ดินแดนเกาหลีเริ่มแรกเดิมทีเกิดมาเป็นเกาหลีไดยังไง

เราเพิ่งจะมีเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์โลกกันไปก็คือ ประธานาธิบดี มุม แจ อิน ของเกาหลีใต้ กับ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือจับมือด้วยกันแล้วก็เดินข้ามพรมแดนของทั้งสองประเทศเป็นครั้งแรก ดินแดนเกาหลีเริ่มแรก นับตั้งแต่ยุติสงครามเกาหลี

ซึ่งเป็นสงครามเกาหลีที่แบ่งให้เป็นเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ทีนี่หลายคนก็น่าจะสงสัยอยู่เหมือนกันใช่ไหมหากพูดถึงเกาหลีมันก็จะดูเป็นประเทศเดียวเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นทำไมถึงไม่ทำสงครามกันทำไมประเทศเกาหลีประเทศเดียวถึงโดนแบ่งออกกายมาเป็นเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เขาไปทะเลาะอะไรกันมาเมื่อไหร่อย่างไร

สงครามเกาหลีก่อนเหตุการณ์ของเกาหลีทั้งหมดเรามาพูดถึงประเทศเกาหลีกันก่อนดีกว่าแรกเริ่มเดิมที่สมัยโบราณเกาหลีไม่ได้เป็นประเทศเดียวใช่ไหมเกาหลีจะประกอบไปด้วยเผ่าต่างๆที่กระจายไปอยู่คาบคาบสมุทรเกาหลีมากมายจนกระทั่งถึงราชวงศ์ฮั่นของประเทศจีน

ราชวงศ์ได้แพร่อำนาจไปกว้างไกลลงไปถึงคาบสมุทรเกาหลีแล้วก็ยึดครองประเทศที่เป็นประเทศเกาหลีอยู่ประมาณ400ปีจนกระทั่งมาถึงวันนึงที่ราชวงศ์ฮั่นล่มสลายอำนาจก็ค่อยๆหายออกไปจากบริเวณคาบสมุทรเกาหลีทิ้งเอาไว้ให้เกาหลีเป็นเผ่าใหญ่ๆปกครองตัวเองอยู่ทั้งหมดสี่เผ่าด้วยกันได้แก่ เผ่าโคกูรยอ ซิลลา แพ็กแจ และก็ กายา 

ซึ่งทั้งสี่เผ่านี้ก็มีอำนาจคานกันไปมาจนกระทั่งมาวันนึงชนเผ่า ซิลลา ก็มีความแข็งแกร่งมากขึ้นจึงเข้าตีเผ่าอื่นๆแตกกระจายและก็ได้รวบรวมทั้งสี่เผ่ากลายมาเป็นประเทศเดียวกันได้ในที่สุดแต่ว่าชนเผ่าซิลลาก็อยู่ได้ไม่นานแล้วก็โดนขุนนางคนนึงล้มล้างการปกครองทิ้งทั้งหมดเหมือนชนเผ่าซิลลาจะปกครองไม่ค่อยเก่ง

โดยขุนนางคนนั้นก็ได้ตั้งราชวงศ์ขึ้นมาชื่อว่าราชวงศ์โครยอซึ่งอันนี้ก็เป้นที่มาของคำว่าKoreaที่แปลว่าเกหลีในที่สุดราชวงศ์โครยอก็ปกครองเกาเกาหลีมาประมาณ200ปีจนในที่สุดก็โดนขุนนางขึ้นมาล้มล้างแล้วก็ตั้งราชวงศ์ขึ้นมาชื่อราชวงศ์โชซอน

เกาหลีก็ปกครองตนเองแบบนี้มาเรื่อยๆจนกระทั่งช่วงศตวรรษที่19สมัยนั้นกำลังออกล่าอาณานิคมเช่นเดียวกับในเอเชียญี่ปุ่นก็ได้ตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นจักรวรรดิญี่ปุ่นแล้วก็ล่าอาณานิคมเช่นเดียวกันเกาหลีที่อยู่ใกล้ญี่ปุ่นมากที่สุดแน่นอนว่าไม่รอดก็โดนญี่ปุ่นล่าอาณานิคมตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นก็ได้ปกครองมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงช่วงของสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งช่วงนี้สงครามโลกครั้งที่สองเป็นการรบกันระหว่างฝ่ายอักษะกับฝ่ายสัมพันธมิตรแน่นอนแล้วว่าญี่ปุ่นนั้นอยู่ฝ่ายอักษะญี่ปุ่นก็ต้องเกรฑณ์คนเกาหลีเกรฑณ์ทุกอย่างเข้าไปร่วมรบด้วย

ซึ่งในตอนนั้นก็ดูเหมือนว่าญี่ปุ่นจะมีศัตรูเยอะแยะมากมายอย่างที่เรารู้กันว่าสงครามโลกครั้งที่สองฝั่งญี่ปุ่นจบลงเพราะว่าทิ้งระเบิดใส่ญี่ปุ่นที่ฮิโระชิมะกับนางาซากิแน่นอนญี่ปุ่นต้องยอมแพ้แบบไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้นเลยเจอระเบิดนิวเคลียร์เข้าไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ตํานานต้นกำเนิดท่าเตียน 

