ศิลปะ abstract

        ช่วงยุคกลางศตวรรษที่ 19 เป็นยุคที่มีการฟื้นฟูศิลปวิทยา

โดยที่ศิลปะในตะวันตกนั้นได้นำเอาอิทธิพลและทัศนคติการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีลักษณะเป็นการทำให้งานศิลปะชิ้นนั้นๆดูสมจริงให้มากที่สุด

แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างรวดเร็วของทางวิทยาศาสตร์ก็ทำให้ยุคฟื้นฟูนี้ถึงเวลาสิ้นสุดลงไปเพราะเมื่อมนุษย์เริ่มได้รับการศึกษามากขึ้น และจากการที่ได้รับเสรีภาพ จึงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและที่สุดแล้ว

จึงนำไปสู่การเกิดความคิดที่เปลี่ยนไปในการที่จะสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะให้มีรูปแบบใหม่ๆเป็นจำนวนมากโดยที่หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงนั้นก็คือ ศิลปะนามธรรม หรือ Abstract art นั่นเอง

         

Abstract art ศิลปะนามธรรม หรือที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า มโนศิลปะ มีความหมายว่า ทัศนศิลป์ที่มีการแสดงถึงทัศนคติที่เกิดความเกี่ยวข้องกับจิตใจ

ที่สื่อให้เห็นถึงความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติแวดล้อมรอบตัวโดยที่ไม่ได้มีการแสดง หรือสื่อให้เห็นถึงความสมจริงหรือสีสันของรูปภาพ ซึ่งจะมีลักษณะออกมาเป็น 2มิติ หรือ3มิติ และปกติแล้วจะไม่มีการพรรณนาถึงเรื่องราวที่เกิดตามความเป็นจริง จุดเด่นของศิลปะนามธรรมนั้นก็คือ การเป็นศิลปะที่มีความยากต่อการทำความเข้าใจ

ซึ่งสามารถที่จะตีความได้ในหลายรูปแบบ ศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมายในลัทธินี้มักจะมีการใช้เทคนิคที่แตกต่างกันออกไปในการวาด และสร้างสรรค์ผลงาน โดยที่ผลงานที่เป็นศิลปะนามธรรมมีการใช้อารมณ์และความรู้สึก รวมไปถึงจินตนาการเพื่อสร้างสรรค์ภาพ หรือผลงานต่างๆขึ้นมา

ตัวศิลปินเองได้มีการนำเสนอความคิดออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และเป็นอิสระโดยมีการเน้นไปที่อิสระของเส้นและสี

มีการสร้างรูปร่างที่มีความแปลกใหม่ มีการตัดต่อและตัดทอนให้เกิดรูปทรงใหม่ขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้มีการจำกัดให้อยู่แค่บนรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม อีกทั้งยังมีการถ่ายทอดผลงานภาพ และนำเสนอให้ออกมาเป็นภาพที่มีลักษณะเป็นสองมิติและสามมิติอีกด้วย จากความที่ศิลปะแบบนามธรรมนั้นไม่มีการโยงเข้ากับการอ้างอิงแบบรูปธรรมใดๆเลย ทั้งที่เป็นภาพธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งภาพวาดเสมือนบุคคล

จากเหตุผลนี้จึงทำให้ไร้ขีดจำกัดในการตีความและสามารถทำได้อย่างอิสระมากขึ้น ทำให้เกิดอารมณ์ทางความรู้สึก มีความเข้าใจที่เกิดกับมุมมองในตัวภาพแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน จาการที่มีการละทิ้งรูปทรงต่างๆในแบบเดิมที่เคยใช้กัน โดยการที่ได้ตัดทอนรูปทรงออกจนหมด จนทำให้เกิดการสร้างรูปทรงในแบบใหม่ขึ้นมาตามความรู้สึกของศิลปิน มีการวางโครงปรับสีใหม่อีกทั้งยังมีเรื่องราวที่เป็นนามธรรมมากขึ้น

 

ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวคิดใหม่แห่งวงการศิลปกรรมเลยก็ว่าได้ เพราะสำหรับการเขียนภาพในรูปแบบนี้จะทำให้สามารถทำความเข้าใจได้ยากมากกว่าศิลปะในทุกๆแขนงที่เคยเกิดขึ้น

 

            ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า Abstract art  หรือศิลปะนามธรรมนั้นเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการที่จะนำเสนอผลงานทางศิลปะ อันเนื่องมาจากว่าแต่ล่ะคนนั้นมีการตีความภาพออกมาไม่เหมือนกัน

ซึ่งยังต้องอาศัยการจ้องมองเพื่อที่จะรวบรวมให้เกิดความรู้สึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มเกิดการซึมซับแล้วตีความออกมาได้ ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ และทัศนคติที่แน่นอนว่าจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยน และเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับงานศิลปะในยุคสมัยใหม่

 

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท