งานประติมากรรมต่างๆในยุคก่อน 

งานประติมากรรมต่างๆในยุคสมัยปัจจุบันเป็นสิ่งที่มีคนให้ความยอมรับอย่างมากในการพัฒนาหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือความเป็นอยู่ของผู้คนโดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆงานประติมากรรมรูปแบบที่มีความแตกต่างกันก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สร้างสุนทรียภาพย้อนกลับไปในยุคเริ่มต้นของยุคที่ถูกค้นพบที่เก่าที่สุดนั่นก็คือยุคหิน

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของงานศิลปะต่างๆ เมื่อ 30,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ย้อนกลับไปในยุคนั้นมีการค้นพบว่ามนุษย์เริ่มมีการพัฒนารูปแบบต่างๆวิถีชีวิตสังคมความเป็นอยู่ต่างๆการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับรู้เรื่องราวต่างๆจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงรูปแบบต่างๆเหล่านี้ให้ดีมากยิ่งขึ้น น่าจะเพราะว่าในอนาคตอาจจะได้ใช้สิ่งต่างๆที่ถูกพัฒนาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการคิดการพัฒนางานประติมากรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างการทำงานต่างๆ อย่างที่รู้กันว่าสุนทรียภาพแห่งการทำงานต่างๆค่อนข้างหลากหลายและแนวคิดต่างๆคุณค่าในการทำงานที่แตกต่างกันไปซึ่งมีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบันการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

ถึงแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆที่มีการพัฒนาโครงสร้างเป็นการปรับปูนให้ดีมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน สร้างสรรค์โครงสร้างในการทำงานต่างๆมีการพัฒนาที่ดีมากยิ่งขึ้นการศึกษาและการพัฒนางานประติมากรรมต่างๆโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการเรียนรู้และการพัฒนาโครงสร้างในการทำงานต่างๆเหล่านี้มีแนวคิดการสร้างคุณค่าต่างๆอื่นๆอีกมากมาย

โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆหรือโครงสร้างที่ถูกส่งต่อรูปแบบต่างๆหรือบอกเล่าเรื่องราว งานประติมากรรมต่างๆก็คือโครงสร้างการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามอย่างที่รู้กันว่าโครงสร้างการทำงานหรือสุนทรียภาพของงานศิลปะต่างๆค่อนข้างแตกต่างและหลากหลาย

เป็นการพัฒนารูปแบบต่างๆอย่างดีมากที่สุดอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนอผลงานต่างๆที่ในยุคปัจจุบันมีการเรียนรู้และการพัฒนามากยิ่งขึ้นของผู้คนส่งผลให้การพัฒนาโครงสร้างในการทำงานต่างด้าวนี้ดีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันการพัฒนาการทำงานต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับรู้เรื่องราวต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาได้มากยิ่งขึ้นส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่างๆ

หรือแนวคิดต่างๆที่มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากยิ่งขึ้น เป็นการระบายบอกเล่าเรื่องราวต่างๆอย่างที่รู้กันว่าการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมต่างๆหรือแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่นำมาสู่รูปแบบของยุคสมัยโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้มีการพัฒนาโครงสร้างของประติมากรรมมากมายที่ถูกสะท้อนมาไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการพัฒนาการทำงานหรือแม้จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆที่ถูกพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

อารยธรรม บาสเตต (Bastet) ที่มีหน้าเป็นแมว

ทาสแมวเมื่อเราได้พูดถึงแมวแล้วเราเชื่อว่าหลายคนเข้าใจว่าแมวเพิ่งจะมาเป็นสัตว์เลี้ยงให้กับมนุษย์ได้ไม่นานแต่จริงๆแล้วแมวเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์มานานแสนนานมากแล้วอาจจะนานเกือบจะเท่าหมาเลยทีเดียวถามว่าทำไมเพราะว่าในสมัยก่อนตอนที่มนุษย์ได้เกิดการปฏิวัติเกษตรกรรมเริ่มเพาะปลูกอะไรต่างๆมนุษย์ก็จะต้องมียุ้งฉางใช้ไหม

สำหรับเอาไว้เก็บพืชพรรณธัญญาหารอะไรต่างๆและแน่นอนสิ่งที่ตามมาจากการที่เก็บพืชพรรณธีญญาหารไว้รวมกันก็คือยังไม่ใช่แมวและสิ่งนั้นก็คือพวกสัตว์ฟันแทะต่างๆโดยเฉพาะหนูแน่นอนว่าเอาข้าวมากองรวมกันไว้เยอะๆพวกหนูมันก็จะต้องเข้ามาใช่ไหม

