขึ้นนั่นก็คือพวกเขาได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากป่าว่า “พวกมึงมาทำไม” ก่อนที่พวกเขาจะเห็นร่างกายคนใส่ชุดคุมคลายกับคนมุสลิมปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขานั่นเองชาวบ้านท้องถิ่นยังได้ระบุว่าปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนได้พบเจอเรื่องประหลาดภายในเกาะแห่งนี้อยู่เรื่อยมา

 

สนับสนุนโดย.    ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี se

อารยธรรม บาสเตต (Bastet) ที่มีหน้าเป็นแมว

ทาสแมวเมื่อเราได้พูดถึงแมวแล้วเราเชื่อว่าหลายคนเข้าใจว่าแมวเพิ่งจะมาเป็นสัตว์เลี้ยงให้กับมนุษย์ได้ไม่นานแต่จริงๆแล้วแมวเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์มานานแสนนานมากแล้วอาจจะนานเกือบจะเท่าหมาเลยทีเดียวถามว่าทำไมเพราะว่าในสมัยก่อนตอนที่มนุษย์ได้เกิดการปฏิวัติเกษตรกรรมเริ่มเพาะปลูกอะไรต่างๆมนุษย์ก็จะต้องมียุ้งฉางใช้ไหม

สำหรับเอาไว้เก็บพืชพรรณธัญญาหารอะไรต่างๆและแน่นอนสิ่งที่ตามมาจากการที่เก็บพืชพรรณธีญญาหารไว้รวมกันก็คือยังไม่ใช่แมวและสิ่งนั้นก็คือพวกสัตว์ฟันแทะต่างๆโดยเฉพาะหนูแน่นอนว่าเอาข้าวมากองรวมกันไว้เยอะๆพวกหนูมันก็จะต้องเข้ามาใช่ไหม

ดังนั้นสิ่งหนึ่งก็ตามหนูเข้ามานั่นก็คือพวกแมวป่านั่นเองพวกแมวที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของหนูก็มีการเข้ามาจีบหนูอะไรต่างๆในยุ้งฉาง

ซึ่งก็ได้ทำให้นักประวัติศาสตร์ได้สันนิษฐานว่าคนสมัยโบราณน่าจะเรียนรู้จากสิ่งนี้แหละว่าถ้าเราเลี้ยงแมวป่าไว้แมวป่ามันก็จะมาจับหนูกินเราก็จะไม่มีศัตรูพืชอะไรต่างๆยุ่งฉางของเรามันก็จะปลอดภัยดังนั้นเขาก็เลยคาดกันว่ามนุษย์ก็เลยเริ่มเลี้ยงแมวมาตั้งแต่สมัยนั้นและก็เลี้ยงมาเรื่อยๆแต่ถามว่าวิวัฒนาการของแมวมันพีคช่วงไหนต้องบอกเลยว่ามาพีคในสมัยอียิปต์โบราณ

เพราะว่าในสมัยอียิปต์โบราณได้มีการเลี้ยงแมวกันอย่างกว้างขวางและนอกจากการเลี้ยงแมวแล้วชาวอียิปต์โบราณยังมีการบูชาแมวอีกด้วยถามว่าทำไมต้องบูชาแมวเราจะรู้กันว่าเทพของอียิปต์มีหลากหลายแบบมีทั้งที่น่าตาเป็นมนุษย์แล้วก็ทั้งที่น่าตาเป็นสัตว์ต่างๆ เช่น เทพอนูบิสก็มีหน้าเป็นหมาแต่ว่าในอียิปต์โบราณยังมีเทพอยู่กลุ่มนึงที่หน้าของเขานั้นจะเป็นสิงห์ไม่ว่าจะเป็นเทพที่เป็นผู้ชายหรือว่าเทพีที่เป็นผู้หญิงและในบรรดาเทพที่หน้าเป็นสิงห์ทั้งหมดมีเทพีอยู่องค์หนึ่ง ชื่อว่า บาสเตต (Bastet) แต่เดิมเทพีองค์นี้มีหน้าเป็นสิงห์แต่ว่าหลังจากที่เวลาผ่านพ้นไป

นอกจากนี้ต้องบอกเลยว่าระยะเวลาของอารยธรรมอียิปต์นี่ไม่ได้สั้นเลยและยาวมากเราจะเห็นได้ว่าอารยธรรมอียิปต์นี่อยู่มานานมาก

ดังนั้นในยุคสมัยแรกๆเนี่ยเขาอาจจะเชื่อว่า บาสเตต หน้าตาเป็นสิงห์โต แต่พอมายุคสมัยหลังๆเขาเปลี่ยนเขาเปลี่ยนเขาเชื่อไปว่าบาสเตตมีหน้าตาเป็นแมวและชาวอียิปต์ก็เลยบูชาแมงวกันอย่างกว้างขวางนอกจากเลี้ยงและก็บูชาด้วยถามว่าเขาบูชากันไปถึงไหนต้องบอกว่า บาสเตต นั้นเป็นเทพีองค์ค่อยข้างที่จะสำคัญเพราะว่ามีความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับการดูแลผู้หญิงคลอดลูกอะไรประมาณนี้เรียกได้ว่าเทพีเป็นสามัญประจำบ้านของอียิปต์เลย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

ตำนานหลวงปู่ทวดสมัยยังเป็นทารก  ถูกขนานนามทารกอัศจรรย์

           สำหรับตำนานหลวงปู่ทวดนั้นเป็นตำนานเก่าแก่อายุมากกว่า 400 ปีมาแล้วซึ่งในสมัยนั้นเป็นสมัยของพระมหาธรรมราชาตอนปลาย  ซึ่งยังอยู่ในช่วงของสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นเอง  ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเนิ่นนานแล้วแต่ลูกศิษย์ลูกหาของหลวงปู่ทวดก็ยังคงจำฝังใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของหลวงปู่ทวดโดยเฉพาะประวัติเกี่ยวกับทารกมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในช่วง 400 ปีก่อนที่ผ่านมา  ตามตำนานระบุไว้ว่าในช่วงที่หลวงปู่ทวดเกิดนั้นเกิดในช่วงปีพุทธศักราช 2127 โดยเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ในตำบลชุมพล   โดยในตอนที่หลวงปู่ทวดเกิดมานั้นหลวงปู่ทวดเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน 

          พ่อกับแม่ต้องเช่าที่นาของชาวบ้านเพื่อปลูกนาหาเลี้ยงชีพของตนเองแต่พ่อกับแม่ของหลวงปู่ทวดนั้นเป็นคนดีอยู่ในศีลในธรรมดังนั้นเมื่อคลอดหลวงปู่ทวดออกมาได้มีการตั้งชื่อหลวงปู่ทวดในช่วงตอนเกิดใหม่ๆว่าเด็กชายปู   ด้วยความที่พ่อกับแม่นั้นมีฐานะยากจนเวลาที่พ่อกับแม่ออกไปทำนานั้นจึงต้องนำหลวงปู่ทวดออกไปเลี้ยงด้วยโดยแม่ของหลวงปู่ทวดจะเอาผ้าขาวม้าผูกทำเป็นเปลแล้วถึงเชือกระหว่างต้นไม้ 2 ต้นให้หลวงปู่ทวดนั้นนอนอยู่ในเปลหลังจากที่ไกวเปลจนหลวงปู่ทวดนอนหลับแล้วพ่อกับแม่ก็จะออกไปทำนาซึ่งอยู่ใกล้ๆกับที่หลวงปู่ทวดนอน

          โดยตอนที่หลวงปู่ทวดยังคงเป็นทารกนั้นหลวงปู่ทวดเป็นเด็กน่ารักไม่ร้องไห้งอแง  มีอยู่วันหนึ่งในขณะที่หลวงปู่ทวดนอนอยู่ในเปลและพ่อกับแม่กำลังทำงานอยู่นั้นปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาให้นมแม่ของหลวงปู่ทวดเดินมาที่เปรย์เพื่อต้องการที่จะเอานมให้กินแม่ของหลวงปู่ทวดมองไปในเปลเห็นงูตัวใหญ่เหลืออยู่บนตัวของหลวงปู่ทวดซึ่งในขณะนั้นหลวงปู่ทวดยังเป็นทารกแต่ก็ไม่ได้ร้องไห้งอแงแต่อย่างใดด้วยความตกใจแม่ของหลวงปู่ทวดจึงได้วิ่งไปตามสามีและคนอื่นๆให้มาช่วยกันขับไล่งู