         

      สำหรับคนในกรุงเทพฯนั้นย่อมรู้จักถ้าเรียนกันเป็นอย่างดีและต้องเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับ ต้นกำเนิดท่าเตียน ว่าที่ถ้าเรียนแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากอะไรซึ่งจะมีความเกี่ยวพันเกี่ยวกับยักษ์ 2 ตนซึ่งเป็นยักษ์ที่คอยปกปักรักษาวัดอยู่ 2 วัดโดยนักตัวแรกนั้นคอยปกปักรักษาวัดแจ้งส่วนยักษ์อีกคนนึงนั้นคอยปกปักรักษาวัดโพธิ์ซึ่งวัดทั้งสองวัดนี้นั้นอยู่ใกล้กัน

          และตำนานได้มีการพูดถึง ต้นกำเนิดท่าเตียน ของการเกิดภาคเรียนขึ้นมาโดยมีการอ้างอิงถึงสถานที่แห่งนี้ว่าที่แห่งนี้แต่เดิมเคยเป็นป่ารกร้างมาก่อนซึ่งเป็นสถานที่คั่นกลางระหว่างวัดทั้ง 2 วัด แต่ภายหลังนั้นถูกทำลายอย่างราบคาบจนเตียนโล่งนั่นก็เพราะว่า ยักษ์ทั้งสองวัด นั้นได้มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน และผลจากการต่อสู้ของยักษ์ทั้ง 2 ตนนั้นเองที่ทำให้ตรงบริเวณพื้นที่ดังกล่าวที่เคยมีต้นไม้เยอะแยะเต็มไปหมดกลายเป็นพื้นที่เตียนโล่ง

       ในตำนานบอกว่าในสมัยอดีตกาลนั้นยักษ์ทั้ง 2 วัดนั้นเป็นเพื่อนกันและรักและสนิทสนมกันมาก  แต่เราอยู่มาวันหนึ่งก็มีเหตุให้ต้องทะเลาะกันก็เพราะว่ายักษ์วัดโพธิ์ได้ไปทำการยืมเงินจากยักษ์วัดแจ้งมาโดยมีการเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อไปขอยืมเงินกันเลยทีเดียวและได้มีการทำสัญญาตกลงกันเอาไว้ว่าจะนำเงินดังกล่าวนั้นเมื่อคืนกันเมื่อไหร่

      แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องเอาเงินไปคืนปรากฏว่ายักษ์วัดโพธิ์นั้นยังหาเงินไม่ได้จึงไม่มีเงินไปคืนยักษ์วัดแจ้งซึ่งเมื่อถึงกำหนดวันแล้วยังไม่ได้รับเงินคืนทำให้ยักษ์วัดแจ้งนั้นไม่พอใจจึงได้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาแล้วก็มาทวงเอาเงินกับยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งยักษ์วัดโพธิ์นั้นก็ยืนยันว่าในขณะนี้เองยังไม่มีเงินที่จะใช้คืนทำให้ยักษ์ทั้งคู่นั้นทะเลาะกันและสุดท้ายก็ได้มีการต่อสู้กัน

          และระหว่างที่ต่อสู้กันนั้นด้วยตัวยักษ์ทั้งสอง ตนนั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก  ดังนั้นไม่ว่าเอาไม้กระบองฝ้ายไปฝั่งไหนก็ทำให้ต้นไม้พื้นที่ตรงที่ทั้งคู่ทะเลาะกันนั้นล้มระเนระนาดตายไปหมดอีกครั้งเวลาที่ยักษ์ทั้ง 2 ตนเหยียบย่ำไปตรงพื้นที่ไหนต้นไม้ก็ถูกเหยียบทำให้พื้นที่ดังกล่าวนั้นกลายเป็นที่โล่งซึ่งกว่ายักษ์วัดแก้วจะมาห้ามไม่ให้ยักษ์ทั้งสองคนนั้นทะเลาะกันพื้นที่ดังกล่าวนั้นก็ถูกทำลายจนไม่เหลือต้นไม้แล้ว

      ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวจึงเตียนโล่งทำให้ชาวบ้านพากันเรียกบริเวณดังกล่าวว่าท่าเตียนนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานั้นเองส่วนยักษ์ทั้ง 2 ตนนั้นได้ถูกลงโทษจากพระอิศวร   ตนนั้นได้ถูกลงโทษจากพระอิศวรด้วยและถูกนำไปยืนเฝ้าหน้าวัดทั้งสอง จนถึงปัจจุบันนี้ถ้าหากใครที่ไปเที่ยวที่วัดโฆหรือแม้แต่ไปที่วัดแจ้งก็จะเห็นว่าทั้งสองตนนั้นยืนอยู่ที่บริเวณหน้าอุโบสถของวัดนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร sbobet โดยตรง

