The Siren Headมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือไม่?

สำหรับเปรตหัวลำโพงหรือว่า The Siren Headมีตัวตน  ตัวนี้มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งเรื่องมันได้เกิดที่สหรัฐอเมริกาในปี1966เขาได้พากันเที่ยวขับรถไปได้สักระยะหนึ่งพวกเขาก็เกิดพบที่ฝังศพและจากนั้นเขาทั้งสองก็ได้พากันลงไปถ่ายรูปที่บริเวณนั้นจากนั้นสามีของเธอเขาได้เห็นรูปร่างเสาไฟฟ้าประหลาดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในจุดเดียวกันกับที่พวกเขานั้นอยู่

ซึ่งเสาไฟฟ้าที่เขาได้เห็นกันตรงนั้นมีส่วนปลายที่เป็นลำโพงมันกับว่ามันเป้นเสาที่คอยแจ้งเตือนอะไรสักอย่างแต่เสาที่พวกเขานั้นเห็นมีรูปร่างที่คล้ายกับต้นไม้และถ้ามองดูดีๆก็จะมีรูปร่างคล้ายกับแขนและขาอยู่เหมือนกันแต่ในช่วงที่เขาทั้งสองได้เห็นอยู่นั้นมันไม่ได้ขยับหรือไม่ได้ส่งเสียงแต่อย่างใดๆเขาก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นศิลปะหรือว่าจะมีคนสร้างมันขึ้นมาเพื่อการถ่ายรูปกับเสาไฟฟ้าต้นนี้

เนื่องจากนี้อยู่เหตุที่ไม่คาดคิดมันก็ได้เกิดขึ้นนั่นก็คือเสาไฟฟ้าต้นนั้นเริ่มขยับตัวอย่างช้าๆจนทำให้สองสามีภรรยคู่นั้นได้รู้สึกตัวว่าเสาไฟฟ้าตนนี้มันไม่ใช่เสาไฟฟ้าธรรมดาแล้วและหลังจากนั้นเจ้าเสาไฟฟ้าต้นนี้มันก็ได้ปล่อยเสียงสัญญาณเตือนออกมาแน่นอนแล้วว่าสองสามีภรรยาคู่นี้ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนและได้เห็นเสาไฟฟ้าแปลกๆนั้นขยับเขาก็กลัวจนก้าวขาแทบไม่ออกเลยแต่สุกท้ายพวกเขาก็ต้องวิ่งหนีอยู่ดี

เพราะฉะนั้นแล้วในการวิ่งหนีของทั้งคู่นี้เสาไฟฟ้าต้นนี้ก็ได้วิ่งตามพวกเขาจนสุกท้ายแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็ได้หายไปอย่างไม่มีร่องรอยเหลือเอาไว้แต่เพียงกล้องฟิล์มที่ตกอยู่และได้มีคนมาพบเจอพร้อมกับรูปถ่ายที่ที่งสองคนนั้นเขาได้ถ่ายภาพเอาไว้นั่นเอง

โดยตรงนี้ก็ได้เป็นข้อมูลที่เก่ามากที่สุดที่เกี่ยวกับเปรตหัวลำโพงหรือThe Siren Headที่เราได้ไปเจอมาแต่ถามว่ามันยังมีข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้และการพบเจอเปรตหัวลำโพงตัวนี้อยู่อีกหรือไม่เราต้องขอบอกก่อนเลยว่ามันมีและมันก็ได้มีอยู่อีกหลายเหตุการณ์เลยแต่มันก็จะมีอยู่หนึ่งเหตุการณ์ที่เรารู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและไม่น่าจะสามารถแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเองได้

ซึ่งมันได้เป็นเหตุการณ์ที่นักเดินป่าได้ถูกทำลายโดนสัตย์ประหลาดที่เขานั้นได้อ้างว่าสัตวประหลาดตัวนั้นเป็นสัตว์ที่มีหัวเป็นลำโพงและรูปร่างคล้ายกับต้นไม้ตัวสูงใหญ่ไซเรนเฮดนั่นเองและข้อมูลตรงนี้มันก็ได้มีบันทึกเอาไว้เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