          หลังจากที่มีการไล่งูตัวใหญ่นั้นออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแม่ของหลวงปู่ทวดก็มาดูร่างของทารกว่ามีร่องรอยของการถูกงูกัดหรือไม่แต่ไม่ว่าจะพลิกซ้ายพลิกขวาก็ไม่ปรากฏว่ามีร่องรอยของการถูกงูกัดตายอย่างไรที่สำคัญในระหว่างที่งูอยู่ในนั้นหลวงปู่ทวดไม่ร้องไห้นอนหลับสบายปกติแต่ที่น่าอัศจรรย์ใจเกิดขึ้นก็คือบริเวณในเปลของหลวงปู่ทวดนั้นมีลูกแก้วดวงหนึ่งซึ่งส่องแสงแวววาว และนับตั้งแต่ครอบครัวของหลวงปู่ทวดได้ลูกแก้วนั้นมาพ่อแม่ของหลวงปู่ทวดทำอะไรก็มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองจนทำให้ครอบครัวนั้นร่ำรวยขึ้นตามลำดับนั้นเอง

        และนี่เป็นเรื่องราวในสมัยแรกเกิดของหลวงปู่ทวดที่มีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นจนได้ฉายาว่าทารกอัศจรรย์นั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.    เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50

ตํานานไอ้ด่างเกยชัยจังหวัดนครสวรรค์

        สำหรับตำนานเกี่ยวกับเรื่องของจระเข้นั้นที่จังหวัดนครสวรรค์ก็มีตำนานของจระเข้ที่มีความโหดเหี่ยมและน่ากลัวเป็นอย่างมากซึ่งชาวบ้านขนานนามจระเข้ตัวนี้ว่าไอ้ด่างเกยชัย ซึ่งตำนานของไอ้ด่างเกยชัยนั้นเกิดขึ้นในสมัยของรัชกาลที่ 5 ว่ากันว่าจระเข้ตัวนี้มีความโหดเหี่ยมและร่างกายตัวใหญ่มากซึ่งมีการร่ำลือกันว่า กรมสมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพเดินทางขึ้นมาที่จังหวัดนครสวรรค์เพื่อมาดูจระเข้ตัวดังกล่าวเลยทีเดียว โดยจระเข้ไอ้ด่างนี้มันอาศัยอยู่ใน  แม่น้ำน่าน 

       ตำนานการเล่าขานกันว่าตรงบริเวณที่วัดแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าวัดเกยชัย ซึ่งสถานที่ตั้งของวัดนั้นอยู่ติดกับแม่น้ำโดยแม่น้ำดังกล่าวนั้นเป็นแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันนั่นก็คือแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน  ตรงบริเวณนี้ทุกปีในช่วงเวลานั้นจะมีน้ำมาก  อย่างไรก็ตามตรงบริเวณนี้ชาวบ้านมักจะมีการสูญหายอยู่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็นคนที่พายเรือผ่านไปผ่านมาตรงจุดนี้หรือแม้แต่คนที่มาเล่นน้ำตรงบริเวณหน้าวัดแห่งนี้ก็มักจะสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุ 

       ในช่วงแรกๆนั้นชาวบ้านไม่รู้ว่าคนที่หายตัวนั้นหายตัวไปที่ไหนแต่หลังๆมาพบว่ามีคนหายตัวมากขึ้นและบางครั้งก็มีเศษซากชิ้นส่วนของมนุษย์ลอยตามน้ำมาทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าถ่ายใต้น้ำบริเวณนี้น่าจะมีตัวอะไรอยู่ใต้น้ำที่คอยกัดกินทุกคนอย่างแน่นอน  ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะได้แค่ตัวดังกล่าวนั้นมากินคนมานานแค่ไหนแต่รู้ว่ามีชาวบ้านค่อยๆทยอยหายไปทีละคนสองคนจนในที่สุดก็สามารถสืบรู้ได้ว่าที่ชาวบ้านหายไปนั้นถูกจระเข้กิน  นี่คือจุดเริ่มต้นของตำนานไอ้ด่างเกยชัย 

       ซึ่งนอกจากจะมีคนเห็นมันลากคนไปกินในน้ำแล้วในบางวันยังเห็นว่าจระเข้ได้มีการขึ้นมานอนตรงบริเวณริมตลิ่งทำให้ชาวบ้านนั้นพากันหวาดกลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว หลังจากน้ั้นก็ไม่มีใครลงเล่นน้ำบริเวณนั้นอีกเลย  ซึ่งหลังจากที่มันไม่มีคนให้กิน จระเข้จึงเริ่มออกหากินด้วยการขึ้นมาบนบก ไปกินเป็ด และไก่ รวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวอื่นอื่น 

        และเหตุการณ์ที่ทำให้ไอ้ด่างกลายมาเป็นตำนานนั่นก็เพราะว่ามีอยู่วันหนึ่งมีแม่ลูกคู่หนึ่งท่าเรือมาในคลองดังกล่าวแล้วไอ้ด่างได้ทำการล่มเรือซึ่งทำให้แม่ปรับลงไปในน้ำและไอ้ด่างลากแม่ไปกินลูกชายที่เห็นเหตุการณ์เป็นไปตามพี่ชายให้มาช่วยกันปราบไอ้ด่างโดยใช้หอกแทงไปที่ตัวจระเข้จนมันได้รับบาดเจ็บแต่มันยังไม่ตายหลังจากนั้นมันขึ้นมาบนบกเพื่อมาพักรักษาตัวในระหว่างนั้นเองมีทหารเดินทางมาที่จังหวัดนครสวรรค์และเมื่อมาเจอตัวจระเข้ขนาดใหญ่ทางด้านทหารจึงได้มีการใช้อาวุธปืนยิงไปที่จระเข้ตัวดังกล่าวจนมันสิ้นชีพนับตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นตำนานของจังหวัดนครสวรรค์นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  sagame

ตำนานรูปปั้นพระพูดได้ 

     สำหรับตำนานที่จะพูดถึงในครั้งนี้เป็นตำนานของพระพุทธรูปที่วัดศรีชุม ซึ่งที่นี่จะมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่มาก ซึ่งว่ากันว่าอาจจะมีการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้มาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  แต่ว่าเรื่องราวของพระพูดได้นั้นเกิดขึ้นในสมัยของกรุงศรีอยุธยาแทน 

      สำหรับเรื่องราวในครั้งนั้น เกิดขึ้นเมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช   ต้องพาทหารเป็นจำนวนมากไปปราบกบฏ ซึ่งการรบในครั้งนั้นเป็นการรบราฆ่าฟันกันระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ดังนั้นการไปออกรบในครั้งนั้นทำให้มีทหารจำนวนไม่น้อย ที่รู้สึกระเหี่ยใจ ไม่อยากไปรบเพราะไม่อยากฆ่าคนไทยด้วยกันเองนั่นเอง 

   ดังนั้นก่อนที่จะออกไปรบกับกลุ่มที่ก่อกบฏ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงได้เรียกทหารมาชุมนุมกันที่หน้าองค์พระพุทธรูปที่วัดศรีชุมนี้ เพื่อเป็นการบอกเล่าแผนการที่จะเข้าไปโจมตีข้าศึกว่าจะต้องมีขั้นตอนอย่างไร และยังให้เหล่าทหารทั้งหลายได้มาขอพระกับพระพุทธรูปเพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจก่อนที่จะไปออกรบในครั้งนั้นด้วย 

    ซึ่งในขณะที่เหล่าทหารพากันไหว้พระพุทธรูปนั้น ก็ได้มีการเสี่ยงทาย ออกมาว่าการไปออกรบในครั้งนี้สมควรทำหรือไม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นความรู้สึกให้กับเหล่าทหารทั้งหลายและก็มีปราฎิหาริย์เกิดขึ้น เมื่ออยู่ๆ รูปปั้นของพระพุทธรูปก็ได้มีเสียงพูดออกมา ประมาณว่า การที่เหล่าทหารเหล่านี้จะไปออกรบกับกลุ่มกบฏที่สวรรคโลกนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ทำให้ทหารทุกคนที่ได้ยินเสียงของพระพุทธรูปพูดออกมานั้น เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่พวกเขากำลังไปทำนั้น แท้จริงแล้วเป็นบัญชามาจากสรวงสวรรค์นั่นเอง 

      เมื่อเกิดความมั่นใจ เหล่าทหารทุกคนจึงไปออกรบอย่างกล้าหาญและนำชัยชนะกลับมา  และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเรื่องราวของพระพุทธรูปพูดได้ก็มีการลือกันกระฉ่อนว่า พระพุทธรูปที่วัดศรีชุมนั้นพูดได้  และนอกจากนี้ ณ บริเวณที่หน้าพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงกลายมาเป็นสถานที่ในการถวายสัตย์พิพัฒน์สัตยา  ซี่งจะเป็นพิธีสาบานตนว่าจะไม่ว่าทรยศพระมหากษัตย์นั่นเอง