การทรมานของจีนในสมัยโบราณ

การทรมานของจีนในสมัยโบราณ การจะบังคับเอาข้อมูลหรือที่เรียกง่ายๆก็คืออการรีดเอาข่าวมันมีเทคนินคในการสอบปากคำอยู่หลายแบบเลยในสมัยก่อนมันก็จะมีความพิเรนอะไรทีมันทำให้มีความอันตรายมีตั้งแต่ความหฤหรรษ์จนถึงเอาเราตายได้น้ำก็ถือว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้ในการทรมานทางด้านจิตใจหรือจะทำให้ตายเลยก็ว่าได้ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

ซึ่งในยุคสมัยนี้ที่สิทธิมนุษยชนมันถูกให้ความสำคัญเป็นอย่างมากการทรมานเหล่านี้ก็จะสูญหายไปไม่ให้เราได้พบเห็นกันอีกแล้วแต่ว่าการทรมานเหล่านี้ที่เราได้เล่ามาบางประเทศเขาก็ยังปฏิบัติการอยู่พร้อมแล้วไปดูกันเลย

นอกจากนี้หากจะพูดถึงในการทรมานด้วยน้ำแล้ว

เพื่อนคิดว่าเขาจะทำกันอย่างไรหลายคนก็อาจจะคิดถึงการกดน้ำกันก่อนเลยใช่ๆไหมแต่เราจะไม่พูดถึงเรื่อน้ำนี้เพราะว่ามันเบาไปเราจะพาไปดูในสมัยโบราณกันก่อนเลยที่ประเทศจีนการทรมานโดยใช้น้ำก็ได้เกิดมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

โดยคนที่ถูกทรมานนั้นจะใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุ่นหยดลงไป

ในจุดหนึ่งของผู้ที่ถูกทรมานส่วนมากก็จะเป็นหน้าผากผี่ถูกมรมานจะถูกมัดแล้วจะถูกน้ำหยดใส่และมันก็ไม่มีคำอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมถึงใช้วิธีนี้ในการทรมานแต่ว่านักวิชาการทางประวัติศาสตร์ก็ได้เหตุผลว่ามันเป็นการทรมานเหยื่อในด้านทางจิตใจ

เนื่องจากว่าประเทศจีนในสมัยก่อนเชื่อว่าน้ำที่มันสามารถทำให้หินที่แข็งแกร่งหินกร่อนลงได้ดังนั้นสำนวนที่ว่า น้ำเซาะหินทุกวันหินมันยังกร่อนพวกคนสมัยก่อนที่ไม่รู้ว่าวิทยาศาสตร์มากนักก็จะเชื่อว่ามันทำให้กระโหลกมันทะลุได้เช่นกันเหยื่อที่ถูกการลงโทษชนิดนี้ก็จะถูกจับมัดแก้ผ้าแล้วก็ตึงโซ่ตรวนประจานอยู่กลางเมืองแล้วก็ปล่อยให้น้ำหยดว่ากันว่าบางคนที่จิตใจอ่อนแอถึงกลับเป็นบ้ากันไปเลย

ซึ่งเอาจริงๆแล้วถ้าหยดแบบไม่ได้หลับได้นอนเราก็อาจจะเป็นบ้าไปเลยก็ได้เคยมีไหมใครที่กำลังจะหลับๆอยู่แล้วมทีเสียงอะไรเข้ามาแล้วก็ตื่นจินตนาการตามเราเลยโดนล็อคเอาไว้ทั้งวันเหนื่อยก็เหนื่อยโดนล็อคเอาไว้ทั้งวันกำลังจะหลับได้ยินเสียงน้ำหยดก็จะสะดุ้งขึ้นมาหนึ่งทีจะหลับอีกน้ำหยดใส่ก็สะดุ้งขึ้นมาอีกหนึ่งทีมันก็อาจจะเป็นอะไรที่ทรมานได้เพราะว่าหลับๆไม่ลงเสียที

เพราะฉะนั้นแล้วยังมีการทรมานที่แข็งกว่านี้อีกเช่นการถ่วงน้ำถือว่าเป็นการทรมานกันอย่างแพร่หลายในยุโรปในช่วงของยุคศตวรรษที่18ที่เขาได้มีการฆ่าแม่มดกันในยุคนั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

ประวัตินายวิชัยศรีวัฒนา

        ประวัตินายวิชัยศรีวัฒนา เมื่อเอ่ยถึงชื่อนายวิชัย   ศรีวัฒนา ทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี  เพราะเขาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง  ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือแม้ต่างประเทศก็ตามถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้นายวิชัยศรีวัฒนจะเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้กับสนามกีฬาคิงพาวเวอร์ซึ่งเขาเป็นเจ้าของอยู่แต่ว่าชื่อเสียงของเขานั้นยังคงมีอยู่และทุกวันนี้ถึงแม้ว่าจะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ทุกคนก็ยังระลึกถึงเขาอยู่เช่นเดิม 

        ประวัตินายวิชัยศรีวัฒนา เขาเกิดในครอบครัวที่มีฐานะซึ่งเขาได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาเล่าเรียนจนจบมหาวิทยาลัยในต่างประเทศและแต่งงานมีครอบครัวด้วยเขามีรูปด้วยกันทั้งหมด 4 คนแบ่งออกเป็นผู้ชาย 2 คนและเป็นผู้หญิง 2 คนอย่างไรก็ตามด้วยความที่เขานั้นเรียกได้ว่าแทบจะเติบโตอยู่ต่างประเทศเพราะศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่ต่างประเทศมาโดยตลอดทำให้เขารู้จักกับราชวงศ์อังกฤษหลายๆคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความชื่นชอบกีฬาโปโลเช่นเดียวกัน  