ประเพณี trick or treat 

        ประเพณี trick or treat  หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่าหลอกหรือเลี้ยง  เป็นประเพณีที่เกิดขึ้นในประเทศแถบยุโรปซึ่งประเพณีนี้ว่ากันว่ามีมาอย่างยาวนานก่อนที่จะมีคริสตศักราชเกิดขึ้นเลยทีเดียวสำหรับประเพณีนี้นั้นจะมีการจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน  โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการจัดประเพณีขึ้นในวันที่ 2 ของเดือนซึ่งวันอังคารนั้นชาวยุโรปมีความเชื่อว่าเป็นวัน   All Souls 

 

      สำหรับในวันดังกล่าวนั้นชาวเมืองจะพากันตกแต่งประดับประดาบ้านของตนเองให้มีความน่ากลัวโดยมักจะมีการนำโคมไฟมาติดตกแต่งบริเวณหน้าบ้านซึ่งคงไปนั้นจะทำมาจากฟักทองและยังมีการนำฟางข้าวมาทำเป็นตุ๊กตาหุ่นฟางวางประดับตกแต่งควบคู่กับตะเกียงฟักทองนั่นเอง  แน่นอนว่าในวันนี้ชาวเมืองจะมีการทำขนมเค้กขึ้นซึ่งขนมเค้กในวันดังกล่าวนั้นชาวเมืองเชื่อว่าเป็นขนมเอาไว้ให้กับเหล่าวิญญาณทั้งหลายที่กลับมาเยี่ยมบ้านได้กิน โดยชาวเมืองเชื่อว่าหากญาติพี่น้องยิ่งทำขนมเค้กเยอะและนำไปบริจาคผลบุญจากการบริจาคขนมเค้กในวันดังกล่าวจะส่งผลให้วิญญาณนั้นไปสู่สรวงสวรรค์นั่นเอง

        อย่างไรก็ตามเทศกาลหรือ ประเพณี trick or treat   นี้ส่วนใหญ่เด็กๆมักจะชอบเพราะเมื่อถึงช่วงเวลาตอนกลางคืนเด็กๆจะได้ถูกแต่งตัวให้มีลักษณะคล้ายกับผีและเดินไปเคาะตามบ้านเรือนพร้อมกับพูดคำว่า trick or treat ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกผู้ใหญ่ทั้งหลายก็มักจะให้เด็กๆนั้นหยิบขนมที่พวกเขาเตรียมไว้นั่นก็คือการให้ขนมเค้กนั่นเองแต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำขนมเค้กแจกเด็กๆในเทศกาลประเพณี trick or treatนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนมาใช้เป็นลูกอมแทนนั่นเอง

       แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้เทศกาลนี้มีสีสันและเกิดความสนุกสนานดังนั้นบางบ้านจึงให้เด็กๆนั้นใช้เป็นวิธีการหลอกผีแทนที่จะมอบขนมหวานให้นั่นเอง  สำหรับ  ประเพณี trick or treatในอดีตนั้นหากบ้านไหนไม่ยอมนำขนมออกมาให้กับผีที่มาเคาะประตูบ้านหลังดังกล่าวนั้นจะถูกกลั่นแกล้งโดยกลุ่มคนที่แต่งกายเป็นผีกะเอาไข่ไก่ มาวางขว้างปาที่บริเวณหน้าบ้าน หรืออาจจะมีการกลั่นแกล้งในรูปแบบอื่นๆแต่ไม่ได้รุนแรงมากนักเพราะถือว่าเป็นการละเล่น

        อย่างไรก็ตามเมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป ประเพณี trick or treat จึงได้มีการมารวมเข้ากับเทศกาลวันฮาโลวีนดังนั้นในปัจจุบันนี้ ประเพณี trick or treat จึงมักกระทำขึ้นในวันที่ 31 เดือนตุลาคมซึ่งเป็นวันเดียวกับเทศกาลวันฮาโลวีนนั่นเอง  และประเพณี trick or treat นี้จะมีการจัดกันเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น สำหรับประเทศอื่นๆนั้น จะมีการจัดการตกแต่งตัวเองให้มีความคล้ายผี มีการแต่งบ้านและร้านค้าให้น่ากลัว แต่ไม่ได้ร่วมเล่นประเพณี trick or treat 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท