ตำนาน เทพเจ้าของประเทศญี่ปุ่น แล้วก็ ศาลเจ้าสิงสถิต ขลังสุดในประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็น หนึ่งในประเทศที่ได้มีความเชื่อเรื่องเทพเจ้า แล้วก็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว จนกระทั่งตอนนี้อิทธิพลของความศรัทธาเดิมจะลดลงไปบ้าง แต่ว่าเราก็ยังคงได้มองเห็นเรื่องราวของเทพเจ้าของประเทศญี่ปุ่นผ่านทางสื่อต่างๆมากมายเช่นอยู่ในมังงะ อนิเมะ เกม แล้ว

ก็หนังอยู่ตลอด ประเภทที่ว่ามองเห็นปุบปับพวกเราจะคุ้นเลยว่าเป็นเทวดาองค์ไหน ด้วยเหตุดังกล่าวเราเลยเก็บรวบรวมเอา เทพเจ้าประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง มาฝากผู้ใดที่สนใจเรื่องราวตำนานเทพของญี่ปุ่น

 

  1. อิซานามิ (Izanami) และอิซานางิ (Izanagi) เทพ และเทพีแห่งการสร้าง

คู่เทพที่การสรรสร้าง อิซานามิแล้วก็อิซานางิ ที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นพระแม่ และก็พระพ่อของเทพเจ้าที่อยู่ในญี่ปุ่นทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ตามความศรัทธาของศาสนาชินโตแล้วทั้งสององค์นี้นับเป็นเทวดาชาย-หญิงคู่แรกของโลก โดยทั้งคู่สร้างโลกขึ้นมาจากการกวนหอกศักดิ์สิทธิ์ที่ประดับโดยการใช้อัญมณีอยู่ระหว่างสรวงสวรรค์ แล้วก็โลก เมื่อใดที่น้ำจากปลายหอกหยดลง ก็จะก่อกำเนิดผืนแผ่นดิน รวมทั้งเกาะบนโลกขึ้น

ตามตำนานเชื่อว่าแหล่งกำเนิดของญี่ปุ่นนั้นอยู่ที่เกาะอาวาจิ ก็เลยได้มีการตั้งศาลเจ้าโอโนะโคโระ (Onokoro Shrine) ขึ้น เพื่อที่จะเอาไว้เครพบูชาเทพอิซานางิ แล้วก็อิซานามิ รวมทั้งเนื่องจากว่าเทพทั้งคู่เป็นคู่รักกัน ศาลเจ้าที่นี้ก็เลยมีชื่อเสียงในฐานะศาลเทพเจ้าแห่งความรัก ซึ่งจะมีเสาอินาริสีแดงที่มีความสูง 21.7 เมตรเป็นแลนด์มาร์คของตรงนี้เลย

  1. อามาเทราสึ (Amaterasu) สุริยเทพแห่งญี่ปุ่น

เทพอามาเทราสึ หรือโอมิคามิ (Omikami) เป็นเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ แล้วก็แสงไฟ โดยว่ากันว่าจักรพรรดิของคนญี่ปุ่นนั้นสืบสกุลมาจากเทพองค์นี้ รวมทั้งธงชาติประเทศญี่ปุ่นมีเครื่องหมายของพระอาทิตย์ด้วย ถือว่าเป็นเทพเจ้าที่เป็นรากฐานของพิธีบูชาสำคัญต่างๆจำนวนมากเลยของศาสนาชินโต

และในศาลเจ้าสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอามาเทราสึ จะเป็นศาลเจ้าอามาโนะ อิวาโตะ ที่อยู่ในจังหวัดมิยาซากิ ซึ่งได้เป็นถ้ำที่อามาเทราสึหนีไปหลบซ่อนในขณะที่ได้เกิดปัญหากับเทพซูซาโนโอที่เป็นน้องชาย จนกระทั่งทำให้ทั่วทั้งจักรวรรดิจะต้องเจอกับความมืดมิด บรรดาเทพเจ้าต่างๆพากันหาเล่ห์เหลี่ยมให้นางยอมออกมา โดยที่ทำการจัดงานสนุกสนานหน้าถ้ำ แล้วก็ติดกระจกหันไปทางถ้ำให้สะท้อนงานสังสรรค์เพื่อล่อให้เธอออกมามองนั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

ตำนาน Beelzebub

      ตำนาน Beelzebub  Beelzebub หรือเบลเอเซบลู  เป็นปีศาจตนหนึ่งในความเชื่อของคริสและกรีช ได้ชื่อว่าราชาแห่งแมลงวันเป็นหนึ่งในผู้ปกครองนรกแต่ Beelzebub เคยเป็นเทพของชาวซีเรีย ต่อมาก็มากลายเป็นตัวร้ายในยุคของกษัตริย์  อาฮาซิอาร์