     นายวิชัยศรีวัฒนา  มีกิจการเป็นของตนเองนั่นก็คือการเปิดบริษัทคิงพาวเวอร์ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการสัมปทานอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยมีการนำสินค้าปลอดภาษีมาขายและสร้างกำไรให้กับนายวิชัยเป็นจำนวนมากเลยทีเดียวโดยภายหลังนั้นมีคนค่ะนามเรียกนายวิชัยศรีวัฒนว่าเจ้าสัววิชัย  สำหรับเจ้าสัววิชัยนั้นถึงแม้ว่าจะมีฐานะร่ำรวยแต่ก็ให้ความสำคัญกับลูกน้องตนเป็นที่รักของลูกน้องเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

      อย่างไรก็ตามนอกจากนายวิชัยจะชื่นชอบกีฬาโปโลแล้วยังชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นพิเศษซึ่งในช่วงแรกแรกนั้นเขาได้มีการชื่นชอบทีมสโมสรเชลซีถึงขณะที่มีการซื้อโฆษณาให้กับทีมสโมสรเชลซีและกลายเป็นลูกค้าV VIP ของสโมสร Chelsea เลยทีเดียว  เพราะทุกครั้งที่มีการแข่งขันฟุตบอลเกิดขึ้นของสโมสร Chelsea เจ้าสัววิชัยจะมีการพาครอบครัวเดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลที่ขอบสนามทุกครั้งไป

        แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดความคิดผันเกิดขึ้น เมื่อเจ้าสัววิชัยได้มีปัญหากับการ์ด ของสโมสร Chelsea จนในที่สุดเจ้าสัววิชัยก็ตัดสินใจที่จะมีสโมสรฟุตบอลเป็นของตนเอง   หลังจากนั้นเจ้าสัววิชัยก็ใช้ระยะเวลาอีกหลายปีกว่าจะสามารถหาซื้อทีมฟุตบอลที่ตนเองต้องการได้และในที่สุดก็มาจบที่สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ซึ่งหลังจากที่ได้มีการซื้อสโมสรเลสเตอร์ซิตี้แล้วเจ้าสัววิชัยก็นำลูกชายคนเล็กมาช่วยบริหารงานในสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ด้วยซึ่งหลังจากเข้ามาคุมทีมได้ประมาณ 4 ปีก็สามารถทำให้ทีมสโมสรเลสเตอร์ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ 

   อย่างไรก็ตามเจ้าสัววิชัยดูแลทีมสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ได้ไม่กี่ปีก็เกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกในขณะที่กำลังจะเดินทางกลับที่พักหลังจากที่ได้มาชมการแข่งขันของทีมสโมสรเลสเตอร์ซิตี้โดยเฮลิคอปเตอร์นั้นก็ตกใกล้กับสนามคิงพาวเวอร์นั่นเองซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนั้นกลายเป็นที่เศร้าโศกเสียใจของคนในเมืองเลสเตอร์ซิตี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    บาคาร่า w88

มะเมี๊ยะ

มะเมี๊ยะ

มะเมี๊ยะ ใครหลายคนอาจไม่รู้ว่า ชื่อนี้ได้เป็นชื่อของบุคลหนึ่งที่ได้มีเรื่องราวและประวัติในด้านความรักที่น่าสงสารและทุกทรมานในเรื่องของความรักที่ต่างชนชั้นกันมาก ของหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งในประเทศพม่า หรือเมียนมาร์ กับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ล้านนา จึงเกิดเป็นความรักที่ไม่สมหวังของคนทั้งคู่และได้เป็นสัญลักษณ์ ในเรื่องของความรักที่ไม่สมหวังของมะเมี๊ยะนั่นเอง

เรื่องราวความรักของมะเมี๊ยะ

เจ้าน้อย ศุขเกษม เป็นราชโอรสองค์โต ของเจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามรีมหาเทวี แห่งนครเมืองเชียงใหม่ ได้ถูกส่งไปเรียนยังประเทศพม่าเมื่อมีอายุได้เพียง 15 ปี และได้เรียนอยู่ทีพม่าจนถึงอายุ19 จึงได้เดินออกไปเที่ยวในตลาดและได้เจอกับมะเมี๊ยะหญิงสาว ตอนนั้น มะเมี๊ยะมีอายุเพียง15ปี ได้เป็นแม่ค้าขายบุหรี่อยู่ในตลาดแห่งนั้น และเมื่อได้เจอก็เกิดการักใคร่ชอบพอกัน และได้คบหากันและตกลงใจใช้ชีวิตสามี ภรรยา ร่วมกัน และยังได้สาบานรักกันว่าจะรักกันตลอดไปและจะไม่ทอดทิ้งกัน หากใครทรยศหรือผิดคำสาบาน ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น และทั้งสองได้ทำการสาบานต่อหน้าพระธาตุใจ๋ตะหลั่น