        สำหรับเรื่องนี้ภายหลังนั้น มีการออกมาเฉลยกันว่า แท้ที่จริงแล้วพระพุทธรูปไม่ได้พูดได้ แต่นั่นเป็นแผนการของสมเด็จพระนเรศวรที่อยากจะให้กำลังเหล่าทหารให้มีขวัญกำลังใจที่ดีในการไปออกรบ จึงได้ให้ทหารคนหนึ่งไปทางด้านหลังองค์พระ ซึ่งทางด้านหลังนั้นจะมีทางเข้าเป็นซอกเล็กๆที่สามารถเดินเข้าไปในซอกขององค์พระได้แล้วให้พูดออกมา ทำให้ทหารที่อยู่ตรงนั้นได้ยินเสียงเหมือนว่าพระพูด แต่แท้ที่จริงก็เป็นเสียงทหารที่ถูกสมเด็จพระนเรศวรเตรียมเอาไว้พูดนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ประเพณีลอยกระทง 4 ภาคแตกต่างกันอย่างไร

              ประเพณีลอยกระทงภาคแรกที่เราจะพูดถึงกันนั่นก็คือประเพณีลอยกระทงในแถบภาคเหนือโดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน  ซึ่งการจัดประเพณีลอยกระทงนี้จะเน้นจัดแบบล้านนาดังนั้นคนที่อยู่ในจังหวัดทั้งแถบภาคเหนือจึงมักเลขประเพณีลอยกระทงว่าประเพณียี่เป็งซึ่งในวันนั้นนอกจากจะมีการลอยกระทงแล้วก็ยังมีการลอยโคมไฟรวมถึงมีการทำบุญตักบาตรอีกด้วย

        แต่อย่างไรก็ตามทางภาคเหนือนั้นยังแบ่งออกเป็นภาคเหนือตอนกลางเตือนฉันที่จังหวัดตากการลอยกระทงจะแตกต่างจากทางภาคเหนือตอนบนเป็นอย่างมากเพราะที่จังหวัดตากนี้กระทงของที่นี่จะไม่ใหญ่มากนักจะทำพัดลมขนาดเล็กแต่มีการสร้างสรรค์ให้มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดตากนั่นก็คือจะมีการลอยกระทงไปพร้อมกันซึ่งที่จังหวัดตากนี้จะมีการเรียกการลอยกระทงว่ากระทงสายในขณะที่จังหวัดสุโขทัยนั้นการลอยกระทงก็จะมีการจัดงานเช่นเดียวกันแต่ที่นี่จะมีการทำประเพณีที่เรียกว่าลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟซึ่งแต่ละจังหวัดนั้นก็จะมีความแตกต่างกันเล็กๆน้อยๆในเรื่องของการจัดกิจกรรมวันลอยกระทง

         ประเพณีลอยกระทงต่อมาก็คือเป็นประเพณีลอยกระทงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่เราเรียกกันว่าภาคอีสานนั่นเองซึ่งที่นี่จะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ของในแต่ละจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดนครพนมสำหรับการจัดประเพณีลอยกระทงที่จังหวัดนครพนมนั้นจะมีการตกแต่งกระทงที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมากซึ่งการตกแต่งนั้นจะมีการประดับไปด้วยไฟโดยจะมีการจุดไฟที่ตัวกระทงให้ลอยไปกลางแม่น้ำซึ่งเรียกประเพณีว่าเทศกาลไหลเรือไฟ

       สำหรับประเพณีลอยกระทงในเขตของภาคกลางนั่นก็คือจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆของแต่ละจังหวัดซึ่งไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากนักในแต่ละจังหวัดก็จะมีการจัดงานมีการทำกระทงขนาดใหญ่กลางแม่น้ำแต่ที่สร้างสีสันของภาคกลางนั่นก็คือจะมีการจัดงานที่กรุงเทพฯซึ่งภายในงานนั้นจะมีการจัดอย่างมโหฬารยิ่งใหญ่ที่ตรงบริเวณวัดภูเขาทองด้วยงานนั้นจะเรียกว่างานภูเขาทองซึ่งที่นี่จะมีการจัดงานนานถึง 10 วันด้วยกันนับได้ว่าเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่อลังการงานหนึ่งเลยทีเดียว