เมื่อมี นักบวชผู้หนึ่งได้บอกกับพระองค์ว่าเมื่อใดที่Beelzebub มาเยือนเมืองนี้จะเกิดโรคระบาดไปทั่วผู้คนจะล้มตายเป็นจำนวนมากและซากศพจะกองสูงเหนือหลังคาบ้านผู้คนจึงเชื่อว่า Beelzebub เป็นเทพแห่งโชคร้าย นั่นเอง  และถ้าหากว่าที่ไหนมีซากศพที่นั่นมีแมลง 

         Beelzebub จึงกลายมาเป็นปีศาจเห็นแมลงวันในที่สุดส่วนในคัมภีร์ไบเบิลพันธสัญญาใหม่ระบุว่า Beelzebub เป็นผู้ปกครองปีศาจหรือเจ้าชายแห่งปีศาจจัดอยู่ในกลุ่มเทวทูตตกสวรรค์เดิมที่แล้ว Beelzebub เคยสอนมนุษย์ให้เลิกใช้สิ่งของ  เรื่องอาหารการกินแต่แล้วก็ถูกขับจากสวรรค์เพราะก่อกบฏขึ้นซาตานก็ได้มาชวนให้เป็นพวกกลายมาเป็นผู้ปกครองนรก จากเดิมที่เคยสอนมนุษย์ จึงกลายมาเป็นปีศาจที่มาล่อลวงจิตใจของมนุษย์ 

          ผู้ใดที่ได้บูชา Beelzebub แล้วเขาจะปรากฏตัวในรูปของแมลงวันในทุกที่ที่มันไปจะมีฝูงแมลงวันบินตามไปด้วย ซึ่งในทุกที่ที่ Beelzebub จะมีแต่โรคร้ายผู้คนเชื่อกันว่าเขาจะมาดลบันดาลที่มีแต่โรคร้าย  Beelzebub มีความแตกต่างจากซาตาน  เนื่องจากว่าพลังอำนาจของ Beelzebub  ไม่ได้มาจาก ซาตาน

แต่แยกการปกครองส่วนหนึ่งไปและเป็นหนึ่งในเทวทูตตกสวรรค์ที่เรียกว่า ซาตาน เช่นเดียวกับลูซิเฟอร์และเทวทูตตกสวรรค์ ซามาเอล  เทวูตตกสวรรค์ เมื่อปรากฏบนโลกทั้งทีก็เป็นรูปหัวยักษ์หรือแพะตัวผู้ที่มีหางยาวเวลาโกรธจะพ่นไฟจากปากเป็นตัวแทนของบาปแห่งความตะกละ  

          สำหรับสัญลักษณ์ของความตะกละก็คือหมู Beelzebub มีถูกตั้ง ฉายาว่าจอมทำลายล้างเนื่องจากเป็นผู้นำเสนียดจัญไรต่างๆมาสู่มนุษยชาติได้ในสำรับของไพ่ทาโร่ Beelzebub  เขาจะเป็นตัวแทนไพ่ของThe Moon  ซึ่งเป็นตัวแทนของ ความสับสนความวุ่นวายความไม่สบายใจนั้นเอง 

      ตำนาน   Beelzebub  กล่าวว่าเขาคือเจ้าแห่งแมลงวันซึ่งเมื่อที่ไหนมีโรคร้ายไม่ว่าจะเป็นไข้รากสาดหรือแม้แต่ติดต่อกับโรคหรือโรคบิดก็เป็นสาเหตุเพราะว่า Beelzebubได้เดินทางไปเยือนยังสถานที่เหล่านั้นทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมา

ซึ่ง มีตำนานความเชื่อของชาวเพเกนมีการเชื่อกันว่า Beelzebubนั้นเขาคือ 1 ใน 3 ตนที่เป็นเจ้าแห่งนรกและBeelzebub  เป็นปีศาจที่ไปปกครองดินแดนทางภาคใต้ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแถวทวีปแอนตาร์กติกาหรือแม้แต่แอฟริกามักจะมีโรคร้ายเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ เพราะทางดินแดนตอนใต้นั้นเป็นสถานที่เหมาะอย่างยิ่งแก่การฟักตัวของเชื้อโรคนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

ตํานานต้นกำเนิดท่าเตียน 

         