ดังนั้นสิ่งหนึ่งก็ตามหนูเข้ามานั่นก็คือพวกแมวป่านั่นเองพวกแมวที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของหนูก็มีการเข้ามาจีบหนูอะไรต่างๆในยุ้งฉาง

ซึ่งก็ได้ทำให้นักประวัติศาสตร์ได้สันนิษฐานว่าคนสมัยโบราณน่าจะเรียนรู้จากสิ่งนี้แหละว่าถ้าเราเลี้ยงแมวป่าไว้แมวป่ามันก็จะมาจับหนูกินเราก็จะไม่มีศัตรูพืชอะไรต่างๆยุ่งฉางของเรามันก็จะปลอดภัยดังนั้นเขาก็เลยคาดกันว่ามนุษย์ก็เลยเริ่มเลี้ยงแมวมาตั้งแต่สมัยนั้นและก็เลี้ยงมาเรื่อยๆแต่ถามว่าวิวัฒนาการของแมวมันพีคช่วงไหนต้องบอกเลยว่ามาพีคในสมัยอียิปต์โบราณ

เพราะว่าในสมัยอียิปต์โบราณได้มีการเลี้ยงแมวกันอย่างกว้างขวางและนอกจากการเลี้ยงแมวแล้วชาวอียิปต์โบราณยังมีการบูชาแมวอีกด้วยถามว่าทำไมต้องบูชาแมวเราจะรู้กันว่าเทพของอียิปต์มีหลากหลายแบบมีทั้งที่น่าตาเป็นมนุษย์แล้วก็ทั้งที่น่าตาเป็นสัตว์ต่างๆ เช่น เทพอนูบิสก็มีหน้าเป็นหมาแต่ว่าในอียิปต์โบราณยังมีเทพอยู่กลุ่มนึงที่หน้าของเขานั้นจะเป็นสิงห์ไม่ว่าจะเป็นเทพที่เป็นผู้ชายหรือว่าเทพีที่เป็นผู้หญิงและในบรรดาเทพที่หน้าเป็นสิงห์ทั้งหมดมีเทพีอยู่องค์หนึ่ง ชื่อว่า บาสเตต (Bastet) แต่เดิมเทพีองค์นี้มีหน้าเป็นสิงห์แต่ว่าหลังจากที่เวลาผ่านพ้นไป

นอกจากนี้ต้องบอกเลยว่าระยะเวลาของอารยธรรมอียิปต์นี่ไม่ได้สั้นเลยและยาวมากเราจะเห็นได้ว่าอารยธรรมอียิปต์นี่อยู่มานานมาก

ดังนั้นในยุคสมัยแรกๆเนี่ยเขาอาจจะเชื่อว่า บาสเตต หน้าตาเป็นสิงห์โต แต่พอมายุคสมัยหลังๆเขาเปลี่ยนเขาเปลี่ยนเขาเชื่อไปว่าบาสเตตมีหน้าตาเป็นแมวและชาวอียิปต์ก็เลยบูชาแมงวกันอย่างกว้างขวางนอกจากเลี้ยงและก็บูชาด้วยถามว่าเขาบูชากันไปถึงไหนต้องบอกว่า บาสเตต นั้นเป็นเทพีองค์ค่อยข้างที่จะสำคัญเพราะว่ามีความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับการดูแลผู้หญิงคลอดลูกอะไรประมาณนี้เรียกได้ว่าเทพีเป็นสามัญประจำบ้านของอียิปต์เลย

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

ผีสะพานพระราม 7

ตํานานผีสะพานพระราม 7

ผีสะพานพระราม 7 เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 9 ปีก่อนฉันกับเพื่อนอยู่ต่างจังหวัดและเข้ามาหาโรงเรียนในกรุงเทพฯและที่นี่เป็นที่ที่เพื่อนผู้ชายของเราจะมาหาเราเกือบทุกวัน ผู้ชายนั้นมีอยู่ 2 คน เพื่อนผู้หญิงมีอยู่ 4 คนฉันกับเพื่อนๆตัดสินใจว่าจะไปตกปลากันที่สะพานพระราม 7 ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบ 2ทุ่ม พอฉันไปรับเพื่อนๆเสร็จแล้วหันมาดูนาฬิกาอีกทีก็ปาไป 4 ทุ่มกว่าแล้วฉันกับเพื่อนที่ขับรถไปที่สะพานพระราม 7  แล้ว