พามะเมี๊ยะกลับนครเชียงใหม่

เมื่อเจ้าน้อย อายุได้20ปีจึงต้องกลับนครเชียงใหม่ และได้พามะเมี๊ยะกลับมาด้วย แต่มาถึงเจ้าน้อยถึงได้รู้ว่าตนเองนั้นได้ถูก พระบิดา พระมารดา หมั่นหมายหญิงอื่นไว้ให้ เจ้าน้อยจึงได้เล่าเรื่องของมะเมี๊ยะให้แก่ พระบิดาและพระมารดาฟัง ซึ่งในสมัยนั้นประเทศพม่าเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ และไม่ถูกกับประเทศสยาม พระบิดาและพระมารดาจึงไม่ชอบละได้ส่งตัวมะเมี๊ยะกลับพม่าทันที และเจ้าน้อยได้บอกแต่บอกว่าจะไปหามะเมี๊ยะที่พม่า 

เจ้าน้อยแต่งงานใหม่

มะเมี๊ยะเผ้ารอเจ้าน้อย ที่ให้สัญญาว่าจะมาหา รอจนนานเข้าเจ้าน้อยก็ไม่มาสักทีมะเมี๊ยเลยตัดใจและได้ครองคนเป็นชี เพราะซื่อสัตว์ในความรักที่มีต่อสามี และอยู่มาวันหนึ่งแม่ชีมะเมี๊ยะได้รู้ข่าวว่าเจ้าน้อยได้แต่งงานใหม่ ตนจึงได้เดินทางไปขอพบเจ้าน้อยเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าน้อยไม่ยอมลงมาหาและได้ให้คนสนิทนำเงินมาให้แม่ชีมะเมี๊ยะ เพื่อเป็นการทำบุญ และพร้อมกับนำแหวนมาให้เพื่อเป็นตัวแทนของเจ้าน้อยและยังขอให้แม่ชีมะเมี๊ยะเก็บแหวนวงนั้นไว้ด้วย และด้วยความรักที่เจ้าน้อยมีต่อมะเมี๊ยะนั้นนั้นทำให้เจ้าน้อยตรอมใจ กินเหล้าอย่างหนัก และเสียชีวิตลงในที่สุด และแม่ชีมะเมี๊ยะก็ยังบวชอยู่จนถึงอายุ 75ปีจึงสิ้นอายุไข

 

หนังตะลุง

หนังตะลุง

หนังตะลุง

หนังตะลุง เป็นศิลปะของทางภาคใต้ มีเสียงภาคเป็นเอกลักษณ์ และมีทำนองดนตรีที่น่าฟัง และเป็นการแสดงโดยการใช้เงาให้เกิดภาพ ปัจจุบันอาจจะมีให้เห็นไม่มากนัก หนังตะลุงทำมาจากการเอาหนังวัวมาแกะสลักให้เป็นรูปร่างของตัวละครนั้นๆ และการที่จะแสดงหนังตะลุงได้ในแต่ละครั้งต้องใช้แรงงานคนมาก อย่างคนที่จะมาเล่นเครื่องดนตรีต่างๆ

ก่อสร้างเวที หรือคนทำการแสดงเอง ค่อนข้างยุ้งยาก จึงทำให้การแสดงหนังตะลุงมีราคาค่อนข้างแพงหากจะหามารับชมกัน ส่วนใหญ่หนังตะลุงจะแสดงในงานศพ งานบุญจะพบเจอน้อยมาก การแสดงหนังตะลุงนั้นควรจะแสดงเวลาค่ำคืนเพราะจะใช้เงาในการถ่ายทอดการแสดงให้แก่ผู้คนเห็น และในเรื่องที่เล่นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องรามเกียรติ์ และยังสอดแทรกธรรมเข้าไปด้วย

ตัวละครสำคัญในหนังตะลุง

ตัวละครที่ตลกและขาดไม่ได้ในการแสดงหนังตะลุง มีหลักๆอยู่ 7-8 ตัวและผู้คนยังสามารถเข้าถึงกับตัวแสดงตลกนี้ได้ง่ายอีกด้วย เพราะมีการหยอกล้อพูดคุยกันในระหว่างทำการแสดง

หนูนุ้ย รูปร่างอ้วน เตี้ย พุงย้อย ปากคล้ายวัว จะแสดงเป็นคนซื่อ หลงเชื่อคนง่าย มีกรรไกรหนีบหมากเป็นอาวุธ

สะหม้อ รูปร่างหลังโกง ลงพุงสวมหมวกแขก นุ่งผ้าโสร่ง ไม่สวมเสื้อ ชอบกินหมูแต่นับถืออิสลาม และชอบล้อเลียนผู้อื่นนิสัยอวดรู้

ยอดทอง รูปร่างอ้วน ดำ ผมหยิก พุงย้อยไม่มีฟันเหมือนคนแก่ นุ่งผ้าลายโจงกระเบน นิสัย เจ้าชู้ ชอบบ้ายอ มีกริชเป็นอาวุธ

 สีแก้ว รูปร่างอ้วนเตี้ย ผิวคล้ำ หัวล้าน ที่คอเป็นโหนก นุ่งผ้าโจงกระเบนลายหมากรุก ไม่สวมเสื้อ เป็นผู้มีศีล เป็นคนมือหนักเวลาโกรธใครชอบตบหรือไม่ก็ใช้หัวทุ่ม

ขวัญเมือง รูปร่างดำ ผมบางแต่หยิก หัวเถิก ปากกว้าง นุ่งผ้าดำไม่สวมเสื้อ นิสัยเป็นคนซื่อแต่ชอบยุ้งเรื่องชาวบ้าน

อ้ายเท่ง รูปร่างผอมสูง ผิวดำ หัวเถิก ปากกว้าง หน้าคล้ายผีกระหัง  นุ่งโสร่งลายหมากรุก คาดพุงด้วยผ้าขาวม้า พกมีดอ้ายครกเป็นอาวุธคู่ใจ พูดจาไม่สนใจใคร ชอบเลียนแบบชาวบ้านเก่ง

อ้ายโถ รูปร่างหัวเล็ก ปากล่างจะเม้มเข้าใน ตาโตมาก สวมหมวกตรงปลายมีสายยาวออกมา นุ่งกางเกงขาถลก มีปังตอเป็นอาวุธ นิสัย ขี้ขลาด การกินเป็นเรื่องใหญ่

 ผู้ใหญ่พูน รูปร่างสูงใหญ่ มีจมูกใหญ่งุ้ม หัวล้าน นุ่งผ้าโจงกระเบนไม่มีลาย นิสัยขี้ยุ คุยโม้โออวด

หนังตะลุงขึ้นชื่อเป็นศิลปะของทางภาคใต้อีกแขนงหนึ่ง จึงอยากให้ลูกหลานรักษาการเชิดหนังตะลุงไว้ให้อยู่คู่กับประเทศไทยไปนานๆ และอย่าให้ได้สูญหายไปไหนและชาวใต้ควรสนับสนุนหรือปลูกฝังให้ลูกหลานของท่าน รักษาศิลปะหนังตะลุงสืบทอดศิลปะนี้ไว้ด้วยเถิด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

การทอดผ้าป่า

ประเพณีการทอดผ้าป่า  

การทอดผ้าป่า ประเพณีนี้เป็นประเพณีที่ถูกสืบทอดกันมาอย่างช้านานเพราะว่าเท่าที่รู้นั้นเราจะเห็นได้ทุกปีว่าจะมีการทำบุญผ้าป่านั้นทุกปี และจะมีพระนั้นเดินมาแจกของ หรือว่าเป็นกระป๋องที่ให้เรานั้นไปทำบุญกันหรือว่าเรานั้นจะใส่เป็นเงินนั้นก็ได้เพราะว่าทางวัดนั้นจะเอาไปสร้างวัดต่อหรือว่าจะเอาไปซ่อมแซมของที่เสียหายเพราะว่าทางวัดนั้นไม่มีปัจจัยในการซ่อมก็ต้องรอญาติโยมนั้นเอาเงินมาบริจากนั้นถึงจะมีเงินที่ไปถนุบำรุงวัดนั่นเอง  ก็จะใช้เวลาในช่วงที่เป็นทอดผ้าป่าบ้าง   

        การทอดผ้าป่านั้นเป็กการที่เรานั้นสืบทอดกันมาอย่างช้านานจนมาถึงทุกวันนี้  แต่ว่าก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนั้นมีอยู่มั้งในปัจจุบันนี้ได้มีการทอดทอดผ้าไตรสำเร็จนั้นขาย  และชาวบ้านนั้นก็ไม่ได้เอาไปทิ้งไว้เหมือนกับตามที่พระพุทธเจ้านั้นเคยบอกเอาไว้ แต่ว่าก็ยังคงเป็นธรรมเนียมโดยการที่เรานั้นเอาไม้นั้นมาปักไว้ในกระถางหรือว่ากระป๋องที่เราแล้วเรานั้นก็เอาผ้าที่จะไปถวายนั้นไปแขวนไว้หรือว่าเอาไปผูกไว้ส่วนไม้นั้นก็ดัดไปทำเป็นรูปผีนั้นบ้าง 

    การที่เรานั้นจะทอดผ้าป่านั้นเรานั้นมักจะเห็นทอดกันในช่วงที่ออกพรรษานั้นเป็นต้น พอทอดกระกฐินเสร็จนั้นก็จะทอดผ้าป่านั้นต่อเลย ส่วนบางคนนั้นนิยมที่จะทดอหลายๆวัดแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน  การที่เรานั้นทอดผ้าป่านั้นเราตั้งใจที่จะถวายผ้านั้นให้กับพระการที่เรานั้นจะไปถวายนั้นแล้วแต่ว่าวัดไหนจะมีงานวัดที่ยิ่งใหญ่หรือเปล่านั้นนี้ก็แล้วแต่การที่เรานั้นเข้าไปถวายคือการผ้าบังสุกุลจีวร  โดยจะมีคนที่นำเราด้วยการที่เรานั้นพูดถวายให้แก่พระสงฆ์จากนั้นเราก็ท่องตามที่เขานั้นบอกให้เรานั้นท่องผ้าป่านั้นมีหลายชนิด  