      สำหรับคนในกรุงเทพฯนั้นย่อมรู้จักถ้าเรียนกันเป็นอย่างดีและต้องเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับ ต้นกำเนิดท่าเตียน ว่าที่ถ้าเรียนแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากอะไรซึ่งจะมีความเกี่ยวพันเกี่ยวกับยักษ์ 2 ตนซึ่งเป็นยักษ์ที่คอยปกปักรักษาวัดอยู่ 2 วัดโดยนักตัวแรกนั้นคอยปกปักรักษาวัดแจ้งส่วนยักษ์อีกคนนึงนั้นคอยปกปักรักษาวัดโพธิ์ซึ่งวัดทั้งสองวัดนี้นั้นอยู่ใกล้กัน

          และตำนานได้มีการพูดถึง ต้นกำเนิดท่าเตียน ของการเกิดภาคเรียนขึ้นมาโดยมีการอ้างอิงถึงสถานที่แห่งนี้ว่าที่แห่งนี้แต่เดิมเคยเป็นป่ารกร้างมาก่อนซึ่งเป็นสถานที่คั่นกลางระหว่างวัดทั้ง 2 วัด แต่ภายหลังนั้นถูกทำลายอย่างราบคาบจนเตียนโล่งนั่นก็เพราะว่า ยักษ์ทั้งสองวัด นั้นได้มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน และผลจากการต่อสู้ของยักษ์ทั้ง 2 ตนนั้นเองที่ทำให้ตรงบริเวณพื้นที่ดังกล่าวที่เคยมีต้นไม้เยอะแยะเต็มไปหมดกลายเป็นพื้นที่เตียนโล่ง

       ในตำนานบอกว่าในสมัยอดีตกาลนั้นยักษ์ทั้ง 2 วัดนั้นเป็นเพื่อนกันและรักและสนิทสนมกันมาก  แต่เราอยู่มาวันหนึ่งก็มีเหตุให้ต้องทะเลาะกันก็เพราะว่ายักษ์วัดโพธิ์ได้ไปทำการยืมเงินจากยักษ์วัดแจ้งมาโดยมีการเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อไปขอยืมเงินกันเลยทีเดียวและได้มีการทำสัญญาตกลงกันเอาไว้ว่าจะนำเงินดังกล่าวนั้นเมื่อคืนกันเมื่อไหร่

      แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องเอาเงินไปคืนปรากฏว่ายักษ์วัดโพธิ์นั้นยังหาเงินไม่ได้จึงไม่มีเงินไปคืนยักษ์วัดแจ้งซึ่งเมื่อถึงกำหนดวันแล้วยังไม่ได้รับเงินคืนทำให้ยักษ์วัดแจ้งนั้นไม่พอใจจึงได้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาแล้วก็มาทวงเอาเงินกับยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งยักษ์วัดโพธิ์นั้นก็ยืนยันว่าในขณะนี้เองยังไม่มีเงินที่จะใช้คืนทำให้ยักษ์ทั้งคู่นั้นทะเลาะกันและสุดท้ายก็ได้มีการต่อสู้กัน

          และระหว่างที่ต่อสู้กันนั้นด้วยตัวยักษ์ทั้งสอง ตนนั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก  ดังนั้นไม่ว่าเอาไม้กระบองฝ้ายไปฝั่งไหนก็ทำให้ต้นไม้พื้นที่ตรงที่ทั้งคู่ทะเลาะกันนั้นล้มระเนระนาดตายไปหมดอีกครั้งเวลาที่ยักษ์ทั้ง 2 ตนเหยียบย่ำไปตรงพื้นที่ไหนต้นไม้ก็ถูกเหยียบทำให้พื้นที่ดังกล่าวนั้นกลายเป็นที่โล่งซึ่งกว่ายักษ์วัดแก้วจะมาห้ามไม่ให้ยักษ์ทั้งสองคนนั้นทะเลาะกันพื้นที่ดังกล่าวนั้นก็ถูกทำลายจนไม่เหลือต้นไม้แล้ว

      ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวจึงเตียนโล่งทำให้ชาวบ้านพากันเรียกบริเวณดังกล่าวว่าท่าเตียนนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานั้นเองส่วนยักษ์ทั้ง 2 ตนนั้นได้ถูกลงโทษจากพระอิศวร   ตนนั้นได้ถูกลงโทษจากพระอิศวรด้วยและถูกนำไปยืนเฝ้าหน้าวัดทั้งสอง จนถึงปัจจุบันนี้ถ้าหากใครที่ไปเที่ยวที่วัดโฆหรือแม้แต่ไปที่วัดแจ้งก็จะเห็นว่าทั้งสองตนนั้นยืนอยู่ที่บริเวณหน้าอุโบสถของวัดนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร sbobet โดยตรง