      และอีกข้างหนึ่งที่เป็นท่าสุดท้ายของการจัดงานวันลอยกระทงก็คือภาคใต้ซึ่งในแต่ละจังหวัดก็จะมีการจัดงานของแต่ละจังหวัดมีการนำกระทงมาแข่งขันกันแต่ที่เด่นๆเลยก็คือจะเป็นจังหวัดสงขลาเราที่นี่จะมีชาวต่างชาติที่เป็นประเทศมาเลเซียข้ามพรมแดนมาเที่ยวในงานลอยกระทงเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  SA gaming สมัคร

สงครามกลางเมืองและศาสนากับงานศิลปะต่างๆ 

ยุคที่มีความเฟื่องฟูและมีความรุ่งเรืองที่สุดของงานศิลปะเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนาต่างๆคือยุคคริสเตียนซึ่งศาสนาคริสต์เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนางานศิลปะในยุค งานศิลปะแต่ละยุคแต่ละสมัยมีลักษณะที่แตกต่างกันในการเล่าเรื่องรูปแบบเรื่องราวหรือแม้แต่จะเป็นเนื้อหา คนอยุธยาสมัยที่มีรูปแบบหรือแม้แต่จะเป็นความเชื่อที่แตกต่างออกไปอย่างไร

ก็ตามปฏิมากรรมของแต่ละยุคสมัยเรียกก็ได้รับอิทธิพลมาจากผู้คนต่างๆไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหรือแม้แต่จะเป็นเศรษฐีในยุคนั้นที่มีการอุปถัมภ์ศิลปินหรือกิจกรรมต่างๆที่มีชื่อเสียง ในยุคที่มีสงครามกลางเมืองหรือสงครามเกี่ยวกับศาสนาในยุคที่มีการทำงานเกี่ยวกับงานศิลปะมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับสถานที่ที่พัฒนางานศิลปะหรือแม้แต่จะเป็นความเชื่อมโยงผู้คนอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีต่างๆหรือแม้แต่จะมีแนวคิดต่างๆมีการพัฒนาตลอดเวลาและมีความกว้างจนค่ำมากยุคสมัยต่างๆเหล่านี้มีการพัฒนาตามความคิดเห็นของจิตรกรหรือแม้จะเป็นความต้องการในการแสดงออกถึงเรื่องราวต่างๆ

สังคมหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดเหล่านี้เองส่งผลให้วัฒนธรรมหรือว่าเรื่องราวต่างๆเหล่านี้เป็นปัจจัยในการทำงานศิลปะทั้ง 4 ยุคปัจจุบันศิลปะต่างๆและศาสนาอยู่ร่วมกันบนโลกมีมากมายหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆ 4 ปัจจัยที่เป็นปัจจัยหลักของมนุษย์คืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัย รวมถึงยังมีอยู่ในส่วนของยารักษาโรคอย่างไรก็ตามศาสนาเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เป็นการเยียวยาจิตใจผู้คน

สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นณตอนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับศาสนาอย่างมากนั่นคือว่าจิตรกรในยุคนั้นมีการพัฒนารูปแบบการทำงานศิลปะหรือแม้แต่จะเป็นรูปแบบในการทำการแสดงออกความคิดเห็นต่างๆของงานศิลปะ ความเชื่อมโยงและความผูกพันระหว่างงานศิลปะและศาสนามีความเติบโตและมีแนวคิดที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลาผู้มีอิทธิพลต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นพระเจ้าต่างๆที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งต่อทางด้านแนวคิดจากจิตรกรสู่ผู้คนทั้งหลาย งานศิลปะต่างๆที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่รูปแบบงานศิลปะต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆที่มีการพัฒนาตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือแม้แต่จะเป็นความต้องการที่ทำให้ผู้คนในการพัฒนาความรู้หรือแม้แต่จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ

ทุกอย่างมีที่มาที่ไปหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆงานประติมากรรมมีการพัฒนาอย่างเฟื่องฟูในยุคสมัยนั้น โดยเฉพาะตัวละครเกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิลที่นำมาทำงานศิลปะมีมากมายการออกแบบลวดลายหรือแม้จะอยู่ในแนวคิดทำให้สามารถเข้าถึงผู้คนง่ายมาก ยุคสมัยที่มีลักษณะของงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับศาสนาในยุคคริสเตียนที่มีความเฟื่องฟูและมีการพัฒนางานศิลปะให้สามารถสื่อสารกับผู้คนเป็นจำนวนมากได้ 

 

สนับสนุนโดย    gclub casinoทดลองเล่น