มีคนเล่าขานกันมาว่าแถวนี้มีโจรเต็มไปหมดถ้าโดนขโมยของแน่นอนว่ามันต้องกลับมาอีก เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าระหว่างที่ทำฉันตกปลาฉันไม่ได้สักตัวแต่เพื่อนของฉันได้เต็มเลย เล่นกันไปเล่นกันมาจนถึง ตี2 ฉันกับเพื่อนๆกำลังจะกลับหอนอนฉันลอดสะพานมาได้แป๊บเดียว ฉันและเพื่อนๆก็ได้ยินเสียงหมาเห่าหอนการไปมาเพื่อนของฉันคนหนึ่งเป็นคนที่กลัวผีมากแกขาสั้นและถามฉันว่าทำยังไงดีหมามันหอนต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่ๆ ฉันจึงรีบบอกเพื่อนฉันว่า “ดูพูดเข้าอัปมงคลนะ”เพื่อนของฉันจึงเลิกพูด และหมาเห่าหอนเสียงดังอีก

ฉันและเพื่อนๆวิ่งกันจนไปถึงหน้าวัดตรงกันข้ามเป็นโรงเรียนที่ปิดมานานแล้วจนถึง 15 ปีไม่ก็ไม่เปิดสักที ตอนนั้นมันมืดมากและไฟข้างทางก็ดับ แล้วเพื่อนผู้หญิงของฉันคนนึงก็ถามว่า “นี้แกเห็นผู้ชายคนนั่นไมทำไมถึงสูงจัง”ฉันก็ตอบไปว่า “ก็ไม่ได้สูงมากเท่าไรแค่ประมาณ เท่าฉัน” แล้วเพื่อนผู้หญิงเป็นคนเดียวที่ถามคำถามฉัน

ก็ไปถามเพื่อนอีกสองคนที่เป็นผู้หญิงว่า “เห็นผู้ชายตรงนั่นไม” “ตรงไหนหรอหรือเป็นคนที่นั่งตรงมานั่ง” “เปล่าคนที่ยืนอยู่ใกล้ต้นกล้วยนั่นไง” “ไหนอ่ะทำไมฉันไม่เห็น”เพื่อนผู้หญิง 2 คนบอก เดินต่อไปประมาณ 20   ก้าวพอไปถึงเสียงพูดของพวกเราก็หยุดลง เพื่อน 2 คนของฉันพูดว่า “เห็นแล้วไม่ต้องบอกแล้วยิ่งจะทำให้กลัวเข้าไปใหญ่ ฉันพูดออกมาดังๆว่า “นั่นไม่ใช่คนแน่ๆ” หลังจากที่ฉันพูดเสร็จชายคนนั้นก็เดินไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ต้นใหญ่ต้นหนึ่งมีป้ายที่ใหญ่มากๆบังอยู่หลังจากนั้นเขาก็หายวับไปกับตา

ทันทีเพื่อนๆตกใจมากและฉันก็กลัวมากๆด้วย และฉันก็เหลือบไปเห็น ว่า ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งคนเดียวฉันเดินเข้าไปใกล้ๆและรู้ว่าชายชราคนนั้นเมาและหลับไปไม่ได้เสียชีวิตอย่างที่เพื่อนของฉันคิด  ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรฉันเดินไปที่ต้นไม้ที่ชายคนนั้นหายไปฉันเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่พบเจออะไรแต่พอกินได้สัก 5 รอบฉันกับเพื่อนๆของฉันก็เห็นว่ามีชายผู้หนึ่งสูง มากๆ  กำลังเล่นไวโอลิน อยู่ตรงสะพานพระราม 7 คนเดียวฉันเดินเข้าไปใกล้ๆแต่เพื่อนของฉันก็ดึงฉันกลับมาแล้วพูดว่า “คนอะไรถึงมาเล่นไวโอลีนดึกดื่นป่านนี้แถมยังมาคนเดียวด้วย”

ฉันก็สงสัยและเริ่มกลัวขึ้นมาเหมือนกันฉันรีบวิ่งกลับไปที่บ้านฉันนอนกอด สร้อยพระของฉันจนวันต่อมาฉันได้เล่าเรื่องนี้ให้กับแม่ฟัง ว่า “แม่เมื่อคืนน่ะหนูเจอเรื่องประหลาดประหลาดจะเล่าให้แม่ฟังแต่แม่ต้องช่วยหนูนะ”ฉันเริ่มเล่าให้แม่ฟังฉันเล่าไปเรื่อยๆจนจบแม่ของฉันแนะนำว่าให้สวดแผ่เมตตาให้เขาแล้วบอกว่าอย่าได้หลอกกันอีกเลยพอฉันทำตามที่แม่บอกก็ไม่มีเรื่องนี้ เกิดขึ้นกัน

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet