JK rowling

ประวัติของ เจ เค โรว์ลิ่ง

        JK rowling แล้วก็เชื่อว่าหลายคนนั้นย่อมรู้จักเธอเป็นอย่างดีในนามของนักเขียนที่แต่งนวนิยายเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์ที่เป็นนวนิยายที่โด่งดังมากที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งซึ่งนวนิยายเรื่องนี้นอกจากจะมีการโด่งดังมากแล้วยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ผู้ชมนั้นได้ดูกันอีกด้วยและเธอนั้นก็สร้างชื่อเสียงและมีเงินทองมากมายจากการที่เธอได้แต่งนวนิยายเรื่องนี้นั่นเอง

สำหรับภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อมดน้อยที่ได้ใช้ชีวิตต่อสู้อยู่ในวงการเวทมนตร์จนในที่สุดเขานั้นก็สามารถต่อสู้กับพ่อมดที่มีความเร็วรายได้สำเร็จสำหรับเรื่องราว นั้นชีวิตของเธอนั้นไม่ได้ดูด้วยกลีบกุหลาบเพราะในสมัยที่เธอยังเป็นเด็กนั้นเธอเป็นคนที่ชอบจินตนาการและชอบแต่งนิยายโดยเธอมักจะแต่งนิทานให้กับน้องสาวของเธอได้ฟังจนเมื่อเธอเติบโตขึ้นเธอได้ไปสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแต่เธอก็ถูกปฏิเสธในการที่จะอนุญาตให้เข้าเรียนหลังจากนั้นในช่วงชีวิตความยากลำบากของเธอก็เกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 25 ปี

แม่ของเธอก็ได้เสียชีวิตลงหลังจากนั้นเธอก็ได้มีคนรักและเธอก็ได้มีการตั้งครรภ์ขึ้นมาแต่อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานเธอก็มีการแท้งลูกซึ่งหลังจากนั้น 1 ปีเธอก็ได้พบรักกับชายอีกคนหนึ่งและเธอก็ได้แต่งงานและมีลูกกับเขาแน่นอนความรักในครั้งนี้ของเธอนั้นทำให้เธอได้ลูกสาวตัวน้อยมาคนหนึ่งแต่ข่าวร้ายก็ตามมาหลังจากนั้นไม่นานเมื่อสามีของเธอนั้นขอหย่าขาดจากเธอ

ซึ่งเธอต้องการมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในทันทีและแน่นอนว่าจากการที่เธอต้องดูแลลูกคนเดียวและไม่มีงานทำนั่นเองทำให้เธอกลายเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงเธอมีเงินในการเลี้ยงชีพตนเองกับรูปด้วยการใช้เงินสวัสดิการทางสังคมของรัฐ เธอเคยคิดที่จะพ่ายแพ้ให้กับโชคชะตาชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายแต่ในที่สุดเธอก็สามารถกลับมาคิดได้และเธอได้นำความเครียดทั้งหมดที่เธอมีอยู่ไปใส่ลงในหนังสือของเธอเลยเธอมีการเขียนนวนิยายขึ้นมาเกี่ยวกับพ่อมดน้อยที่ต้องต่อสู้กับชีวิตเมื่อเธอยื่นหนังสือไปให้สำนักพิมพ์ได้ตีพิมพ์หนังสือของเธอ

ทุกสำนักพิมพ์ต่างก็พากันปฏิเสธโดยบอกว่าหนังสือของเธอนั้นไม่สามารถที่จะขายได้แต่อย่างไรก็ตามได้มีสำนักพิมพ์หนึ่งยอมตอบรับที่จะพิมพ์งานให้กับเธอ และเหตุผลที่สำนักพิมพ์นั้นตอบรับที่จะทำหนังสือให้เธอเพราะว่าลูกชายของเจ้าของสำนักพิมพ์ได้มีการอ่านต้นฉบับและเด็กชายคนนั้นตั้งหน้าตั้งตาอ่านจนจบเลยบอกว่าเป็นหนังสือที่ดี

แน่นอนว่าเมื่อเด็กน้อยกว่า 1 เก่าอ่านจบเล่ม 4 เล่มที่ 1 เขาก็ขอเล่นที่ 2 เล่มที่ 3 ตามมาเรื่อยๆ และในที่สุดชีวิตของเธอก็ประสบความสำเร็จหนังสือที่เธอแต่งนั้นปัจจุบันมีการพิมพ์ขายไปแล้วมากกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลกและยังเป็นที่โด่งดังตั้งแต่นั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังสามารถที่จะขายหนังสือของพ่อมดน้อยแฮร์รี่พอตเตอร์ได้ 

 

 

สนับสนุนโดย  gclub

Salvador-Dali

Salvador Dali สุดยอดศิลปินเอกของโลก

Salvador-Dali สุดยอดศิลปินคนนี้ต้องบอกเลยว่า เป็นจิตรกรที่มีความแปลกประหลาดกว่าเพื่อน แนวคิดของเขานั้นค่อนข้างเหนือธรรมชาติแล้วก็เหนือความจริง อะไรต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ส่วนมากไม่แปลกเท่าความคิดของเขา ดาลีเป็นศิลปินที่มีแววอัจฉริยะมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่เลยล่ะ เขานั้นมีแนวคิดที่ไม่เหมือนใครทำให้ไม่สามารถเข้ากับที่ไหนๆได้เลย

แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาแคร์เลย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนแต่ไม่เข้าสอบจนโดนไล่ออก ที่เขาไม่เข้าสอบก็เพราะเขาคิดว่าศิลปะไม่ใช่สิ่งที่ให้ใครมาตัดสินว่าของใครดีกว่าใคร

ช่างเป็นศิลปินที่ลึกซึ้งสุดโต่งจริงๆ แต่การที่เขาหาทางเรียนรู้ศิลปะด้วยตัวเองจากการดูงานของเหล่ารุ่นพี่ทั้งหลาย

ทำให้เกิดเป็นผลงานที่หลุดโลกสุดโต่งที่สุดบนโลกเลยล่ะ ถึงแม้ว่าเขานั้นมักจะชื่นชมผลงานของปีกัสโซเป็นพิเศษก็เถอะ แต่ผลงานของเขานั้นหลุดโลกกว่าของปีกัสโซ่เสียอีก

สไตล์ของเขานั้นเป็นแนวที่เรียกได้ว่าสร้างสรรค์แบบล้ำยุคเกินยุคของเขาอย่างมาก อย่างกับเขาเป็นศิลปินที่กระโดดออกมาจากอนาคตอย่างนั้นแหละ ซึ่งในทุกๆภาพของเขานั้นมักจะมีรูปลักษณ์ที่บูดเบี้ยงแล้วก็เกินจริงอยู่เสมอ แต่ในนั้นก็มักจะมีความหมายซ่อนอยู่ ซึ่งก็แล้วแต่คนมองว่ามันเป็นความหมายอะไรกันบ้าง

ตีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งภาพของเขานั้นโด่งดังอย่างมากจนทำให้เหล่าศิลปินทั้งหลายนำเป็นเรียนแบบอยู่เสมอๆ

แม้แต่นักวาดการ์ตูนเรื่องโจโจ้ล่าข้ามศตวรรษก็เหมือนจะชื่นชอบผลงานของเขาเป็นพิเศษเลยล่ะ

ภาพที่เห็นได้บ่อยๆก็คือ ภาพนาฬิกาที่เหลวเหมือนละลายไหลลงจากโต๊ะ เป็นภาพที่โด่งดังมากที่เดียว เหล่านักวิเคราะห์ถึงกับนำภาพนี้ไปเปรียบเทียบกับความหมายของทฤษฎีของไอน์สไตน์อีกด้วย

เขานั้นเป็นจิตรกรที่สร้างผลงานไปถึงหนึ่งพันห้าร้อยภาพ เขานั้นเก่งกาจมากในยุคที่เข้าได้สร้างเอกลัษณ์ความแตกต่างสุดโต่ง ไม่ใช่แค่งานของเขาหลอกนะแต่รวมถึงการใช้ชีวิต นี่แหละศิลปินที่สร้างความแตกต่างให้กับโลกศิลปะตัวจริง