    ผ้าป่านั้นมีหลายชนิดซึ่งเรานั้นก็มักจะเรียกตามผ้าป่า  อย่างเช่น ผ้าป่าหางกฐิน นั้นคือการที่เรานทอดผ้าป่าก่อนทอดกฐินนั้นเป็นต้น  ผ้าป่าสามัคคี นั้นเป็นอย่างเช่นเรานั้นได้จัดรวมกับหมู่คณะหรือว่าเรานั้นจัดรวมกับคนในหมู่คณะนั้นทำอะไรสร้างถวายในวัด  อย่างเช่นเรานั้นรวบรวมเงินนั้นมาหลายคนที่เรานั้นได้ไปบอกบุญเอามารวมกันแล้วเอามาสร้างห้องน้ำให้วัด หรือว่าทำห้องน้ำนั้นใหม่เพราะว่าห้องน้ำเก่านั้นทรุดโทรมเต็มที่แล้ว แบบนี้เป็นต้น  

   แล้วเดี๋ยวนี้นั้นการที่เรานั้นทอดผ้าป่านั้นเริ่มที่จะชักชวนคนเหล่าเพื่อนนั้นเริ่มที่จะรวบรวมเงินนั้นไปถวายเงินกันหรือว่าจะถวาย  จำพวก ถนน โรงเรียน หรือว่าโรงพยาบาลแบบนั้นเป็นต้น  

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ สำหรับเรื่องนี้เกิดขึ้นจากเหตุการเด็กชายวัย8ขวบได้หายตัวไปในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์เมื่อปีพ.ศ.2548เป็นเวลา4วันจากคำบอกเหล่าของเด็กชายเขาได้เหล่าว่าเขาได้วิ่งเล่นกับสุนัขสองตัวแต่อยู่ๆสุนัขมีทาทีตื่นกลัวและได้วิ่งหนีเข้าไปในขอบชายป่าจนทำให้เด็กชายวิ่งตามสุนัขไปและเขาก็ได้พบกับเด็กหญิงรุ่นเดียวกันชวนไปวิ่งเล่นโดยมีบ้านหลังใหญ่ที่สวยงามมีเพื่อนมากมายมีของกินหลากหลายแต่แล้วเมื่อเขาได้ตั้งสติได้จนได้รีบหาทางกลับบ้านจนเดินมาถึงลำธานเขาได้นอนอยู่ที่ลำธานนั้นเป็นเวลา2วันโดยเด็กได้บอกว่าเห็นเจ้าหน้าที่ได้เดินผ่านไปผ่านมาเด็กก็พยายามเรียกแต่ก็ไม่สามารถมีใครได้ยินหรือเห็นเขาแล้ว

ในคืนที่สองที่เขาได้นอนที่ลำธานก็ได้พบกับเด็กหญิงอีกครั้งในเวลาที่เขาได้อยู่กับเด็กหญิงเขารู้สึกได้ถึงความสุขแต่บางครั้งก็รู้สึกหวาดกลัวและหิวเด็กชายกล่าวว่าเขาเห็นแสงสว่างและจากนั้นก็มีผู้คนได้เข้ามาช่วยเหลือซึ่งหากเรามาลองพิจารณาดูแล้วเด็กผู้หญิงที่เขาพบอาจจะมาจากเมืองลับแลและเด็กผู้ชายก็อาจจะได้เข้าไปอยู่ในเมืองลับแลก็เป็นได้เพราะเท่าที่เรานั้นได้ยินคำบอกเหล่ามาซึ่งเมืองลับแลนั้นก็เหมือนกับโลกมนุษย์เราทุกอย่างเพียงแต่ว่าสำหรับเมืองลับแลนั้นจะเป็นมิติคู่ขนาดของโลกทำให้เจ้าหน้าที่นั้นสามารถเห็นหรือได้ยินเด็กชายที่ริมลำธานก็อาจจะเป็นได้

อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่น่าสนใจมีดังนี้

เรื่องที่เรานั้นจะเล่าก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ได้เหล่ากันว่ามีชายชาวไทยคนหนึ่งได้หลงป่าและได้พบกับหญิงสาวเมืองลับแลต่างก็ตกหลุมรักกันและกันจนอยู่กินเป็นฉันสามีภรรยาโดยสามีจะมีหน้าที่เลี้ยงดูบุตรอยู่ในเมืองลับแลแต่มาวันหนึ่งในเวลาที่สามีเลี้ยงบุตรอยู่นั้นภรรยาได้ออกไปหาของป่าบุตรได้ร้องไห้สามีจึงได้โกหกว่าอย่าร้องเดี๋ยวแม่มาเมื่อภรรยาได้กลับมาและได้ยินสามีพูกคำนั้นจึงทราบว่าสามีเป็นคนโกหกทำให้คนในเมืองลับแลได้ขับไล่สามีออกไป

โดยก่อนออกมาภรรยาได้นำห่อขมิ้นห่อใหญ่ให้สามีนำติดตัวออกมาด้วยด้วยต้องเดินทางไกลเขาจึงทิ้งห่อขมิ้นนั้นทิ้งไปและถึงบ้านเห็นว่ายังมีขมิ้นอีกหนึ่งห่อติดอยู่พบว่าเป็นทองและแล้วชายคนนั้นก็ได้ย้อนกลับไปเก็บห่อขมิ้นที่ตนทิ้งแต่ก็ไม่สามารถพบเจอเพราะมันนั้นได้เหายไปแล้ว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนจาก  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

เครื่องเล่นดนตรีไทย

เครื่องเล่นดนตรีไทยในแต่ละภาค  

เครื่องเล่นดนตรีไทย เครื่องเล่นดนตรีของไทยเรานั้นได้เบ่งออกในแต่ละภาคนั้นที่เราแยกออกมาเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาร ภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งในแต่ละภาคนั้นก็จะแบ่งแตกต่างกันออกไปเครื่องดนตรีแต่ละภาคเป็นดนตรีพื้นบ้านที่ถ่ายทอดกันออกมาด้วยวาจาซึ่งเรียนรู้ผ่านทางการฟัง

มากกว่าการอ่าน และก็เป็นการพูดต่อๆกันมาแบบว่าปากต่อปากโดยที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนหรือว่าจดบันทึกเอาไว้เลย

จึงกลายเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมของชาวบ้านตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดจากการที่เราทำงานและก็ช่วยสร้างสีสันให้แก่ชาวหมู่บ้านหรือว่าหมู่คณะและก็ทำให้เกิดความรักและความสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นจนกลายมาเป็นเอกลักษณ์พื้นบ้านในท้องถิ่นไป  

 เครื่องดนตรีภาคกลาง ภาคกลางนั้นเครื่องดนตรีนั้นก็จะประกอบไปด้วย ดีด  สี ตี เป่า โดยเครื่องดีด ได้แก่ จะเข้ และจ้องหน่อง  เครื่องสี ได้แก่ ซอด้วยและซ้ออู้ เครื่องตีนั้นได้แก่ ระนาดเอก  ระนาดทุ้ม ระนาดทองระนาดทุ้มเล็ก ฆ้อง โหม่ง ฉิ่ง ฉาบ และกรับ เครื่องเป่านั้น

ได้แก่  ขลุ่ยและปี่ เครื่องเล่นของดนตรีของภาคกลางนั้นจะมีการถูกพัฒนาในลักษณะผสมผสานกับดนตรีเครื่องหลวงและได้มีการพัฒนาจากดนตรี ปี่ และกลองเป็นหลัก มาเป็นระนาดและฆ้องจนมาถึงเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ 

เครื่องดนตรีภาคเหนือ ในยุคแรกจะเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ได้แก่ท่อนไม้ ท่อนไม้กลวง ที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ และต่อมานั้นก็ได้พัฒนามาเป็นการเอาหนังสัตว์มาขึงที่ปากท่อนไม้ กลวงไว้กลายเป็นเป็นเครื่องดนตรีที่เรียกว่ากลองและต่อมานั้นก็ได้พัฒนารูปแบบของกลองให้แตกต่างออกไป เช่กลองที่ขึงปิดหน้าเดียวได้แก่กลองกลองรำมะนา กลองยาว กลองแอว และก็กลองที่ขึงด้วยหนังสัตว์ทั้งสองหน้าได้แก่  กลองมองเซิง กลองสองหน้า กลองตะโพน และก็นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ เช่น ฆ้อง ฉาบ ส่วนเครื่องดนตรีประเภทเป่า ได้แก่ ขลุ่ย ย่ะเอ้ ปี่แน ปี่มอญ สำหรับลักษณะเครื่องดนตรีของภาคเหนือนั้น คือนำเครื่องดนตรี ดีด สี ตี เป่า มาผสมวงกันให้เกิดเสียงดนตรีที่ไพรเราะ โดยเฉพาะสำเนียงทำนองที่พลิ้วไหวตามอากาศ ความอ่อนนุ่มนวลของธรรมชาติ นอกจากนี้ยัง

เครื่องดนตรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  วงดนตรีทางภาคอีสานนั้นจะมีลักษณะเฉพาะตามพื้นที่ 3 กลุ่ม คือ  กลุ่มอีสานเหนือ กลุ่มอีสานกลาง โดยที่จะนิยมดนตรีที่มีหมอลำ ที่มีการเป่าแคน และดีด พิณ ประสานเสียงกับการร้องเพลงส่วนกลุ่มอีสารใต้จะนิยมดนตรีกันตรึม ซึ่งเป็นดนตรีบรรเลงที่ไพรเราะของชาวอีสานใต้ที่มีเชื้อสายทางเขมร 

และนอกจากนี้ยังมีวงดนตรีวงพิณพาทย์และวงมโหรีด้วยชาวบ้านแต่ละกลุ่มจะบรรเลงดนตรีเหล่านี้เพื่อความสนุกสนานครื้นเครง ใช้ประในการเล่น การแสดง และพิธีกรรมต่างๆ เช่น ลำฝีฟ้า ที่ใช้แคนในการเป่ารักษาโรค และงานศพแบบอีสานที่ใช้วงตุ้มโมงบรรเลง นับเป็นลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านอีสานที่แตกต่างจากภาคอื่นๆ  

 

 

ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆนี้จาก  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